
หากย้อนกลับไปเมื่อปี 2555 คดีดังแห่งปีที่กลายเป็นข่าวครึกโครม คงหนีไม้พ้นกรณีตำรวจ สภ.ท่าไม้รวก จ.เพชรบุรี เข้าจับกุม หมอสุพัฒน์ พ.ต.อ.นพ. สุพัฒน์ เลาหะวัฒนะ อดีตอายุรแพทย์ โรงพยาบาลตำรวจ หลังนายสว่าง นุ่มจุ้ย อายุ 55 ปี เจ้าของไร่สับปะรดชาว จ.เพชรบุรี เข้าแจ้งความกับ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองนนทบุรี ว่า พบรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า รุ่นไทเกอร์ สีบรอนซ์เทา ของบุตรชาย และลูกสะใภ้ ที่ทั้งสองหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยเมื่อ 3 ปีก่อน จอดอยู่ภายในบ้านร้างใน ซ.กรุงเทพนนท์ จ.นนทบุรี จนนำมาสู่การพลิกแฟ้มคดีคนสูญหายที่เหมือนถูกเก็บเอาไว้ในลิ้นชักในสุดกลับมาทำใหม่ กระทั่งนำไปสู่การจับกุม พ.ต.อ.นพ. สุพัฒน์ เลาหะวัฒนะ นายแพทย์ (สบ 5) รพ.ตำรวจ พร้อมออกหมายจับ น.ส.วิลสา จันทรบัญชร ภรรยา ในข้อกล่าวหาร่วมกันกักขังหน่วงเหนี่ยว และร่วมกันรับของโจร
จนกระทั่งล่าสุด มีกระแสข่าวว่าเจ้าหน้าที่ฝั่งเมียนมาสามารถควบคุมตัว หมอสุพัฒน์ ได้และกำลังอยู่ระหว่างประสานงานเพื่อขอตัวกลับมาดำเนินคดีตามกฎหมาย จนกลายเป็นที่สนใจของสังคมขึ้นมาอีกครั้ง ด้วยเหตุนี้ ทีมข่าวกระปุกดอทคอมจึงขอย้อนรอยคดีดังสะเทือนขวัญดังกล่าวอีกครั้งดังต่อไปนี้
19 ก.ย. 2555
น.ส.สุมล สุตะวิริยะวัฒน์ ส.ว.เพชรบุรี ได้พา นายสว่าง นุ่มจุ้ย และ น.ส.วิมล นุ่มจ้ย บุตรสาว เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนกับ ร.ต.อ. เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ให้เร่งรัดติดตามคดีหายตัวไป ของ นายสามารถ นุ่มจุ้ย และ น.ส.อรษา เกิดทรัพย์ ลูกสะใภ้ 2 สามีภรรยา ซึ่งหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยกว่า 3 ปี เบื้องต้นเชื่อว่าน่าจะเกี่ยวพันกับ พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ เลาหะวัฒนะ อายุรแพทย์ รพ.ตำรวจ เนื่องจากเคยมีข้อพิพาทกันในที่ดิน จ.เพชรบุรี จนถึงขั้นฟ้องร้องต่อศาล ด้าน ร.ต.อ. เฉลิม ระบุว่า ยังไม่ปักใจเชื่อ แต่ยืนยันจะให้ความเป็นธรรมและจะไม่ช่วยเหลือผู้กระทำผิด โดยได้โทรศัพท์สายตรง ไปยัง พล.ต.ท. วิบูลย์ บางท่าไม้ ผู้บัญชาการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ให้อายัดการเดินทางออกนอกประเทศ ของ พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ แล้ว พร้อมสั่งการตำรวจในพื้นที่คุ้มกันความปลอดภัย
20 ก.ย. 2555
ชุดสืบสวนได้ขอหมายค้น เข้าตรวจสอบภายในบ้านไร่ของ พ.ต.อ.นพ. สุพัฒน์ พบถุงปุ๋ย 2 ใบ บรรจุโครงกระดูก 1 โครง แต่ยังไม่ทราบว่าเป็นใคร จึงส่งให้หน่วยวิทยาการเขต 7 และแพทย์ตรวจสอบดีเอ็นเอ ว่าโครงกระดูกดังกล่าวเป็นใคร ทั้งนี้ ยังพบปืนภายในบ้านพักดังกล่าวถึง 20-30 กระบอก จึงได้นำมาตรวจสอบทั้งหมด ว่ามีใบอนุญาตหรือไม่ และหากพบว่าเป็นศพตามที่แจ้งว่าหายตัวไป ก็จะเป็นคดีฆาตกรรม โดยจะเรียก พ.ต.อ. มาสอบ ว่าเกี่ยวข้องหรือไม่ อย่างไร ตร.เรียก พ.ต.อ. สอบ แต่ยังติดต่อไม่ได้
21 ก.ย. 2555
พ.ต.อ. นพ.สุพัฒน์ ตกเป็นผู้ต้องสัยเกี่ยวข้องกับกรณีการหายตัวไปของ นายสามารถ นุ่มจุ้ย และ น.ส.อรษา เกิดทรัพย์ 2 สามีภรรยาชาว จ.เพชรบุรี ได้ขอเลื่อนนัดเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อให้ปากคำกรณีขุดพบโครงกระดูก ภายในไร่สับปะรด และพบปืนกว่า 40 กระบอก ภายในบ้านพัก โดยระบุว่า ยังรวบรวมหลักฐานเรื่องการครอบครองอาวุธปืนไม่ครบถ้วน ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ เตรียมส่งหมายเรียกให้กับ พ.ต.อ.นพ. สุพัฒน์ โดยกำหนดกรอบระยะเวลาในการเข้าให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ภายในสัปดาห์หน้า
นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังพบโครงกระดูกอีกโครงฝังดินไว้ห่างจากจุดที่พบโครงกระดูกแรกไปประมาณ 200 เมตร จึงได้ทำการกั้นพื้นที่ และรวบรวมชิ้นส่วนโครงกระดูกดังกล่าวไว้ เพื่อรอเจ้าหน้าที่วิทยาการเขต 7 นำไปตรวจสอบดีเอ็นเอว่า ตรงกับ 2 สามีภรรยาที่หายตัวไปหรือไม่
22 ก.ย. 2555
พ.ต.อ. พิชัย ปกป้อง ผกก.สภ.ท่าไม้รวก เปิดเผยว่า ญาติของ นายสามารถ นุ่มจุ้ย และ น.ส.อรษา เกิดทรัพย์ สองสามีภรรยา ชาว จ.เพชรบุรี ที่หายตัวไปยืนยันว่าโครงกระดูกที่พบในไร่ เพชรบุรี เป็นคนที่หายไป ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างรอผลตรวจยืนยัน ก่อนแจ้งข้อหาฆาตกรรมอำพรางแก่ พ.ต.อ.นพ. สุพัฒน์ นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังพบโครงกระดูกอีกโครงเป็นโครงที่ 3 อยู่ห่างจากโครงกระดูกที่ 2 เพียง 2 เมตร โดยโครงกระดูกที่พบลักษณะนอนคว่ำหน้า มือไพล่หลัง บนกะโหลกศีรษะพบมีรูคล้ายกระสุนปืน และเชือกฟาง สวมกางเกงขาสั้น
จากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจบุกจับกุม พ.ต.อ.นพ. สุพัฒน์ เลาหะวัฒนะ ได้ที่ ปึกเตียน วิลล่า ใน จ.เพชรบุรี จากการแกะรอยการใช้โทรศัพท์จนทราบพิกัด ก่อนนำกำลังไปปิดล้อมจนพบตัว จึงนำตัวไปสอบสวนในคดีที่ถูกออกหมายจับกุมข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยว รวมถึงอาจมีการสอบถามเกี่ยวกับกรณีที่ขุดพบโครงกระดูกมนุษย์ 3 โครง ในพื้นที่ โดยเจ้าตัวยังคงให้การปฏิเสธว่าไม่ได้เกี่ยวพันกับการตายของ 2 สามีภรรยา ที่หายตัวไปแต่อย่างใด
23 ก.ย. 2555
โรงพยาบาลตำรวจ มีคำสั่งให้ พ.ต.อ.นพ. สุพัฒน์ เลาหะวัฒนะ นายแพทย์ (สบ 5) อายุรแพทย์โรงพยาบาลตำรวจ ซึ่งเป็นผู้ต้องหา ในคดีการหายตัวไปของ สองสามีภรรยา นายสามารถ นุ่มจุ้ย หรือ น.ส.อรษา เกิดทรัพย์ ภรรยา เจ้าของไร่สับปะรด อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี ออกจากราชการ เนื่องจากขณะนี้ ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีดังกล่าวแล้ว ส่วนการเกษียณอายุก่อนกำหนดนั้น ให้มีคำสั่งระงับทันที
ขณะเดียวกันบรรดาญาติพี่น้องของผู้เสียหาย ที่เชื่อว่า พ.ต.อ.นพ. สุพัฒน์ เลาหะวัฒนะ แพทย์โรงพยาบาลตำรวจ เป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงกระดูกที่ได้ค้นพบทั้ง 3 โครง ต่างนำป้ายมาชูเรียกร้องขอความเป็นธรรม และเขียนข้อความในป้ายว่า คัดค้านการประกันตัว และคัดค้านผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ โดยวอนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินงานตามขั้นตอนของกระบวนการกฎหมาย และอย่าใช้อำนาจหน้าที่ปกป้องคนผิด
24 ก.ย. 2555
นายสว่าง นุ่มจุ้ย บิดาของนายสามารถ นุ่มจุ้ย ได้เดินทางมาที่ สภ.ท่าไม้รวก จ.เพชรบุรี พร้อมยื่นหนังสือต่อ ร.ต.อ. ชายชาญ กมุทชาติ พนักงานสอบสวน สภ.บ้านลาด ช่วยราชการ สภ.ท่าไม้รวก ขอแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมต่อ พ.ต.อ.นพ. สุพัฒน์ และ น.ส.วิลสา จันทรบัญชร ภรรยา ในข้อหาฆ่านายสามารถ นุ่มจุ้ย บุตรชายตายโดยเจตนา และอำพรางศพ ด้วยหลักฐาน พร้อมระบุว่า เคยโดนข่มขู่ให้ระวังตัวจะอยู่ไม่ได้ และให้หยุดการเปิดโปงเรื่องนี้ บอกมีพวกมากไม่มีทางชนะคดีได้ นอกจากนี้ ตำรวจยังได้คุมตัว พ.ต.อ.นพ. สุพัฒน์ เลาหะวัฒนะ ไปฝากขังพร้อมคัดค้านการประกันตัว
ขณะที่ นายสุเทพ เลาหะวัฒนะ ให้สัมภาษณ์ ถึงกรณีที่ พ.ต.อ.นพ. สุพัฒน์ น้องชาย ให้การปฏิเสธว่า ไม่เกี่ยวข้องกับการหายไปของ 2 สามีภรรยา โดยเชื่อว่าเป็นการจัดฉากของคนสนิทที่ขัดแย้งปมมรดก ว่า ตนเป็นพี่ชายจึงไม่มีเหตุผลที่จะจัดฉากทำร้ายน้องให้เดือดร้อน แต่น้องชายกำลังโยนปัญหาที่ทำขึ้นไปให้คนอื่น ทั้งยังเปิดเผยว่า พ.ต.อ.นพ. สุพัฒน์ เป็นคนมีหลายบุคลิก ทั้งความสุขุมนุ่มลึก และอารมณ์โมโหร้ายทั้งนี้ นายสุเทพ ยังเปิดเผยกรณีความขัดแย้งเรื่องมรดกนับพันล้าน ด้วยว่า ครอบครัวมีธุรกิจให้เช่าบ้าน โรงงาน ซึ่งมีแม่ และพี่น้องรวม 4 คน เป็นผู้ถือหุ้น แต่กลับพบว่าน้องชายแอบเปลี่ยนสัญญาเพื่อยักยอกเงินออกไป
25 ก.ย. 2555
เว็บไซต์ยูทูบดอทคอม โดยผู้ใช้ชื่อ bajobinka ได้โพสต์คลิปวิดีโอสั้นๆ ของหญิงชราคนหนึ่ง ซึ่งถูกระบุว่าเป็น นางถนิม เลาหะวัฒนะ หรือ มารดาของหมอสุพัฒน์ ซึ่ง นายสุเทพ เคยได้ชี้แจงไปก่อนหน้านี้ว่า ได้นำตัวแม่ออกมาดูแลรักษาเอง อีกทั้งยังได้พูดคุยติดต่อกับแม่และมีการบันทึกคลิปวิดีโอสนทนาเอาไว้ ซึ่งเป็นคลิปวิดีโอสั้น ๆ 2 นาที โดยมีเสียงของหญิงชราที่เชื่อว่าเป็น นางถนิม มารดาของหมอสุพัฒน์ ซึ่งสามารถจับใจความได้ว่า
"ถ้ามีคนขอซื้อบ้านก็คงขาย ให้มันไปอยู่ที่ไหนก็ตามใจมัน แต่มันฆ่าแม่แน่ ถ้าคิดขายบ้านมัน มันไม่มีที่อยู่ มันคิดฆ่าแม่แน่ ไอ้ตั้วใจร้ายมาก มันไม่ได้รักแม่เลย เลี้ยงมันมา ให้เงินมันตั้งแยะ อกตัญญูและบาปกรรม ทุกวันนี้ก็เห็นแล้ว กรรมเวรมันได้รับแล้ว มันขอเงินแม่ก็ให้ทุกที แม่มีน้อยก็ให้น้อย แต่ถ้าไม่มีเลยก็จะเอาค่าเช่าจากญี่ปุ่นให้มัน ญี่ปุ่นเขาให้เงินเป็นปี ไม่ได้เป็นเดือน มันไปขอเงินจากเขา เขาไม่ให้ แม่ไม่ได้สั่งเลยนะแต่เขาไม่ให้ มันก็ไปโกรธเขาที่ไม่ให้เงินมัน เขาบอกจะให้กับแม่เพราะแม่เป็นคนให้เขาเช่า มันก็จะไปไล่เขาออก"
27 ก.ย. 2555
พล.ต.ท. จงเจตน์ อาวเจนพงษ์ นายแพทย์ใหญ่ สบ 8 และคณะได้แถลงถึงผลการตรวจโครงกระดูกที่พบในไร่ของ พ.ต.อ. นพ. สุพัฒน์ เลาหะวัฒนะ ผู้ต้องหาคดีกักขังหน่วงเหนี่ยวและร่วมกันลักทรัพย์หรือมีไว้ซึ่งรับของโจร และเป็นผู้ต้องสงสัยการหายตัวไปของ นายสามารถ นุ่มจุ้ย และ น.ส.อรษา เกิดทรัพย์ สองสามีภรรยา ผลตรวจระบุว่า สามศพที่พบนั้นไม่ตรงกับ DNA ของ นายสามารถ นุ่มจุ้ย และ น.ส.อรษา เกิดทรัพย์ สองสามีภรรยา ที่หายตัวไป
29 ก.ย. 2555

2 ต.ค. 2555
ศาลอุทธรณ์ ภาค 7 มีคำสั่งให้ยกคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ เนื่องจากเกรงว่าจะไปยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐาน และกดดันเจ้าหน้าที่ในการสืบสวนสอบสวน
5 ต.ค. 2555
ชุดสืบสวนกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 จับกุม นางวิลสา จันทรบัญชร ภรรยาคนที่ 3 ของ พ.ต.อ.นพ. สุพัฒน์ เลาหะวัฒนะ ได้ที่บ้านเลขที่ 166 แขวงคลองชักพระ เขตตลิ่งชัน ซึ่งเป็นบ้านพรรคพวกของ นางวิลสา จากนั้นได้ควบคุมตัวไปสอบปากคำเกี่ยวกับคดีเพิ่มเติมที่ สภ.ท่าไม้รวก อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี เบื้องต้น นางวิลสา สารภาพว่า รู้เห็นการอุ้ม 2 สามีภรรยา มาที่ไร่ของ พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ แต่อ้างว่า ไม่เห็นขณะมีการฆาตกรรม ได้ยินแต่เสียงปืน โดยเห็น พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ เป็นผู้นำ 2 สามีภรรยามาที่ไร่ จากนั้นก็เดินจูงไปทีละคนแล้วได้ยินเสียงปืน แต่ยังปากแข็งไม่ยอมเปิดเผยที่ซ่อนศพ ซึ่งน่าจะมีการเตี๊ยมกันมาเป็นอย่างดี เพราะอ้างว่าไม่ทราบ และมีหมอเป็นผู้ลงมือคนเดียวเท่านั้น
8 ต.ค. 2555
พ.ต.อ.นพ. สุพัฒน์ ได้ส่งจดหมายจากเรือนจำเพชรบุรีผ่านลูกชาย โดยระบุว่าพี่ชาย นายสุเทพ เลาหะวัฒนะ มีพฤติกรรมยักยอกทรัพย์สินแม่ และเป็นคนที่ทำทุกอย่างได้เพื่อเงิน และยังยืนยันว่า ไม่เคยมีเรื่องขัดใจรุนแรงกับนายสามารถ นุ่มจุ้ย และครอบครัว และที่ผ่านมาได้ให้ความช่วยเหลือทางการเงิน
9 ต.ค. 2555
นายสุเทพ เลาหะวัฒนะ พี่ชายของ พ.ต.อ.นพ. สุพัฒน์ ได้เปิดเผยหลังถูกน้องชายส่งจดหมายออกมาโจมตีว่า ขณะนี้ไม่ได้อยากเอาเรื่องกับน้องชายอะไรทั้งนั้น ไม่ว่าตัวเองจะถูกป้ายสีใส่ร้ายอะไรก็ให้ปล่อยไป เพราะเท่านี้น้องชายก็แสนสาหัสกับกรรมที่กำลังได้รับอยู่แล้ว
9 ต.ค. 2555
พล.ต.ต. วิทยา ประยงค์พันธุ์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 กล่าวยืนยันว่า ทางตำรวจมีพยานหลักฐานในการทำคดี พ.ต.อ.นพ. สุพัฒน์ เพียงพอ แต่ก็ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดส่วนลึกได้ แต่มั่นใจในแนวทางที่ทำคดีมาเต็มร้อย
10 ต.ค. 2555
ตำรวจพา นายโย่ง ชาวกะเหรี่ยง พยานปากสำคัญ ซึ่งเคยทำงานภายในไร่ของ พ.ต.อ.นพ. สุพัฒน์ โดยบอกว่า พ.ต.อ.นพ. สุพัฒน์ นำแรงงานต่างด้าวชาวพม่าและกะเหรี่ยงจำนวนมากมาทำงานภายในไร่ โดยไม่ให้เงินเดือน แต่ให้ น.ส.วิลสา จันทรบัญชร ดูแลความเป็นอยู่ ซื้อหาเสื้อผ้าให้คนงานทุกคนสวมใส่ และคนงานมักจะเข้าไปดูโทรทัศน์ภายในห้อง น.ส.วิลสา เป็นประจำ โดยเฉพาะ นายต้า เพื่อนคนงานชาวกะเหรี่ยง สร้างความไม่พอใจให้กับ พ.ต.อ.นพ. สุพัฒน์ เป็นอย่างมาก ถึงขั้นจับตนกับนายต้าไปซ้อม และทรมานโดยใช้เชือกรัดคอจนสลบ โดยมีนายกะลาช่วยเหลือ ตนจึงหลบหนีกลับประเทศพม่า โดยไม่ทราบชะตากรรมของนายต้าแต่อย่างใด
ด้าน พล.ต.ท. หาญพล นิตย์วิบูลย์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 เปิดเผยหลังจากได้หลักฐานเพิ่มจาก นายกะลา อดีตคนงานในไร่ พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ ว่าศพที่ 2 ที่ใส่เสื้อมีเลข 20 คือ นายอีต้า เป็นผู้ที่ฝังเอง โดย พ.ต.อ.นพ. สุพัฒน์ เป็นคนยิง
15 ต.ค. 2555
พนักงานสอบสวน เดินทางไปสอบพยานคดี พ.ต.อ.นพ. สุพัฒน์ อีก 1 ราย โดยจากการสอบถามเบื้องต้นได้ให้การเป็นประโยชน์ต่อรูปคดีมาก โดยในวันนี้จะนำตัวพยานคนดังกล่าว ที่ขอสงวนชื่อมาสอบสวนอย่างเป็นทางการอีกครั้งหนึ่ง และเมื่อสอบสวนเสร็จ คณะพนักงานสอบสวน ก็จะเดินทางกลับที่ จ.เพชรบุรี ทันที ส่วนพยานคนดังกล่าว จะไม่นำตัวกลับไปด้วย เนื่องจากต้องทำงานประจำอยู่ และสามารถติดต่อได้
17 ต.ค. 2555
เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าค้นบ้าน หมอสุพัฒน์ ที่ท่ามะริด เบื้องต้นพบเครื่องอัดหัวกระสุน-ปลอกกระสุนเอ็ม 16 จำนวนมาก พร้อมนำพยานคนใหม่ชาวพม่าชื่อนายทะแง เป็น 1 ใน 4 คนชาวพม่าที่ พ.ต.อ.นพ. สุพัฒน์ รับตัวมาจาก อ.แม่สอด จ.ตาก ชุดเดียวกับนายอีต้า (หนึ่งในโครงกระดูกที่ขุดพบในไร่ พ.ต.อ.นพ. สุพัฒน์ และมีรูกระสุนปืนที่ศีรษะ) ใหม่ชี้จุด พร้อมแฉว่าเคยถูกหมอใช้ไปฆ่าเพื่อนร่วมชาติหวังปิดปากหลังตกเป็นผู้ต้องสงสัย
ขณะเดียวกัน ศาลจังหวัดเพชรบุรี ได้อนุมัติตามคำขอคัดค้านการขอปล่อยตัวชั่วคราว พ.ต.อ.นพ. สุพัฒน์ ดังกล่าว เนื่องจากเล็งเห็นว่า หากปล่อยตัวจะก่อความวุ่นวายต่อพยานและอาจหลบหนีได้
25 ต.ค. 2555
นายเอก เลาหะวัฒนะ ลูกชาย พ.ต.อ.นพ. สุพัฒน์ เลาหะวัฒนะ เดินทางเข้าให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวน สภ.ท่าไม้รวก เพิ่มเติม ที่ กองบังคับการตำรวจภูธร จังหวัดเพชรบุรี พร้อมด้วยทนายความ ได้นำตัวหญิงมีอายุมาให้ปากคำเพิ่มด้วยอีก 1 คน ในการหักล้างคำให้การของพยานที่อ้างถึง คำให้การพยานที่ระบุว่า นายเอก เป็นคนขับรถกระบะของ น.ส.อรษา เกิดทรัพย์ ผู้สูญหายมาไว้ที่บ้านพักใน จ.นนทบุรี
ขณะเดียวกันพนักงานสอบสวน ได้สอบปากคำ นางศิริพรรณ เลาหะวัฒนะ และ นายอัคร เลาหะวัฒนะ ภรรยา และบุตรชายคนที่ 2 ของหมอสุพัฒน์ อย่างเคร่งเครียด ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบุรี ซึ่งมี นายจุติ สงวนรักษา หัวหน้าทีมทนายความของ พ.ต.อ.นพ. สุพัฒน์ คอยดูแลในการให้ปากคำ ซึ่งการสอบปากคำในครั้งนี้ พนักงานสอบสวนได้ทำการบันทึกวิดีโอเทปอย่างละเอียด
27 ต.ค. 2555
ศาลจังหวัดเพชรบุรี อนุมัติหมายจับเพิ่ม พ.ต.อ.นพ. สุพัฒน์ เลาหะวัฒนะ ในข้อหาฆ่า นายอีต้า แรงงานชาวพม่า ที่มาทำงานภายในไร่ ตามที่พนักงานสอบสวน เสนอขอโดย พนักงานสอบสวน สภ.ท่าไม้รวก ได้สรุปวัตถุพยาน คือโครงกระดูกที่มีร่องรอยการถูกยิงด้วยอาวุธปืน และฝังไว้ท้ายไร่ของ พ.ต.อ.นพ. สุพัฒน์ ที่ ต.กลัดหลวง โดยมีผลพิสูจน์ในการตรวจดีเอ็นเอรับรองผล อีกทั้ง ยังมีพยานบุคคลอีกหลายปาก ซึ่งเป็นเพื่อนแรงงานชาวพม่า ที่เข้ามาทำงานอยู่ด้วยกันในระหว่างนั้น ซึ่งขณะนี้ อยู่ในระหว่างเตรียมเข้าแจ้งข้อหาเพิ่มเติมกับ พ.ต.อ.นพ. สุพัฒน์ ภายในเรือนจำกลาง จ.เพชรบุรี
29 ต.ค. 2555
พนักงานสอบสวนเดินทางไปยื่นคำร้องขออำนาจฝากขัง พ.ต.อ.นพ. สุพัฒน์ ผลัดที่ 4 ต่อศาลจังหวัดเพชรบุรี พร้อมรวบรวมสำนวนสั่งฟ้อง ฐานกักขังหน่วงเหนี่ยว และรับของโจร ส่งให้กับพนักงานอัยการ เพื่อพิจารณาส่งฟ้องต่อศาล ให้ทันวันครบกำหนดฝากขังผลัดที่ 4 ในวันที่ 9 พฤศจิกายนนี้ ส่วนการแจ้งข้อกล่าวหา ฆ่า 2 แรงงานชาวพม่านั้น ยังไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานให้ครบถ้วน ขณะที่เจ้าหน้าที่ยังไม่ละความพยายามในการค้นหา 2 สามีภรรยา ที่หายตัวไป แม้จะค้นไร่ไปแล้วถึง 15 ครั้ง ซึ่งหากมีพยาน หรือข้อเท็จจริงเพิ่มเติม ก็พร้อมจะทำการขุดค้นภายในไร่ของ พ.ต.อ.นพ. สุพัฒน์ อีกครั้ง
30 ต.ค. 2555

1 พ.ย. 2555
นายเอก และนายอัคร หรือโอ๊ค เลาหะวัฒนะ บุตรชายทั้งสองคนของ พ.ต.อ.นพ. สุพัฒน์ เลาหะวัฒน์ ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อกล่าวหา ร่วมกันฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน โดยมีการสอบปากคำบุคคลทั้งสองตามข้อกล่าวหาเรียบร้อยแล้ว โดยมีพยานบางคนระบุว่านายเอกมีส่วนพัวพันกับเรื่องนี้ แต่นายเอก เลาหะวัฒนะ ได้ออกมาปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีมาตลอด
2 พ.ย. 2555
พนักงานสอบสวน ได้สรุปสำนวนตดี พ.ต.อ.นพ. สุพัฒน์ เลาหะวัฒนะ และ น.ส.วิลสา จันทรบัญชร ผู้ต้องหาในคดีกักขังหน่วงเหนี่ยวรับทรัพย์หรือรับของโจร ต่อพนักงานอัยการเป็นคดีแรกแล้ว สำหรับในคดีอื่น ๆ ทางพนักงานสอบสวนยังคงเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเรื่องการสูญหายของสองสามีภรรยา พนักงานสอบสวน ยังเดินหน้าติดตาม ค้นหาร่องรอยและหลักฐานจนกว่าจะพบ
23 พ.ย. 2555
นายวรวิทย์ สัมพัฒนวรชัย อัยการจังหวัดเพชรบุรี เปิดเผยว่าสำนักงานอัยการจังหวัดเพชรบุรี ได้ยื่นฟ้อง พ.ต.อ.นพ. สุพัฒน์ และน.ส.วิลสา ในข้อหาร่วมกันลักทรัพย์หรือรับของโจร ต่อศาลจังหวัดเพชรบุรีแล้ว ส่วนข้อหาคดีความผิดฐานร่วมกันขืนใจผู้อื่นฯ และร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่น กรณีสองผัวเมียหายไปตัวนั้น มีความเห็นสั่งไม่ฟ้องเช่นเดียวกับความเห็นของพนักงานสอบสวน
31 ม.ค. 2556
อัยการจังหวัดเพชรบุรีสรุปสำนวนสั่งฟ้อง "หมอสุพัฒน์" กับลูกชายอีก 2 คน ข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา โดยทนายความได้ยื่นขอประกันตัวทั้งหมด แต่ศาลอนุญาตเพียงลูกชายโดยให้ประกันคนละ 500,000 บาท
12 ก.ค. 2556
ศาลอุทธรณ์ภาค 7 อนุญาตให้ พ.ต.อ.นพ. สุพัฒน์ ซึ่งตกเป็นจำเลยรวม 3 คดีที่เกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของสามีภรรยาชาวเพชรบุรี และฆาตกรรมคนงานชาวพม่า ประกันตัวชั่วคราวในวงเงิน 4 ล้านบาท โดยมีเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร และห้ามยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐาน
ศาลจังหวัดเพชรบุรี มีความเห็นพิพกาษาจำคุกหมอสุพัฒน์ เป็นเวลา 5 ปี ส่วน น.ส.วิลสา จันทรบัญชร ภรรยาคนที่ 3 โดนคุก 3 ปี 4 เดือน ในคดีลักทรัพย์หรือรับของโจร เป็นรถกระบะโตโยต้า ไทเกอร์ ของ นายสามารถ นุ่มจุ้ย และ นางอรษา เกิดทรัพย์ 2 สามีภรรยาชาวไร่สับปะรด ที่สูญหายใน อ.ท่ายาง
26 ธ.ค. 2557

ศาลจังหวัดเพชรบุรี
พิพากษาจำคุก หมอสุพัฒน์ ข้อหาค้ามนุษย์และผิด พ.ร.บ.ต่างด้าว จำคุกกระทงละ
6 เดือน รวม 4 กระทง เป็นจำคุก 24 เดือน
ฐานรับคนงานต่างด้าวที่ไม่มีใบอนุญาตเข้าทำงาน จำคุกกระทงละ 6 เดือน รวม 3
กระทง เป็นจำคุก 18 เดือน ฐานค้ามนุษย์จำคุก 8 ปี รวมจำคุก 8 ปี 42 เดือน
จำเลยให้การรับสารภาพข้อหาให้ที่พักพิง เป็นเหตุแห่งการบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่งในอัตราโทษกรณีข้อหาดังกล่าวคงรับโทษจำคุก 8 ปี 33 เดือน และให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนต่อโจทก์ร่วมทั้ง 3 ตามประมวลกฎหมายแพ่งฯ และ พ.ร.บ.การค้ามนุษย์ โดยให้ชดใช้สินไหมทดแทน นายกะลา โจทก์ร่วมที่ 1 เป็นเงิน 600,000 บาท นางผ่อน โจทก์ร่วมที่ 2 เป็นเงิน 300,000 บาท และ นายตะแง โจทก์ร่วมที่ 3 เป็นเงิน 100,000 บาท หลังฟังคำพิพากษา เจ้าหน้าที่ควบคุมตัว พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ ไปยังที่คุมขังเพื่อรอการประกันตัวต่อไป
1 พ.ค. 2558
ศาลจังหวัดเพชรบุรี ได้อ่านคำพิพากษาคดีฆ่า นายอีต้าร์ แรงงานพม่า โดยเป็นการอ่านคำพิพากษาต่อหน้าจำเลยที่ 2 และ 3 คือ นายเอก และนายอัคร เลาหะวัฒนะ ส่วนจำเลยที่ 1 คือ พ.ต.อ.นพ. สุพัฒน์ เลาหะวัฒนะ ยังคงหลบหนี
เกาะติดข่าว คดีหมอสุพัฒน์ ทั้งหมด
ภาพจาก รายการเรื่องเล่าเช้านี้





