ตำรวจเผยประวัติแม่ของน้องลูก้า - น้องดีดี้ พบเคยพัวพันยาเสพติด หลังกลับมาเป็นข่าวทำร้ายลูกจนต้องหนีออกจากบ้าน ด้านพ่อชาวสวิสรู้ข่าว จ่อบินกลับด่วนมารับไปดูแลเอง
ความคืบหน้ากรณี น้องลูก้า อายุ 11 ขวบ
และน้องดีดี้ อายุ 12 ปี สองพี่น้องลูกครึ่งที่รอดชีวิตจากเหตุตกตึกชั้น 4
หลังกลับมาเป็นข่าวอีกครั้งเมื่อทั้ง 2 คนหนีออกจากบ้าน เพื่อตามหาพ่อ
เพราะไม่อยากอยู่กับแม่ เนื่องจากถูกทำร้ายร่างกายตลอดเวลาอย่างไม่มีสาเหตุ
ซึ่งตัวพี่สาวที่มีบาดแผลจากเหตุตกตึกมานาน 1 ปี แต่ปัจจุบันแผลก็ยังไม่หาย
เพราะแม่ไม่รักษา ซ้ำบางครั้งก็ทำร้ายซ้ำไปที่แผล
ตามที่มีรายงานไปแล้วนั้น (อ่านข่าว : จากปากเด็กลูกครึ่งตกตึก แม่ไม่เคยพาไปทำกายภาพบำบัด -หนองไหล ตอนนี้งอขาไม่ได้ !)
ล่าสุด (31 มีนาคม 2562) เพจเฟซบุ๊ก รถตระเวนข่าว V.2 รายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดเผยผลการตรวจสอบประวัติ นางสาวรัตติกาล ประกายแก้ว แม่ของเด็กทั้ง 2 คน พบว่า เคยมีประวัติถูกจับในคดีครอบครองยาเสพติด ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบให้แน่ชัด
นอกจากนี้ ในส่วนของเงินบริจาคหลังเกิดเหตุเด็กทั้ง 4 คน ตกตึก ที่มีผู้บริจาคให้กว่า 2 ล้านบาทนั้น ตอนนี้เงินไปอยู่ที่ไหน รวมถึงเมื่อลงพื้นที่ตรวจสอบยังบ้านพักของเด็กทั้ง 2 คน ภายในซอยมิสทีน ย่านรามคำแหง หลังเกิดเรื่องพบว่า ผู้เป็นแม่ปฏิเสธออกมาพบนักข่าว โดยให้ตาและยายของเด็กออกมาบอกว่าไม่อยู่บ้าน แต่กลับมีเสียงตะโกนพูดว่า ให้ไล่นักข่าวกลับไป เพราะไม่อยากคุยด้วย
![เด็กลูกครึ่งตกตึก เด็กลูกครึ่งตกตึก]()
ภาพจาก เฟซบุ๊ก รถตระเวนข่าว V.2
ภาพจาก เฟซบุ๊ก อีจัน
ล่าสุด (31 มีนาคม 2562) เพจเฟซบุ๊ก รถตระเวนข่าว V.2 รายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดเผยผลการตรวจสอบประวัติ นางสาวรัตติกาล ประกายแก้ว แม่ของเด็กทั้ง 2 คน พบว่า เคยมีประวัติถูกจับในคดีครอบครองยาเสพติด ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบให้แน่ชัด
นอกจากนี้ ในส่วนของเงินบริจาคหลังเกิดเหตุเด็กทั้ง 4 คน ตกตึก ที่มีผู้บริจาคให้กว่า 2 ล้านบาทนั้น ตอนนี้เงินไปอยู่ที่ไหน รวมถึงเมื่อลงพื้นที่ตรวจสอบยังบ้านพักของเด็กทั้ง 2 คน ภายในซอยมิสทีน ย่านรามคำแหง หลังเกิดเรื่องพบว่า ผู้เป็นแม่ปฏิเสธออกมาพบนักข่าว โดยให้ตาและยายของเด็กออกมาบอกว่าไม่อยู่บ้าน แต่กลับมีเสียงตะโกนพูดว่า ให้ไล่นักข่าวกลับไป เพราะไม่อยากคุยด้วย

ภาพจาก เฟซบุ๊ก รถตระเวนข่าว V.2
ขณะเดียวกัน เพจเฟซบุ๊ก อีจัน รายงานความคืบหน้าการติดต่อพ่อชาวสวิส ของเด็กทั้ง 2 คน ว่า
ตอนนี้สามารถติดต่อ นายมาร์เซล เลออง โบเรล พ่อของเด็ก ๆ ทั้ง 2 คน ได้แล้ว
แต่ตอนนี้ติดงานอยู่ที่ต่างประเทศ ซึ่งจะรีบเคลียร์งานให้เสร็จ
แล้วจะรีบเดินทางมาประเทศไทยทันที โดยเบื้องต้นมีเพื่อน ๆ
คนไทยช่วยเตรียมเอกสารและทนายไว้รอแล้ว หากนายมาร์เซล
เดินทางถึงก็จะติดต่อขอรับลูก ๆ ทั้ง 2 คน จาก พม. กลับไปมาดูแลทันที
ภาพจาก เฟซบุ๊ก รถตระเวนข่าว V.2







