หนุ่มฆ่าเมีย-ลูก 2 คน สารภาพอ้างเมียยินยอมให้ฆ่าเพื่อจบปัญหาหนี้ กับเจ้าหนี้ 8 คน เพื่อนชี้ผู้ก่อเหตุคล้ายเป็นคน 2 บุคลิก ข้างนอกดูสดใส แต่ข้างในเก็บกด
จากกรณีเหตุสลด นายณัฐศักดิ์ คำเขิน หรือ นัท อายุ 46 ปี ก่อเหตุฆ่าภรรยาและลูก 2 คน อายุ 1 ขวบ 3 เดือน กับ 5 ขวบ ด้วยการใช้อาวุธมีดปาดคอ และพยายามฆ่าตัวตายตามแต่ไม่สำเร็จ เบื้องต้นทราบว่าสาเหตุมาจากเป็นหนี้นอกระบบเยอะ ต้องหาเงินจ่ายดอกเบี้ยตกวันละ 8,000 บาท ตามที่มีรายงานไปแล้วนั้น (อ่านข่าว : พ่อหมดหนทางชีวิต จ่ายหนี้วันละ 8,000 คว้ามีดฆ่าปาดคอลูกเมีย 3 ศพ)
เกี่ยวกับเรื่องนี้ (26 เมษายน 2562) รายการทุบโต๊ะข่าว ทางช่อง Amarin TV รายงานว่า พล.ต.ต. สมนึก น้อยคง ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 3 เปิดเผยว่า นายณัฐศักดิ์ ผู้ต้องหา ที่เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งดำเนินคดีข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ได้มีการเขียนข้อความรับสารภาพอ้างว่าภรรยาและลูกทั้ง 2 คน ยอมให้ตนใช้วิธีนี้เพื่อหนีหนี้ หลังปรึกษาภรรยาเสร็จก็กินยากล่อมประสาท ก่อนลงมือฆ่าลูก ๆ ก่อน แล้วถึงค่อยฆ่าภรรยา และพยายามฆ่าตัวเอง
ทั้งนี้ นางอุดม สมบุตร แม่เลี้ยงของนางสาวกิ่งแก้ว ผู้ตาย เปิดเผยยอมรับว่าครอบครัวลูกเลี้ยงมีปัญหาเรื่องหนี้จริง เพราะเคยมีคนมาทวงหนี้ 20,000 บาท กับดอกวันละ 1,000 บาท ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตนเองขออโหสิกรรมให้ผู้ก่อเหตุ แต่ก็ยังติดใจว่าทำไมถึงต้องฆ่าเมียและลูก ทำไมไม่ทำแค่ตัวเอง เพราะหนี้ทั้งหมดตัวเองเป็นคนก่อ
ขณะที่ นางสุกัญญา สมบุตร แม่เลี้ยงอีกคน กล่าวว่า นางสาวกิ่งแก้ว เคยมาเล่าให้ฟังว่ามีปัญหาเรื่องเงิน ตนเองก็เคยบอกว่าจะช่วยเหลือ ก่อนเกิดเหตุก็ได้คุยกันผ่านโทรศัพท์ พบว่าลูกสาวมีน้ำเสียงค่อนข้างเครียด ตนเองก็เคยเตือนว่าอย่าคิดสั้น เพราะตนเคยคิดสั้นฆ่าตัวตายเพราะติดหนี้แต่ไม่ตาย ลูกสาวก็รับปากว่าจะไม่ทำ
ด้าน นายพล (นามสมมติ) เพื่อนสนิทนายณัฐศักดิ์ ผู้ต้องหา เปิดเผยว่า นายณัฐศักดิ์ เป็นหนี้จริง เคยให้ตนช่วยค้ำประกันเงินกู้ 70,000 บาท ซึ่งที่ตนค้ำประกันให้เพราะสงสาร โดยรู้มาว่าเพื่อนมีเจ้าหนี้รวม 8 คน ส่วนตัวเท่าที่สังเกตนายณัฐศักดิ์ คล้ายเป็นคน 2 บุคลิก คือเวลาอยู่กับเพื่อนจะยิ้มแย้ม แต่ข้างในลึก ๆ เก็บกด ซึ่งก่อนเกิดเรื่องเจ้าตัวเคยบ่นให้ฟังว่าจะฆ่าตายทั้งครอบครัว แต่ตนก็คอยเตือนและให้กำลังใจเรื่อยมา
ขณะเดียวกัน นางน้อย (นามสมมติ) พี่สาวของนายณัฐศักดิ์ เปิดเผยว่า ก่อนก่อเหตุน้องชายโทร. มาหา บอกว่าเป็นหนี้นอกระบบ และไม่ไหวแล้ว มีการบอกลาตน ตนก็สอบถามไปว่ากู้เงินไปใช้อะไร แต่เขาไม่บอก ก่อนจะมาทราบข่าวก็เย็นวันที่ 25 พบก่อเหตุแล้ว
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก
จากกรณีเหตุสลด นายณัฐศักดิ์ คำเขิน หรือ นัท อายุ 46 ปี ก่อเหตุฆ่าภรรยาและลูก 2 คน อายุ 1 ขวบ 3 เดือน กับ 5 ขวบ ด้วยการใช้อาวุธมีดปาดคอ และพยายามฆ่าตัวตายตามแต่ไม่สำเร็จ เบื้องต้นทราบว่าสาเหตุมาจากเป็นหนี้นอกระบบเยอะ ต้องหาเงินจ่ายดอกเบี้ยตกวันละ 8,000 บาท ตามที่มีรายงานไปแล้วนั้น (อ่านข่าว : พ่อหมดหนทางชีวิต จ่ายหนี้วันละ 8,000 คว้ามีดฆ่าปาดคอลูกเมีย 3 ศพ)
เกี่ยวกับเรื่องนี้ (26 เมษายน 2562) รายการทุบโต๊ะข่าว ทางช่อง Amarin TV รายงานว่า พล.ต.ต. สมนึก น้อยคง ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 3 เปิดเผยว่า นายณัฐศักดิ์ ผู้ต้องหา ที่เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งดำเนินคดีข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ได้มีการเขียนข้อความรับสารภาพอ้างว่าภรรยาและลูกทั้ง 2 คน ยอมให้ตนใช้วิธีนี้เพื่อหนีหนี้ หลังปรึกษาภรรยาเสร็จก็กินยากล่อมประสาท ก่อนลงมือฆ่าลูก ๆ ก่อน แล้วถึงค่อยฆ่าภรรยา และพยายามฆ่าตัวเอง
ทั้งนี้ นางอุดม สมบุตร แม่เลี้ยงของนางสาวกิ่งแก้ว ผู้ตาย เปิดเผยยอมรับว่าครอบครัวลูกเลี้ยงมีปัญหาเรื่องหนี้จริง เพราะเคยมีคนมาทวงหนี้ 20,000 บาท กับดอกวันละ 1,000 บาท ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตนเองขออโหสิกรรมให้ผู้ก่อเหตุ แต่ก็ยังติดใจว่าทำไมถึงต้องฆ่าเมียและลูก ทำไมไม่ทำแค่ตัวเอง เพราะหนี้ทั้งหมดตัวเองเป็นคนก่อ
ขณะที่ นางสุกัญญา สมบุตร แม่เลี้ยงอีกคน กล่าวว่า นางสาวกิ่งแก้ว เคยมาเล่าให้ฟังว่ามีปัญหาเรื่องเงิน ตนเองก็เคยบอกว่าจะช่วยเหลือ ก่อนเกิดเหตุก็ได้คุยกันผ่านโทรศัพท์ พบว่าลูกสาวมีน้ำเสียงค่อนข้างเครียด ตนเองก็เคยเตือนว่าอย่าคิดสั้น เพราะตนเคยคิดสั้นฆ่าตัวตายเพราะติดหนี้แต่ไม่ตาย ลูกสาวก็รับปากว่าจะไม่ทำ
ด้าน นายพล (นามสมมติ) เพื่อนสนิทนายณัฐศักดิ์ ผู้ต้องหา เปิดเผยว่า นายณัฐศักดิ์ เป็นหนี้จริง เคยให้ตนช่วยค้ำประกันเงินกู้ 70,000 บาท ซึ่งที่ตนค้ำประกันให้เพราะสงสาร โดยรู้มาว่าเพื่อนมีเจ้าหนี้รวม 8 คน ส่วนตัวเท่าที่สังเกตนายณัฐศักดิ์ คล้ายเป็นคน 2 บุคลิก คือเวลาอยู่กับเพื่อนจะยิ้มแย้ม แต่ข้างในลึก ๆ เก็บกด ซึ่งก่อนเกิดเรื่องเจ้าตัวเคยบ่นให้ฟังว่าจะฆ่าตายทั้งครอบครัว แต่ตนก็คอยเตือนและให้กำลังใจเรื่อยมา
ขณะเดียวกัน นางน้อย (นามสมมติ) พี่สาวของนายณัฐศักดิ์ เปิดเผยว่า ก่อนก่อเหตุน้องชายโทร. มาหา บอกว่าเป็นหนี้นอกระบบ และไม่ไหวแล้ว มีการบอกลาตน ตนก็สอบถามไปว่ากู้เงินไปใช้อะไร แต่เขาไม่บอก ก่อนจะมาทราบข่าวก็เย็นวันที่ 25 พบก่อเหตุแล้ว
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก













