x close

สาวเดตหนุ่มรุ่นพ่อ คิดว่าจะดี แต่เจอเซ็กส์ป่าเถื่อน - ทรมานสาหัส ก่อนโดนฆ่าหั่นศพ

          สาวเดตชาย วัย 52 ปี ที่พบบนแอปฯ หาคู่ หารู้ไม่ว่าเป็นหัวหน้าลัทธิมืด เจอเซ็กส์ป่าเถื่อน ถูกทรมานอย่างสาหัส ก่อนถูกฆ่าหั่นศพเป็น 14 ชิ้น


          เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2562 เว็บไซต์เดอะซัน รายงานว่า ศาลรัฐเนแบรสกา สหรัฐอเมริกา ไต่สวนคดีฆาตกรรม ซิดนีย์ ลูฟ หญิงสาววัย 24 ปี ซึ่งถูกคู่เดตและแฟนสาวของเขา ร่วมมือกันสังหารอย่างโหดเหี้ยม ก่อนจะจัดการหั่นศพออกเป็น 14 ชิ้น แล้วนำไปโยนทิ้ง แต่ทั้งสองคนปฏิเสธว่าไม่ได้ฆ่า ยืนยันว่าตัวเองบริสุทธิ์ พร้อมอ้างว่าเหยื่อขาดใจตายเองขณะมีเซ็กส์กันอย่างรุนแรงผาดโผน และจำเป็นต้องจัดการกับศพ

          เหตุการณ์สะเทือนขวัญดังกล่าวเกิดขึ้นที่เมืองโอมาฮา รัฐเนแบรสกา เมื่อ 2 ปีที่แล้ว แต่คดีความยังคงยืดเยื้อไม่จบสิ้น โดยในเดือนพฤศจิกายน 2560 ซิดนีย์ ได้รู้จักกับ ออเบรย์ เทรล ชายวัย 52 ปี ผ่านทางแอปฯ ทินเดอร์ (Tinder) และหลังจากพูดคุยกันมาหลายสัปดาห์ ทั้งคู่ก็นัดพบกัน ซึ่งก่อนที่ซิดนีย์จะออกจากบ้าน เธอได้ถ่ายภาพเซลฟี่ลงบนโซเชียลมีเดีย ระบุแคปชั่นว่า "พร้อมเจอคู่เดตแล้ว" และนั่นแทบจะเป็นความเคลื่อนไหวสุดท้ายของเธอบนสังคมออนไลน์ ต่อมาในวันรุ่งขึ้น แม่ของซิดนีย์ก็พบความผิดปกติ เพราะลูกสาวหายตัวไป ไม่กลับบ้าน ไม่ไปทำงาน แถมติดต่อไม่ได้ เธอจึงเข้าแจ้งความคนหาย


          เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ระดมกำลังออกตามหา รวมทั้งประกาศตามหาบนอินเทอร์เน็ต และหลังจากนั้นไม่นาน เจ้าหน้าที่ตำรวจก็พบโทรศัพท์มือถือของซิดนีย์ จุดที่พบอยู่ห่างจากอพาร์ตเมนต์ของเธอประมาณ 65 กิโลเมตร แต่ตัวเจ้าของก็ยังหาไม่พบ เธอหายตัวไปอย่างปริศนา อีกทั้งไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ

          จนกระทั่งเวลาผ่านไปประมาณ 1 เดือน เจ้าหน้าที่ตำรวจพบศพผู้หญิงคนหนึ่ง สภาพศพถูกหั่นเป็นท่อน ๆ รวมทั้งหมด 14 ชิ้น จึงได้เก็บกู้ไปตรวจสอบ และพวกเขาก็พบว่าศพผู้หญิงคนนี้คือซิดนีย์ เพราะแขนซ้ายของศพมีรอยสักระบุว่า "everything will be wonderful someday" แปลได้ว่า "ทุกสิ่งทุกอย่างคงเป็นไปด้วยดีในสักวัน" ซึ่งตรงกับรอยสักของเธอ

          ผลการชันสูตรพลิกศพระบุว่า ซิดนีย์ถูกรัดคอจนขาดอากาศหายใจและเสียชีวิต ซึ่งในช่วงที่เธอจะสิ้นใจ เธอได้ถูกทรมานอย่างหนัก เจ้าหน้าที่พบบาดแผลที่เกิดจากการถูกทำร้ายหลายแห่ง พบรอยช้ำที่ต้นขาด้านใน ที่ข้อมือ ที่ติ่งหูก็มีแผลฉีกขาด นอกจากนี้แล้ว ผลจากการตรวจสอบยังเผยให้เห็นว่าเธอดิ้นรนขัดขืน เธอพยายามต่อสู้เอาชีวิตรอด แต่ก็ไม่สำเร็จ

          ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจก็พบเบาะแสซึ่งชี้ไปยังคนร้าย นั่นก็คือ ออเบรย์ คู่เดตของซิดนีย์ และได้จับกุมเขาในข้อหาฆาตกรรม รวมทั้งได้เข้าจับกุม เบลีย์ บอสเวลล์ หญิงสาววัย 25 ปี แฟนสาวของออเบรย์ โทษฐานมีส่วนในการฆาตกรรมครั้งนี้ด้วย ซึ่งทั้งสองคนได้ให้การปฏิเสธ

ออเบรย์ เทรล วัย 52 ปี คู่เดตของซิดนีย์ และคนร้ายผู้ก่อเหตุฆาตกรรมเธอ
ภาพจาก Taney County Sheriff's Office

เบลีย์ บอสเวลล์ แฟนสาวของออเบรย์ ผู้ร่วมก่อเหตุสังหารซิดนีย์
ภาพจาก Taney County Sheriff's Office

          ในระหว่างการพิจารณาคดีในชั้นศาล เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน ที่ผ่านมา ออเบรย์ได้เกิดอาการคลุ้มคลั่ง พยายามเชือดคอตัวเองในศาล พร้อมตะโกนสั่งให้ตำรวจปล่อยตัวเบลีย์ และบอกว่าเธอบริสุทธิ์ ถ้าหากไม่ทำตาม เขาจะสาปแช่งทุก ๆ คน แต่เขาไม่ได้รับอันตรายถึงชีวิต เพราะเจ้าหน้าที่ได้รีบเข้าไปจัดการระงับเหตุ ก่อนจะนำตัวเขาส่งโรงพยาบาล

https://twitter.com/OWHnews/status/1148641748236812289
ออเบรย์ ขณะพิจารณาคดีในศาล สังเกตได้ว่าบริเวณลำคอมีรอยแผลจากการพยายามฆ่าตัวตาย

          การเสียชีวิตของซิดนีย์นำไปสู่การสืบสวนเรื่องราวเกี่ยวกับ ออเบรย์ และเบลีย์ จนกระทั่งมาพบว่าพวกเขาทั้งคู่เป็นเจ้าของลัทธิเซ็กส์แปลกประหลาด และได้มีการหลอกล่อผู้หญิงหลายคนมาเป็นเหยื่อ ซึ่งเคราะห์ดีที่พวกเธอไม่ได้พบจุดจบน่าเศร้าเหมือนกับซิดนีย์

          รายงานระบุว่า ในช่วงเดือนกรกฎาคม - พฤศจิกายน 2560 ออเบรย์กับเบลีย์ได้ใช้แอปฯ หาคู่ล่อลวงหญิงสาวมา 3 คน เพื่อมาร่วมลัทธิเซ็กส์ ออเบรย์อ้างว่าตัวเองเป็นแวมไพร์ มีอิทธิฤทธิ์สามารถอ่านใจคนได้ เขาสั่งให้หญิงสาวทั้งสามเรียกเขาว่า Daddy และมีเซ็กส์หมู่กับพวกเธอเป็นประจำ


          หญิงสาวเหล่านี้ได้ขึ้นให้การในชั้นศาลว่า ออเบรย์มีกลุ่มแม่มดเป็นลูกน้อง ซึ่งแม่มดได้หว่านล้อมให้พวกเธอไปฆ่าคน เพื่อเอาลมหายใจสุดท้ายมาแลกกับการได้เป็นแม่มดเหมือนกัน และพวกเธอจะได้รับพลังอำนาจเพิ่มมากขึ้นหลายเท่า ถ้าหากทรมานเหยื่อก่อนที่จะฆ่าให้ตาย

          กระบวนการนี้ต้องเกิดขึ้นขณะมีเซ็กส์กับเหยื่อ ไม่ว่าจะเป็น ควักลูกตา ถลกหนัง เฉือนเนื้อ ราดน้ำกรดลงไปบนร่าง รวมถึงจุดไฟเผา นอกจากนี้แล้ว ออเบรย์ยังได้ควบคุมดูแลอย่างเคร่งครัด บังคับให้ทุกคนแก้ผ้าอยู่ตลอด ต้องเชื่อฟังทุกอย่างที่สั่ง หากฝ่าฝืนจะถูกทำโทษอย่างรุนแรง แต่พวกเธอก็สามารถหลบหนีออกมาได้ ก่อนที่ซิดนีย์จะกลายเป็นเหยื่อ


          ทางด้านออเบรย์ ยอมรับว่าได้พบเจอกับซิดนีย์จริง แต่ปฏิเสธว่าไม่ได้ฆ่าเธอ เขากล่าวว่าตัวเองได้ร่วมหลับนอนกับซิดนีย์ เป็นเซ็กส์แบบรุนแรงสไตล์ BDSM ซึ่งซิดนีย์ให้การสมยอมทุกอย่าง พร้อมอ้างว่าอยู่ดี ๆ เธอก็ขาดใจตายไปเอง โดยที่ไม่ได้ลงมือทำอะไร

          ขณะนี้กระบวนการดำเนินคดีในชั้นศาลยังไม่สิ้นสุด และยังไม่สามารถระบุได้ว่าผู้ต้องหาจะถูกลงโทษสถานใดบ้าง
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
สาวเดตหนุ่มรุ่นพ่อ คิดว่าจะดี แต่เจอเซ็กส์ป่าเถื่อน - ทรมานสาหัส ก่อนโดนฆ่าหั่นศพ โพสต์เมื่อ 10 กรกฎาคม 2562 เวลา 18:21:56 59,581 อ่าน
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย
TOP