x close

พ่อเฒ่าสุดทน ฟ้องหย่าเมีย บงการชีวิต 55 ปี ฮุบ 68 ล้าน สั่งห้ามเปิดแอร์-อาบน้ำในบ้าน !


          พ่อเฒ่าสุดทน ฟ้องหย่าเมียหลังแต่งงาน 55 ปี ชีวิตคู่ความทนทุกข์ ถูกทำร้าย-ดุด่า ทรัพย์สินกว่า 68 ล้านถูกยึด จะอาบน้ำในบ้านตัวเองยังทำไม่ได้ !

ฟ้องหย่า

          วันที่ 1 เมษายน 2567 เว็บไซต์ ETtoday รายงานว่า นายเฉิน ชายชราอายุ 83 ปี จากเมืองซินจู๋ ของไต้หวัน ตัดสินใจฟ้องหย่าภรรยา หลังเผชิญความทุกข์ทรมานตลอดการใช้ชีวิตคู่ 55 ปี ไม่เพียงแค่ถูกภรรยาทุบตีทำร้าย แต่ยังถูกเธอบงการชีวิตทุกอย่างตั้งแต่เรื่องเงินจนเรื่องต่าง ๆ ในบ้าน แม้เขาจะทำงานหนักจนมีเงินเก็บมากหมาย แต่ทรัพย์สินกว่า 60 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน (ราว 68 ล้านบาท) กลับอยู่ภายใต้ชื่อภรรยา ซ้ำเธอยังรวมหัวกับลูกชายไล่เขาออกจากบ้าน

          รายงานเผยว่า นายเฉิน เคยทำงานอยู่บริษัทด้านเทคโนโลยีแห่งหนึ่งจนเกษียณ และเสาหลักในการหาเงินมาให้ครอบครัว อย่างไรก็ตาม ภรรยาของเขาที่เป็นโรคย้ำคิดย้ำทำและไบโพลาร์หลังแต่งงาน กลับเป็นคนควบคุมจัดการเงินของเขา ไม่เพียงแค่นายเฉินจะไร้อิสระทางการเงิน ภรรยายังไม่อนุญาตให้เขาเปิดแอร์หรืออาบน้ำที่บ้าน และบังคับให้เขาไปอาบน้ำเข้าส้วมที่มหาวิทยาลัยชิงหวาแทน

          ตลอดระยะเวลาอันยาวนาน นายเฉินยังตกเป็นเหยื่อความรุนแรงในครอบครัว ถูกภรรยาดุด่า ใช้ความรุนแรงทางวาจาและร่างกาย สุดท้ายเขายังถูกภรรยากับลูกชายไล่ออกจากบ้าน สุดท้ายเขาจึงตัดสินใจฟ้องหย่า เพื่อให้หลุดพ้นจากความทุกข์ทนนี้

          ในที่สุดผู้พิพากษาศาลแขวงเมืองซินจู๋ ก็มีคำตัดสินให้นายเฉินหย่าขาดจากภรรยาวัย 80 กว่าปีได้ อย่างไรก็ตาม ในส่วนของทรัพย์สินนั้น เขาสามารถได้รับคืนมาเพียงแค่ 25 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน (ราว 28 ล้านบาท) เท่านั้น

          คำตัดสินของศาล ระบุว่า นายเฉินแต่งงานกับภรรยาเมื่อปี 2512 แต่เขากล่าวหาว่าภรรยาไม่เคยปฏิบัติกับเขาดี ๆ เลยหลังแต่งงาน เธอมักโต้เถียงเขาในเรื่องเล็ก ๆ แถมยังปิดมิเตอร์น้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต บีบให้เขาต้องไปใช้ห้องน้ำที่มหาวิทยาลัยชิงหวา เป็นเวลาหลายปีแล้วที่เขาไม่ได้รับอนุญาตให้เปิดแอร์หรือพัดลมในบ้าน

          นายเฉินชี้ว่าภรรยาใช้คำพูดทำร้ายจิตใจเขาทุกวัน ทั้งบอกว่าเขาเป็นไอ้ขี้แพ้ ด่าว่าเขาต้องพึ่งเมียเพื่อมีชีวิตอยู่ ทั้ง ๆ ที่เขาเป็นคนยกเงินเดือนก้อนใหญ่ให้ภรรยาดูแลจัดการ เธอยังสงสัยว่าเขานอกใจโดยไม่มีเหตุผล อีกทั้งภรรยายังเป็นโรคย้ำคิดย้ำทำ จึงชอบสะสมข้าวของต่าง ๆ จนรกเต็มบ้าน เขาไม่มีพื้นที่จะนั่ง นอน หรือพักผ่อนด้วยซ้ำ
 
          นอกจากนี้ ระยะหลังนายเฉินป่วยเป็นโรคพาร์กินสันและสมองเสื่อม แต่ภรรยากลับไม่เคยพาเขาไปหาหมอ เธอดูถูกและด้อยค่าเขาต่อเนื่อง ถึงขั้นรวมหัวกับลูกชายล็อกประตูไม่ให้เขาเข้าบ้าน จนนายเฉินต้องกลายเป็นชายชราที่ใช้ชีวิตด้วยตัวเอง

          ทางด้านลูกสาวของนายเฉินได้ให้การในชั้นศาล ยืนยันเรื่องราวที่พ่อเล่ามา โดยเผยว่าเงินทั้งหมดในครอบครัวล้วนเป็นเงินที่พ่อหามา พ่อมักจะถูกแม่ทุบตีและดุด่ามานานแล้ว แต่เขาไม่เคยร้องขอความช่วยเหลือจากใครเพื่อรักษาหน้าตัวเอง แม้จะตกเป็นเหยื่อความรุนแรงในครอบครัว ตอนนี้ความสัมพันธ์ของพ่อกับแม่เลวร้ายถึงขีดสุด จนในที่สุดพ่อก็ตัดสินใจฟ้องหย่าเพื่อรักษาศักดิ์ศรีสุดท้ายที่เหลืออยู่
 
          ด้านผู้พิพากษาเผยผลการสอบสวน พบว่านายเฉินมีทรัพย์สินหลายสิบดอลลาร์ไต้หวัน โดยเฉพาะบ้านของเขาก็มีมูลค่ากว่า 9 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน (ราว 10 ล้านบาท) แล้ว แต่เนื่องจากทรัพย์สินส่วนใหญ่อยู่ภายใต้ชื่อของภรรยา ทำให้เขามีทรัพย์สินในชื่อของตัวเองไม่ถึง 9 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน

          อย่างไรก็ตาม ฝ่ายภรรยาเถียงว่าทรัพย์สินที่อยู่ภายใต้ชื่อเธอกว่า 60 ล้านดอลลาร์ไต้หวันนั้น ล้วนเกิดจากการจัดการเรื่องเงินที่ประสบความสำเร็จของเธอเอง แต่ผู้พิพากษาไม่ยอมรับเหตุผลนั้น ชี้ว่าทรัพย์สินที่ภรรยามีล้วนมาจากสามี แต่ทรัพย์สินที่ทั้งคู่ครอบครองกลับต่างกันถึง 51 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน (ราว 58 ล้านบาท) สุดท้ายเมื่อทำการแบ่งกันอย่างเท่าเทียม ฝ่ายสามีจะได้ทรัพย์สินคืนเพียง 25 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน (ราว 28 ล้านบาท) เท่านั้น  

ติดตามอ่าน ข่าวต่างประเทศ ที่น่าสนใจได้ที่นี่

ขอบคุณข้อมูลจาก ETtoday


เรื่องที่คุณอาจสนใจ
พ่อเฒ่าสุดทน ฟ้องหย่าเมีย บงการชีวิต 55 ปี ฮุบ 68 ล้าน สั่งห้ามเปิดแอร์-อาบน้ำในบ้าน ! โพสต์เมื่อ 2 เมษายน 2567 เวลา 16:51:30 52,830 อ่าน
TOP