สาวคันหู 2 ข้าง หมอตรวจดูเจอภาพขนลุก ชี้นี่คือผลจากนิสัยที่ชอบทำประจำ หลายคนก็ติดเป็นนิสัย ย้ำการแคะหูไม่จำเป็น เสี่ยงทำหูอักเสบ - มีเชื้อราในช่องหู
![เตือนใจคนชอบแคะหู เตือนใจคนชอบแคะหู]()
โดย นพ.หวง ซื่อหลุน ผู้อำนวยการคลินิกโหย่วเหมียว ผู้เชี่ยวชาญด้าน หู คอ จมูก ได้เล่าถึงเคสของหญิงสาวรายหนึ่งที่มีนิสัยชอบแคะหูเป็นประจำ ไม่นานมานี้เธอเกิดอาการคันและหูอื้อที่หูทั้ง 2 ข้าง เมื่อลองใช้กล้องส่องหูตรวจดูก็พบขุยขาว ๆ ลักษณะเป็นขนปุย ๆ คล้ายเห็ดอยู่เต็มไปหมด ซึ่งแพทย์วินิจฉัยว่าเธอเป็นโรคเชื้อราในช่องหู
![เตือนใจคนชอบแคะหู เตือนใจคนชอบแคะหู]()
ภาพจาก เฟซบุ๊ก 黑倫醫師x健康諮詢
นพ.หวงซื่อหลุน ให้สัมภาษณ์กับ ETtoday ว่า ผู้ป่วยรายนี้เมื่อไม่มีอะไรทำก็ชอบแคะหูด้วยอุปกรณ์ต่าง ๆ คาดว่าอุปกรณ์ดังกล่าวน่าจะปนเปื้อน หรือเพราะหูชั้นนอกเคยติดเชื้อมาแล้วซ้ำ ๆ ทำให้ภูมิคุ้มกันลดลง จึงเกิดการติดเชื้อหลายชนิดพร้อมกัน
ควรแคะหูหรือไม่ ?
ในขณะที่หลายคนสงสัยว่าการแคะหูนั้นเป็นเรื่องที่ควรทำเพื่อรักษาความสะอาดในช่องหูหรือไม่ นพ.หวง ซื่อหลุน อธิบายว่า ตามปกติแล้วขี้หูจะอยู่ที่หูชั้นนอกเพียง 1 ใน 3 ส่วนเท่านั้น และสามารถขับออกมาได้เอง จึงไม่จำเป็นต้องมีการทำความสะอาดโดยเฉพาะ หรือกล่าวได้ว่าการแคะหูนั้นไม่จำเป็นเลย อีกทั้งเมื่อมีคนนำสำลีไปแคะหู กลับทำให้ขี้หูถูกดันเข้าไปในหูมากขึ้น หรือแม้กระทั่งเข้าไปจนถึงส่วนที่อยู่ลึกที่สุดของช่องหู
นอกจากความเสี่ยงในการติดเชื้อแล้ว การแคะหูให้สะอาดเกินไปก็ไม่ใช่เรื่องดี โดย นพ.หวง ซื่อหลุน เผยว่า เขาเคยรักษาผู้ป่วยที่แคะหูจนสะอาดมาก ไม่มีขี้หูป้องกันใด ๆ ทำให้แมลงสาบตัวเล็ก ๆ เดินผ่านเข้าไปจนถึงแก้วหูส่วนลึกได้โดยไม่มีสิ่งใดกีดขวาง
สำหรับวัตถุแปลกปลอมในหูที่พบได้บ่อย นอกจากแมลงแล้วก็ยังมี สำลี กระดาษทิชชู หรือลูกปัดของสร้อย เป็นต้น ทั้งนี้ หากไปตั้งแคมป์แล้วเจอแมลงเข้าหู แนะนำว่าห้ามแคะหูเด็ดขาด แต่ให้เอาน้ำมันหยอดจากภายนอก ทำให้แมลงขาดอากาศ จากนั้นจึงให้แพทย์ใช้เครื่องมือคีบออก
ทั้งนี้ นพ.หวง ซื่อหลุน ยังย้ำด้วยว่า "ปัญหาของหูคือ ยิ่งแคะน้อยยิ่งปัญหาน้อย ยิ่งแคะบ่อยปัญหายิ่งเยอะ การแคะหูเองบ่อย ๆ ทำให้เกิดการอักเสบของช่องหูชั้นนอกได้ง่าย แก้วหูอาจมีเลือดออก และยังอาจทำให้เกิดเชื้อราในช่องหูได้เช่นกัน"

วันที่ 12 มกราคม 2569 เว็บไซต์ ETtoday รายงานเรื่องอุทาหรณ์เตือนใจคนชอบแคะหู แม้ว่าใครหลายคนจะชอบแคะหูเป็นนิสัย แต่รู้หรือไม่ว่าพฤติกรรมนั้นอาจนำมาซึ่งความเสี่ยงสุดสะพรึง ดังเช่นเคสหนึ่งที่แพทย์ชาวไต้หวันเพิ่งออกมาเตือนเมื่อไม่นานมานี้ พร้อมเปิดภาพชวนขนลุกให้ได้ชมกันผ่านเฟซบุ๊กของเขา
โดย นพ.หวง ซื่อหลุน ผู้อำนวยการคลินิกโหย่วเหมียว ผู้เชี่ยวชาญด้าน หู คอ จมูก ได้เล่าถึงเคสของหญิงสาวรายหนึ่งที่มีนิสัยชอบแคะหูเป็นประจำ ไม่นานมานี้เธอเกิดอาการคันและหูอื้อที่หูทั้ง 2 ข้าง เมื่อลองใช้กล้องส่องหูตรวจดูก็พบขุยขาว ๆ ลักษณะเป็นขนปุย ๆ คล้ายเห็ดอยู่เต็มไปหมด ซึ่งแพทย์วินิจฉัยว่าเธอเป็นโรคเชื้อราในช่องหู

ภาพจาก เฟซบุ๊ก 黑倫醫師x健康諮詢
บนเฟซบุ๊ก นพ.หวง ซื่อหลุน ชี้ว่า หญิงรายนี้เคยมาตรวจเมื่อ 6 เดือนก่อน เนื่องจากหูชั้นนอกอักเสบ ซึ่งก็ได้รับการรักษาจนหายแล้ว แถมเขายังย้ำเตือนว่า "อย่าแคะหูสุ่มสี่สุ่มห้า อย่าแคะหูนะ" แต่ล่าสุดได้กลับมาตรวจหูอีกครั้งเพราะเกิดความผิดปกติที่หูทั้ง 2 ข้าง ซึ่งเมื่อใช้กล้องส่องดูในช่องหูก็พบภาพชวนขนลุกดังกล่าว
นพ.หวงซื่อหลุน ให้สัมภาษณ์กับ ETtoday ว่า ผู้ป่วยรายนี้เมื่อไม่มีอะไรทำก็ชอบแคะหูด้วยอุปกรณ์ต่าง ๆ คาดว่าอุปกรณ์ดังกล่าวน่าจะปนเปื้อน หรือเพราะหูชั้นนอกเคยติดเชื้อมาแล้วซ้ำ ๆ ทำให้ภูมิคุ้มกันลดลง จึงเกิดการติดเชื้อหลายชนิดพร้อมกัน
ควรแคะหูหรือไม่ ?
ในขณะที่หลายคนสงสัยว่าการแคะหูนั้นเป็นเรื่องที่ควรทำเพื่อรักษาความสะอาดในช่องหูหรือไม่ นพ.หวง ซื่อหลุน อธิบายว่า ตามปกติแล้วขี้หูจะอยู่ที่หูชั้นนอกเพียง 1 ใน 3 ส่วนเท่านั้น และสามารถขับออกมาได้เอง จึงไม่จำเป็นต้องมีการทำความสะอาดโดยเฉพาะ หรือกล่าวได้ว่าการแคะหูนั้นไม่จำเป็นเลย อีกทั้งเมื่อมีคนนำสำลีไปแคะหู กลับทำให้ขี้หูถูกดันเข้าไปในหูมากขึ้น หรือแม้กระทั่งเข้าไปจนถึงส่วนที่อยู่ลึกที่สุดของช่องหู
ดังนั้น หากมีอาการขี้หูอุดตัน แนะนำให้ไปพบแพทย์เพื่อใช้เครื่องมือดูดขี้หูออก หรือให้แพทย์แคะออกให้โดยใช้กล้องส่องหู หากขี้หูอัดแน่นเกินไปอาจต้องหยอดยาเพื่อทำให้ขี้หูนุ่มติดต่อกันหลายวัน แล้วจึงกลับมารักษา ห้ามไปแคะหูตามร้านเสริมสวย เพราะอาจติดเชื้อราจากอุปกรณ์ที่ไม่สะอาด หรือเกิดการอักเสบเรื้อรังจากการแคะหูบ่อย ๆ
นอกจากความเสี่ยงในการติดเชื้อแล้ว การแคะหูให้สะอาดเกินไปก็ไม่ใช่เรื่องดี โดย นพ.หวง ซื่อหลุน เผยว่า เขาเคยรักษาผู้ป่วยที่แคะหูจนสะอาดมาก ไม่มีขี้หูป้องกันใด ๆ ทำให้แมลงสาบตัวเล็ก ๆ เดินผ่านเข้าไปจนถึงแก้วหูส่วนลึกได้โดยไม่มีสิ่งใดกีดขวาง
สำหรับวัตถุแปลกปลอมในหูที่พบได้บ่อย นอกจากแมลงแล้วก็ยังมี สำลี กระดาษทิชชู หรือลูกปัดของสร้อย เป็นต้น ทั้งนี้ หากไปตั้งแคมป์แล้วเจอแมลงเข้าหู แนะนำว่าห้ามแคะหูเด็ดขาด แต่ให้เอาน้ำมันหยอดจากภายนอก ทำให้แมลงขาดอากาศ จากนั้นจึงให้แพทย์ใช้เครื่องมือคีบออก
ทั้งนี้ นพ.หวง ซื่อหลุน ยังย้ำด้วยว่า "ปัญหาของหูคือ ยิ่งแคะน้อยยิ่งปัญหาน้อย ยิ่งแคะบ่อยปัญหายิ่งเยอะ การแคะหูเองบ่อย ๆ ทำให้เกิดการอักเสบของช่องหูชั้นนอกได้ง่าย แก้วหูอาจมีเลือดออก และยังอาจทำให้เกิดเชื้อราในช่องหูได้เช่นกัน"
ขอบคุณข้อมูลจาก ETtoday






