หมอเล่าเคส สาวอ้วน 150 กก. ลดได้ 50 กก. ใน 6 เดือน ชี้จุดสำคัญ สิ่งที่คนทั่วไปขี้เกียจทำ


          หมอเล่าเคส สาวอ้วน 150 กก. ใช้เวลา 6 เดือน ลดได้ 50 กก. ชี้จุดสำคัญคือความมุ่งมั่น จดบันทึกอาหาร แม้คนส่วนใหญ่ขี้เกียจทำ ย้ำคิดจะลดน้ำหนัก สิ่งนี้สำคัญ

ลดน้ำหนัก

          หลายคนคงเห็นตรงกันว่าเรื่องลดน้ำหนักนั้น แม้จะไม่ใช่เรื่องยากแต่ก็ใช่จะทำได้ง่าย หากไม่มีใจมุ่งมั่น แถมบางคนยังไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน อย่างไรก็ตาม ไม่นานมานี้คุณหมอรายหนึ่งจากไต้หวัน ได้ออกมาเผยเรื่องของหญิงอายุ 30 ปี ที่มีน้ำหนักเกือบ 150 กิโลกรัม แต่ในเวลาเพียง 6 เดือน สามารถลดน้ำหนักไปได้ถึง 50 กิโลกรัม 
          
          โดยเมื่อวันที่ 16 มกราคม 2569 เว็บไซต์ ETtoday รายงานว่า ไช่หมิงเจี๋ย คุณหมอผู้เชี่ยวชาญด้านต่อไร้ท่อและโรคอ้วน ยกให้ผู้ป่วยหญิงโรคอ้วนรายนี้ เป็นหนึ่งในคนที่มีความตั้งใจมากที่สุดเท่าที่เขาเคยพบ เขาชี้ว่าตอนที่เธอมาพบหมอครั้งแรก ปรากฏว่าเธอมีความบกพร่องทางสติปัญญาเล็กน้อย แม่ที่คยดูแลอยู่เล่าว่า ลูกสาวเป็นเบาหวานมาหลายปี แต่ก็คุมไม่เคยได้ เมื่อตัวเองอายุมากขึ้นก็เริ่มกังวลว่าอนาคตอาจไม่สามารถดูแลลูกสาวได้อีก 
          
          หลังปรึกษาพูดคุยกัน แพทย์ให้ผู้ป่วยกินยาเบาหวานอย่างสม่ำเสมอ พร้อมมีการฉีดยาร่วมด้วยเพื่อลดน้ำหนัก พร้อมกันให้ปรับการกินเพื่อให้สมดุลขึ้น 

          เป็นที่รู้กันว่าการใช้ยานั้น จะไม่เกิดผลลัพธ์จริงหากไม่ปรับพฤติกรรมร่วมด้วย แต่ผู้ป่วยหญิงรายนี้แสดงความมุ่งมั่นอย่างน่าทึ่ง เธอไม่เพียงมาตรวจตามนัดและกินยาสม่ำเสมอ แต่ยัง "จดบันทึกรายการอาหาร" อย่างเคร่งครัด ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ป่วยทั่วไปคิดว่าลำบาก และมักขี้เกียจทำ
          
          หญิงคนนี้จดบันทึกอาหารที่กินเข้าไป และมักถามหมอว่า "โยเกิร์ตผลไม้ กินได้ไหม" แม้จะถามคำถามเดิมซ้ำ ๆ เพราะความจำยังไม่ดีนัก แต่เธอมีความตั้งใจอย่างไม่ต้องสงสัย ผู้ป่วยยังถามหมอก่อนไปงานเลี้ยงคริสต์มาสด้วยว่า กินพิซซ่ากับไก่ทอดได้ไหม 
          
          แม้อาหารจะมีแคลอรี่สูง แต่หมอไช่หมิงเจี๋ยแนะนำว่า งานเลี้ยงเป็นช่วงเวลาแห่งความสุข จะกินสักเล็กน้อยก็ไม่เป็นไร แต่ขอให้ดึงหนังของไก่ทอดออกเพื่อหลีกเลี่ยงไขมัน และอย่าลืมปรับอาหารมื้ออื่น ๆ เพื่อรักษาสมดุลของแคลอรี่ตลอดทั้งวัน ซึ่งผู้ป่วยก็พยายามทำตามคำแนะนำนั้น 
          
          กระทั่งต้นปีที่ผ่านมา เธอลดไปได้ 50 กิโลกรัม แม้แต่ค่า HbA1c หรือผลตรวจวัดระดับน้ำตาลสะสมย้อนหลัง 2-3 เดือน ก็ลดจากตอนแรก 13% มาอยู่ที่ 5.5% ตามมาตรฐาน ทำให้คุณแม่ของเธอรู้สึกยินดีมาก บอกว่าภาระในใจได้ถูกปลดลงแล้ว และเผยว่าตอนนี้ลูกสาวตั้งตารอที่จะมาพบหมอ และเริ่มมีพฤติกรรมการกินที่ดีและสมดุลขึ้น ไม่รู้สึกว่าการลดน้ำหนักเป็นเรื่องทรมาน
          
          หมอไช่หมิงเจี๋ย เผยอย่างซาบซึ้งใจว่า แม้ผู้ป่วยรายนี้อาจไม่ใช่คนที่มีสติปัญหาเฉลียวฉลาดที่สุด แต่เธอเป็นหนึ่งในผู้ป่วยที่มีความตั้งใจที่สุดเท่าที่เขาเคยเจอมาเลย 

ขอบคุณข้อมูลจาก ETtoday

เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
หมอเล่าเคส สาวอ้วน 150 กก. ลดได้ 50 กก. ใน 6 เดือน ชี้จุดสำคัญ สิ่งที่คนทั่วไปขี้เกียจทำ อัปเดตล่าสุด 17 มกราคม 2569 เวลา 17:08:58
TOP
x close