เปิดรายชื่อ 2 นักบิน AT-6TH เสียชีวิตจากเหตุเครื่องบินตกที่เชียงใหม่ขณะปฏิบัติภารกิจ ย้อนฟังความฝันของครูการบิน ผู้ทุ่มเททั้งชีวิตเพื่อผืนฟ้าและประเทศชาติ
กองทัพอากาศได้เปิดเผยรายชื่อนักบินผู้เสียชีวิต ได้แก่
สำหรับอุบัติเหตุเครื่องบิน AT-6TH ตกดังกล่าว เกิดขึ้นระหว่างปฏิบัติภารกิจฝึกบินตามแผนการฝึกของกองทัพอากาศ ในพื้นที่ฝึกทิศทาง 210 ระยะทางประมาณ 60 กิโลเมตรจากสนามบินเชียงใหม่ โดยเหตุการณ์ไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชนหรือทรัพย์สินในพื้นที่ใกล้เคียง
พลอากาศโท จักรกฤษณ์ ธรรมวิชัย โฆษกกองทัพอากาศ เปิดเผยว่า ภายหลังเกิดเหตุ พลอากาศเอก เสกสรร คันธา ผู้บัญชาการทหารอากาศ ได้สั่งการให้หน่วยที่เกี่ยวข้องเข้าควบคุมพื้นที่ทันที และมอบหมายให้คณะกรรมการสอบสวนอากาศยานอุบัติเหตุกองทัพอากาศ ลงพื้นที่ตรวจสอบหาสาเหตุอย่างละเอียด รอบคอบ ตามมาตรฐานความปลอดภัยด้านการบินอย่างเคร่งครัด เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ถูกต้อง และนำไปสู่การปรับปรุงมาตรการความปลอดภัยในอนาคต
![สดุดี 2 นักบินผู้เสียชีวิตจากเหตุเครื่องบิน AT-6TH ตกที่จอมทอง เชียงใหม่ สดุดี 2 นักบินผู้เสียชีวิตจากเหตุเครื่องบิน AT-6TH ตกที่จอมทอง เชียงใหม่]()
จากเหตุการณ์สูญเสียด้านการบิน กรณีเครื่องบิน AT-6TH สังกัดฝูงบิน 411 กองบิน 41 ประสบอุบัติเหตุระหว่างปฏิบัติภารกิจฝึกบินค้นหาและช่วยชีวิตในพื้นที่การรบ (Combat Search and Rescue) บริเวณอำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 29 มกราคม 2569 เวลา 10.20 น. ส่งผลให้นักบิน 2 นายเสียชีวิตในขณะปฏิบัติหน้าที่
กองทัพอากาศได้เปิดเผยรายชื่อนักบินผู้เสียชีวิต ได้แก่
1. นาวาอากาศตรี สมัชชา คุณมาศ ครูการบิน ทำหน้าที่นักบินที่ 1
2. เรืออากาศโท กรวิชญ์ เจนคิด นักบินที่ 2
สำหรับอุบัติเหตุเครื่องบิน AT-6TH ตกดังกล่าว เกิดขึ้นระหว่างปฏิบัติภารกิจฝึกบินตามแผนการฝึกของกองทัพอากาศ ในพื้นที่ฝึกทิศทาง 210 ระยะทางประมาณ 60 กิโลเมตรจากสนามบินเชียงใหม่ โดยเหตุการณ์ไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชนหรือทรัพย์สินในพื้นที่ใกล้เคียง
พลอากาศโท จักรกฤษณ์ ธรรมวิชัย โฆษกกองทัพอากาศ เปิดเผยว่า ภายหลังเกิดเหตุ พลอากาศเอก เสกสรร คันธา ผู้บัญชาการทหารอากาศ ได้สั่งการให้หน่วยที่เกี่ยวข้องเข้าควบคุมพื้นที่ทันที และมอบหมายให้คณะกรรมการสอบสวนอากาศยานอุบัติเหตุกองทัพอากาศ ลงพื้นที่ตรวจสอบหาสาเหตุอย่างละเอียด รอบคอบ ตามมาตรฐานความปลอดภัยด้านการบินอย่างเคร่งครัด เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ถูกต้อง และนำไปสู่การปรับปรุงมาตรการความปลอดภัยในอนาคต
ประวัติ นาวาอากาศตรี สมัชชา คุณมาศ
สำหรับประวัติ นาวาอากาศตรี สมัชชา คุณมาศ อายุ 37 ปี หลายคนอาจคุ้นหน้าคุ้นตาจากช่วงวันเด็กแห่งชาติ ปี 2569 เมื่อมีการแชร์ภาพและข้อมูลบนโซเชียลมีเดีย ในฐานะนักบินมากความสามารถ ผู้เป็นแรงบันดาลใจให้กับเด็กและเยาวชนจำนวนมาก
นาวาอากาศตรี สมัชชา ไม่ใช่นักบินธรรมดา หากแต่เป็นครูการบินผู้เชี่ยวชาญ ผู้เคยเดินทางไปรับเครื่องบินโจมตีแบบ AT-6TH ลำนี้ด้วยตนเองถึงประเทศสหรัฐอเมริกา เครื่องบินลำเดียวกันกับที่เพิ่งเหินฟ้าโชว์ศักยภาพในงานวันเด็กที่ผ่านมา และเป็นลำเดียวกันที่พาเขาจากไปตลอดกาล
ท่ามกลางสถานการณ์คับขันในวินาทีสุดท้าย แม้ไม่อาจควบคุมอากาศยานได้ดังเดิม นาวาอากาศตรี สมัชชา ยังคงตัดสินใจหักเครื่องออกจากแนวชุมชน เลือกจุดตกให้ห่างจากบ้านเรือนประชาชนมากที่สุด เพื่อปกป้องชีวิตผู้อื่น ปฏิบัติหน้าที่ทหารอากาศอย่างสมเกียรติและสมศักดิ์ศรี จนถึงลมหายใจสุดท้าย นับเป็นการสูญเสียบุคลากรคุณภาพของประเทศอย่างยิ่ง
ย้อนฟังความฝันของ นาวาอากาศตรี สมัชชา คุณมาศ
ท่ามกลางความสูญเสีย ได้มีการย้อนฟังบทสัมภาษณ์ของ นาวาอากาศตรี สมัชชา คุณมาศ ครูการบิน AT-6TH ซึ่งเคยให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2568 ณ กองบิน 4 จังหวัดเชียงใหม่ ในวันเปิดตัวเครื่องบิน AT-6TH โดยเจ้าตัวเล่าว่า ความฝันของการเป็นนักบินเริ่มต้นตั้งแต่วัยเด็ก จากการได้เห็นคุณพ่อซึ่งเป็นทหารอากาศ เป็นแบบอย่างของความเป็นผู้นำและความเสียสละ จนตัดสินใจสอบเข้าโรงเรียนเตรียมทหาร ศึกษาด้านวิศวกรรม และเข้าสู่เส้นทางนักบินทหารในที่สุด
นาวาอากาศตรี สมัชชา ยังเคยเล่าว่า
ตนเองได้เดินทางไปรับเครื่องบิน AT-6TH ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาด้วยตนเอง
และรับราชการในตำแหน่งนักบินมาแล้วประมาณ 8 ปี
พร้อมฝากถึงเยาวชนที่ใฝ่ฝันอยากเป็นนักบินว่า ต้องมีความขยัน
สนใจด้านคณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ และภาษาอังกฤษ เพราะเป็นพื้นฐานสำคัญของการบิน
และจะช่วยให้การพัฒนาทักษะนักบินก้าวหน้าได้อย่างรวดเร็ว
นอกจากนี้ ครูการบินผู้นี้ยังเคยเปิดเผยที่มาของนามเรียกขาน (Call Sign) ว่า "มัทฉะ" ซึ่งมาจากชื่อจริง "สมัชชา" และประสบการณ์การไปศึกษาต่อที่ประเทศญี่ปุ่น โดยมองว่าเครื่องดื่มมัทฉะสามารถเป็นได้ทั้งรสขมและหวาน ทั้งร้อนและเย็น เปรียบเสมือนการปรับตัวให้เข้ากับทุกสถานการณ์ในการทำงานบนท้องฟ้า
กระปุกดอทคอม
ขอร่วมแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการจากไปของนักบินผู้กล้า ทั้ง 2 นาย
และขอสดุดีในความเสียสละอันยิ่งใหญ่ที่ได้อุทิศเพื่อประเทศชาติและผืนฟ้าไทยตลอดไป
นอกจากนี้ ครูการบินผู้นี้ยังเคยเปิดเผยที่มาของนามเรียกขาน (Call Sign) ว่า "มัทฉะ" ซึ่งมาจากชื่อจริง "สมัชชา" และประสบการณ์การไปศึกษาต่อที่ประเทศญี่ปุ่น โดยมองว่าเครื่องดื่มมัทฉะสามารถเป็นได้ทั้งรสขมและหวาน ทั้งร้อนและเย็น เปรียบเสมือนการปรับตัวให้เข้ากับทุกสถานการณ์ในการทำงานบนท้องฟ้า

ข่าวที่เกี่ยวข้อง





