พ่อเจอการบ้านลูกชายถึงกับมึนตึบ จากวิชาเลขกลายเป็นปัญหาเชาวน์ 12-3 ตอบ 9 ผิด ทำพ่อข้องใจหนัก ก่อนรู้เฉลย ทำเอาเขิน
.jpg)
ทักษะในการเรียนรู้ที่สำคัญไม่ได้มีเพียงแค่ด้านวิชาการ
หรือความสามารถทางสติปัญญา แต่ยังรวมไปถึงการใช้ปฏิภาณไหวพริบ
ความคิดสร้างสรรค์ และตรรกะในการแก้ปัญหา
ที่สามารถนำไปพัฒนาใช้ได้ในชีวิตจริง การเรียนการสอนของเด็กก็เช่นเดียวกัน
เว็บไซต์ Soha เผยเรื่องราวจากคุณพ่อรายหนึ่งในประเทศจีน ซึ่งได้รับความสนใจและกลายเป็นประเด็นที่พูดถึงบนโลกออนไลน์ เขามีลูกชายเรียนชั้นประถมศึกษา แต่ครั้งหนึ่งเมื่อเขาตรวจดูข้อสอบของลูกชายกลับทำให้เกิดความไม่สบายใจ เพราะคิดว่าคุณครูตรวจผิด ทั้งที่ลูกชายก็ตอบถูกแล้ว แต่เมื่อได้รู้เฉลยข้อเท็จจริง เขาถึงกับเขินอายไม่น้อยเลยทีเดียว
ชายสกุลหลิว (นามสมมุติ) ผู้เป็นพ่อได้นำเรื่องราวมาแชร์ผ่านชุมชนออนไลน์ เผยว่า ลูกชายของเขาเป็นเด็กเรียนดีมาโดยตลอด ตั้งแต่เข้าเรียน ลูกของเขาก็ได้คะแนนสูงที่สุดในชั้น อีกทั้งยังได้รับคำชมเชยจากคุณครูอยู่เสมอ ทำให้เขาและภรรยารู้สึกภาคภูมิใจ ทั้งสองมักจะเอาใจใส่และคอยสนับสนุนเรื่องการเรียนของลูก รวมไปถึงการสอบ เขาจะให้ความสำคัญกับการทำข้อสอบของลูกมาก
แต่ปรากฏว่า เมื่อผลการสอบวิชาคณิตศาสตร์ครั้งล่าสุดออกมา ลูกชายของเขาไม่ได้คะแนนเต็ม เนื่องจากทำโจทย์ผิดไป 1 ข้อ หลิวจึงไปตรวจสอบดู แต่มันกลับยิ่งสร้างความสับสนและข้องใจ เพราะเขามั่นใจว่าคำตอบของลูกชายนั้นถูกต้องอย่างชัดเจน นั่นคือ 12 - 3 = 9 แต่เมื่อลูกชายตอบ 9 คุณครูตรวจให้ว่า "ผิด"
ผู้เป็นพ่อรู้สึกไม่พอใจ จึงรีบไปหาครูของลูกชายเพื่อขอคำอธิบาย คุณครูจึงได้อธิบายอย่างใจเย็นว่า คำถามข้อนี้ "เป็นโจทย์คณิตศาสตร์ที่ออกแบบมาเพื่อทดสอบความสามารถในการคิดเชิงตรรกะของนักเรียนเป็นหลัก" ดังนั้นนักเรียนจะต้องอ่านคำถามอย่างละเอียด และพิจารณาโดยใช้ความคิดอย่างมีเหตุผล
โดยโจทย์ข้อนี้ถามว่า "ในห้องเรียนมีไฟ 12 ดวง ถ้าปิดไฟ 3 ดวง จะเหลือไฟกี่ดวง ?"
ภาพจาก Weibo
โดยคำถามประเภทนี้จะช่วยทดสอบความสามารถในการคิด และทักษะการประยุกต์ใช้ในทางปฏิบัติ อีกทั้งยังช่วยปลูกฝังนิสัยการคิดอย่างรอบคอบ กระตุ้นให้นักเรียนคิดหาวิธีแก้ปัญหาที่หลากหลาย ซึ่งจะช่วยพัฒนาทักษะการคิดและประสิทธิภาพการเรียนรู้
เมื่อพ่อได้ฟังคำอธิบายจนกระจ่างและปัญหาได้ถูกคลี่คลายลง เขารู้สึกเขินและละอายใจที่คิดโกรธและโทษว่าเป็นความผิดของคุณครู ดังนั้นบทสรุปของโจทย์ข้อนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่บททดสอบของลูกชาย แต่ยังเป็นบทเรียนให้กับผู้เป็นพ่อด้วย
ขอบคุณข้อมูลจาก Soha





