อัพเดทชีวิต โต Silly Fools หลังหันหลังให้วงการเพลง

 




เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก ทีวีบูรพา , นิตยสาร ฅ.คน

           "อยู่กันคนละวงการกันแล้ว" นี่คำแรกที่ "โต วีรชน ศรัทธายิ่ง" เอ่ยออกมาหลังจากที่ได้ถามถึงเส้นทางในวงการเพลงของเขา... ที่เขาเคยนักร้องนำบนเส้นทางอันรุ่งโรจน์ เป็นระดับตำนานของวงการเพลงบ้านเราเลยทีเดียว... แต่ทั้งนี้เพราะเหตุใด "โต Silly Fools" หรือต่อมาในนามของ "โต HANGMAN" จึงขอหยุดเส้นทางการเดินไปยังจุดสูงสุดในชีวิตดังกล่าว

           นอกจากนี้ เขายังเปลี่ยนชื่อจาก "ณัฐพล พุทธภาวนา" เป็น "วีรชน ศรัทธายิ่ง" ซึ่งเขาให้เหตุผลและที่มาของชื่อดังกล่าวว่า "ผมเปลี่ยนชื่อ พอผมเลิก ผมก็เปลี่ยนหมด คือ พุทธภาวนา มันงงไง ผมขี้เกียจอธิบาย ผมก็เลยตั้งตระกูลใหม่เลย  อันนี้เราเลือกได้ชีวิตของเรา"

           เมื่อถามถึงจุดเปลี่ยนครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิต ที่เขาขอถอนตัวจากวงดังระดับท็อปอย่าง "Silly Fools" ต่อด้วยวงที่กำลังจะไปได้สวยอย่าง "HANGMAN" ซึ่งเส้นทางในวงการเพลงของเขาสามารถก้าวได้ไกลกว่านี้... ทั้งชื่อเสียง ที่นำมาซึ่งเงินตรามหาศาล แต่เขากลับตอบว่า... เพราะความดัง และความมีชื่อเสียงมาก ๆ นี่แหละ ที่ทำให้เขาเริ่มถอยห่างจากวงการนี้ออกมา..

           "จุดเปลี่ยนเป็นเพราะว่ามันดังนะ มีชื่อเสียงมาก แล้วก็อีกอย่างมันเริ่มซ้ำ ๆ ซาก ๆ กระบวนการในการผลิตเอย ในการโปรโมทเอย ในการทำงานตรงนี้ ช่วงแรกอาจจะตื่นเต้น ไม่เคยทำ แต่พอทำแล้วมันไม่ได้มีอะไรดีขึ้น หมายถึงสิ่งที่ผมต้องการจะพูด และจะเขียนในงานมันไม่ได้เป็นตามที่ผมต้องการ... ผมไม่สามารถจะเปลี่ยนลักษณะของคนได้ ทำได้แค่ให้คนคึกคะนองไปกับเพลงของผมเท่านั้น ต่อมาผมจึงต้องการเปลี่ยนแปลงรสนิยมความนึกคิดของคนไทยผ่านเพลง ผ่านเนื้อร้อง ผมเริ่มสงสัยเกี่ยวกับตัวเองว่าเกิดมาทำไม คนเราเกิดมาเพื่ออะไร พอมีความสงสัยผมก็เลยเริ่มจะค้นหาตรงนั้นคือจุดแรกที่เปลี่ยนแปลง"

            และแน่นอนเมื่อคำถามเกิดขึ้น และเขาก็ต้องการหาคำตอบ แต่ในเมื่อเขายังเป็นนักร้องที่ให้ความสุขกับแฟนเพลง เขาจะทำอย่างไรในเรื่องนี้... และสิ่งแรกที่เขาเปลี่ยนคืออะไร

            โต วีรชน กล่าวว่า ความคำถามนี้เกิดขึ้นในใจตนมาเป็น 10 ปีแล้ว และตนก็เริ่มหาความรู้มานาน แต่มันมาถึงจุดสูงสุดตอนที่ตนหมดสัญญาค่ายเพลง ตนเลยเบนเข็มออกมาหาคำตอบ และต้องการเปลี่ยนแปลงสังคม อยากให้สังคมมันดีขึ้น อยากรับผิดชอบหน้าที่นี้ในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง ซึ่งตนก็ใช้ความรู้เบื้องบน นั่นก็คือ "ศาสนา" พอตนเริ่มศึกษาก็มีคำถามที่ตนอยากรู้ว่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นบนโลก ใครเป็นคนสร้าง ในเป็นคนออกแบบ แล้วเขามีวัตถุประสงค์อะไรที่ทำเช่นนี้ ซึ่งมีศาสนานี้ศาสนาเดียวที่พูดถึง

            "อาชีพที่ผมเคยทำ ทั้งนักร้อง นักแต่งเพลง มีอะไรดีบ้าง ผมได้สตางค์ มีชื่อเสียง มีแค่นั้น แต่จริง ๆ ผลเสียมันมากกว่านั้น คือ ทำให้คนตีกัน และเมา เล่นยา ซึ่งส่วนตัวของผมคือได้เงิน แล้วไม่ต้องไปทำอะไร มีชื่อเสียง แต่ก็ไม่รู้จะเอาไปทำอะไรอีกเหมือนกัน และต้องคอยระวังตัวไม่ให้คนด่าเท่านั้นเอง ... ตกลงผมก็ต้องเลิก เพราะสิ่งที่ไม่ดีมันมากกว่า"


             อดีตนักร้องร็อกเกอร์ชื่อดัง กล่าวต่อว่า ตนตอบไม่ได้หรอกว่าจะมีวันสิ้นโลกหรือไม่ แต่ช่วงที่ต้องอยู่ในห้องพักระหว่างรอเล่นคอนเสิร์ต ตนก็ไม่รู้ว่าจะทำอะไร ไม่รู้ว่าจะไปไหนดี สมองของตนก็เลยทำงาน คิดอยู่แค่ว่า... ตนเกิดมาเพื่ออะไร ตายแล้วไปไหน หรือชีวิตยังต้องวนเวียนอยู่อย่างนี้... ซึ่งถ้าคนทุกคนรู้คำตอบโลกก็จะเดินหน้าไปอย่างมีระบบ แต่คนบางคนเกิดมาเขาไม่รู้เป้าหมายชีวิตของเขา มันเลยเกิดความวุ่นวาย ซึ่งถ้าทุกคนคิดไปในทางเดียวกัน มีเป้าหมายเดียวกันตามที่ผู้สร้างต้องการ... โลกมันก็จะพบสันติสุข

            เมื่อถามว่าจากศิลปินแนวหน้าของเมืองไทยทำไมจึงหักดิบเพื่อมายืนในอีกบทบาทหนึ่งนั้น ... โต วีรชน กล่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า ตนยอมรับว่าตนถนัดในเรื่องทำเพลง ถนัดในการที่ทำให้อารมณ์ของคนขึ้นลง ร้องไห้ไปกลับเพลงของเรา สนุกไปกับเพลงของเรา แต่เมื่อมาคิดดูดี ๆ แล้ว มันควรจะเป็นอย่างนั้นหรือเปล่า เราไม่ควรเอาจิตใจมนุษย์มาเล่น เราควรปล่อยมันไปตามทางที่ควรเป็นดีกว่า...
 
            โต วีรชน ได้ยกตัวอย่าง ในสิ่งที่เขาไม่สามารถทำได้ ในสมัยที่เขาเป็นนักร้องว่า... "สมัยผมเป็นนักร้อง จะบอกให้ทุกคนเลิกทำให้โลกร้อน มันแก้ไม่ได้หรอก มันแก้ได้แค่ปลายเหตุเท่านั้น จะบอกอย่าเผานะ มันไม่ใช่ไง ผมจะบอกให้ว่าการหยุดโลกร้อนต้องไม่มีความโลภ ต้องใจว่าหน้าที่คืออะไร คือรักษาสมดุลที่อัลเลาะห์สร้างมา มันดีอยู่แล้ว แต่เราทำให้เลวลง"

            เมื่อถามว่า.. อะไรคือสิ่งที่ทำให้เขาเปลี่ยนวิธีคิดได้ถึงเพียงนี้ เขากล่าวตอบว่า "อัลกุรอานคือหนังสือเล่มเดียวที่ผมอ่านจบในชีวิต ผมเกลียดการอ่านหนังสือมาก แต่อัลกุรอานเป็นปาฏิหาริย์สิ่งเดียว สำหรับมนุษย์ยุคสุดท้ายที่อัลเลาะห์ให้ เพราะมันมีทุกอย่างอยู่ในนั้น ความรู้ที่ผมพูดวันนี้อัลกุรอานอยู่ในหัวผม หนึ่งเล่มตอบได้ทุกอย่าง อยู่ที่เราจะค้นหาความรู้จากมันหรือเปล่า บางคนอ่านไม่รู้เรื่อง เพราะเขาไม่มีหัวใจที่ต้องการหาความจริง"

            นอกจากที่มีหัวใจเชื่อและศรัทธาในศาสนาอิสลามแล้ว โต วีรชน ยังได้ร่วมกับเพื่อน ๆ เพื่อผลิตรายการทางช่องเคเบิล "White Channel" เพื่อเผยแพร่ศาสนาอย่างถูกต้อง โดยเขากล่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า  "ความจริงอิสลาม คือ วิถีชีวิต เราไม่แยก ทุกอย่างเป็นหนึ่งเดียว รายการทางช่องจะมีทั้งรายการทำอาหาร รายการท่องเที่ยวก็มี รายการรถ ซ่อมรถ ว่าโดนต้มตุ๋นยังไงก็มีรายการสอนศาสนาโดยผู้รู้จริง ๆ มีเกือบ 50 เปอร์เซ็นต์ แล้วก็มีอีกรายการที่ผมพูดเกี่ยวกับกระบวนการคิด ชื่อรายการ "โตกับตาล" มีการรับโทรศัพท์ถาม-ตอบสดขณะออกอากาศ"

            โต วีรชน กล่าวต่อว่า บางครั้งจัดรายการอยู่ ก็มีคนโทรศัพท์มาเพื่อแสดงความศรัทธาต่อพระผู้เป็นเจ้า... ซึ่งตนอยากจะบอกว่าเราไม่จำเป็นต้องทำพิธีใด ๆ แค่เชื่อ... คุณก็เป็นมุสลิมแล้ว หลังจากนั้นก็ขึ้นอยู่กับตัวเอง ค่อย ๆ ปรับปรุงหาความรู้ ละหมาด 5 เวลา หากใครที่ทำงานแบบผิด ๆ อยู่ หรือทำอะไรไม่ดี ก็ต้องค่อย ๆ ปรับ มันปรับการได้ เพราะอิสลามมันคือสมอง

            นอกจากนี้ ทีมงานยังสืบทราบมาว่า โต วีรชน  ได้ลงพื้นที่ไปยังสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อตั้งเวทีมัสยิดกลางปัตตานี โดย โต วีรชน นั้นได้ไปถ่ายทอดสาสน์เกี่ยวกับศาสนาผ่านเวทีที่แต่ก่อนเขาอาจจะใช้ยืนเพื่อทำการแสดง... ซึ่งเขากล่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า ตนเป็นผู้รับผิดชอบในส่วนของปัญหาเสพติดของเยาวชน ซึ่งมีเด็ก ๆ หลายคนเปลี่ยนความคิดได้ บางคนก็เอาซีดีเพลงของตนไปเผาทิ้ง แล้วก็เริ่มคิดเรื่องศาสนา การกระทำเช่นนี้ตนรู้สึกเป็นเกียรติมากกว่าตอนทำดนตรีอีก

            พร้อมกันนี้ โต วีรชน ยังกล่าวว่า ในอนาคตข้างหน้า ตนวางแผนว่าต้องการเปลี่ยนจิตใจคน ซึ่งมันอาจจะต้องใช้เวลานาน ซึ่งตนก็ไม่รู้ว่าจะต้องใช้เวลานานเท่าไรในการเปลี่ยนแปลงจิตใจคน เพราะมันต้องทำตลอดชีวิต และในทุกวันนี้ โต วีรชน เขาได้เปลี่ยนตัวเองจากนักร้องผู้ยิ่งใหญ่ มาเป็นมุสลิมที่เคร่งครัด โดยเขากล่าวทิ้งท้ายว่า.. "ความรู้นั้นแสวงหาจากผู้รู้ได้ตลอดเวลา ซึ่งความรู้ดังกล่าว สามารถนำไปสู่ความเป็นมุสลิมที่สมบูรณ์แบบได้ ผ่านการปฏิบัติและเหนืออื่นใด มนุษย์ทุกคนสามารถไปถึงจุดสูงสุดนั้นได้อย่างเท่าเทียม"
 
            และนี่คือชีวิตในวันนี้ของ "โต วีรชน ศรัทธายิ่ง" ผู้ชายที่เชื่อและศรัทธาในพระผู้เป็นเจ้า จนทำให้เขาค้นพบว่าชีวิตนี้ต้องการสิ่งใด พร้อมยอมหันหลังให้กับสิ่งที่เคยโด่งดังและมีชื่อเสียงในอดีต 



ขอขอบคุณข้อมูลจาก

หนังสือ ฅ.คน ปีที่ 7 ฉบับที่ 11 (83) ตุลาคม 2555


เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
อัพเดทชีวิต โต Silly Fools หลังหันหลังให้วงการเพลง โพสต์เมื่อ 13 พฤศจิกายน 2555 เวลา 09:11:06 29,557 อ่าน
TOP