HILIGHT NEWS

ราชบัณฑิต แจง ทับศัพท์ใหม่ ยึดตามเสียงส่วนใหญ่-ไม่ใช้ก็ไม่ว่าอะไร





เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม


            ราชบัณฑิต แจง ทับศัพท์ใหม่ 176 คำ หากเปลี่ยนต้องยึดเสียงส่วนใหญ่ ชี้ไม่ใช้ก็ไม่ว่าอะไร เพราะทุกวันนี้ก็มีคำศัพท์หลายคำที่ไม่ได้เขียนตามแบบราชบัณฑิตอยู่แล้ว

            จากกรณีราชบัณฑิตยสถานเตรียมสำรวจความเห็นเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงคำทับศัพท์ใหม่ 176 คำ เนื่องจากการเขียนไม่ตรงกับการออกเสียงตามที่ได้นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น และก็มีนักวิชาการ และครูบาอาจารย์จำนวนมากออกมาแสดงความคิดเห็นทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว

            ล่าสุด วันนี้ (1 ตุลาคม) นางกาญจนา นาคสกุล ราชบัณฑิตและนายกสมาคมครูภาษาไทยแห่งประเทศไทย กล่าวถึงกรณีที่มีคนคัดค้านการเขียนคำทับศัพท์ว่า ตนขอชี้แจงว่าต้องการเปลี่ยนเพื่อให้เขียนวรรณยุกต์ตามการอ่านออกเสียงเท่านั้น ซึ่งหากเปลี่ยนแล้วใครไม่อยากเขียนตามราชบัณฑิตก็ได้ เพราะทุกวันนี้ก็ไม่คำศัพท์หลายคำที่ไม่ได้เขียนตามราชบัณฑิตอยู่แล้ว ส่วนที่เสนอขอให้เปลี่ยนก็เพียงอยากจะออกเสียงอย่างไรก็เขียนอย่างนั้นเท่านั้นเอง

            นางกาญจนา กล่าวต่อว่า ส่วนคำศัพท์ที่ยืมมาจากภาษาอังกฤษแล้วเขียนวรรณยุกต์ได้อย่างถูกต้องก็มี เช่นคำว่า ประชุมอังค์ถัด ดาวน์โหลด และคำว่าโหวต เป็นต้น ดังนั้นเมื่อคำไหนที่เขียนถูกแล้วก็ควรเปลี่ยนให้ถูกต้องด้วย อย่างไรก็ตาม ตนต้องรอผลสำรวจอีกครั้งว่าเสียงส่วนใหญ่เห็นด้วยหรือไม่ หากเห็นด้วยเฉพาะบางคำก็ต้องปรับแก้ด้วย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ตนก็จะไม่คัดค้านอะไร ซึ่งตนก็จะปรับแก้ตามข้อเสนอของเสียงส่วนใหญ่

            ขณะที่ นายวัฒนะ บุญจับ นักอักษรศาสตร์ สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร กล่าวว่า การถอดคำต่างประเทศมาเป็นภาษาไทยหรือเรียกว่าคำทับศัพท์นั้น ส่วนมากจะไม่มีการเติมวรรณยุกต์ เพราะเรารู้กันอยู่แล้วว่าจะอ่านออกเสียงสูง-ต่ำอย่างไร และก็ไม่กระทบกับความหมายของคำศัพท์นั้น ๆ แต่พอเวลาอ่านจริง ๆ กลุ่มคนที่รณรงค์การใช้ภาษาแบบบ้าคลั่ง ก็เกิดมาบังคับว่า หากเขียนอย่างไรต้องออกเสียงอย่างนั้น เมื่อไม่มีวรรณยุกต์กำกับก็ต้องไม่ออกเสียงวรรณยุกต์ หากออกเสียงแปรไปจากรูปเขียนก็ถือว่าผิด ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงมาก เนื่องจากหากจะต้องเปลี่ยนกันจริง ๆ ก็ควรเปลี่ยนกันทั้งระบบ และคงต้องเกิดปัญหาวุ่นวายตามมาในวงการภาษาอย่างแน่นอน


ครูลิลลี่ ต้านแก้ศัพท์ 176 คำ บอกโกลาหล-เด็กสับสน


              ครูลิลลี่ ไม่เห็นด้วย ราชบัณฑิตเตรียมแก้ทับศัพท์ภาษาอังกฤษ 176 คำ บอกเป็นเรื่องโกลาหล และทำให้เด็กสับสน ชี้ควรสอนให้เด็กเข้าใจการออกเสียงภาษาอังกฤษ และแนะให้อ่านอย่างถูกต้องมากกว่า

              กลายเป็นข่าวครึกโครมที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างมาก เมื่อทางราชบัณฑิตได้เตรียมเสนอแก้ไขคำศัพท์ภาษาอังกฤษจำนวน 176 คำ โดยเติมวรรณยุกต์ให้ตรงกับเสียงการอ่าน อาทิ คอมพิวเตอร์ เปลี่ยนเป็น ค็อมพิ้วเต้อร์, เทคโนโลยี เปลี่ยนเป็น เท็คโนโลยี่, คลินิก เปลี่ยนเป็น คลิหนิก, ไนต์คลับ เปลี่ยนเป็น ไน้ต์ขลับ เป็นต้น

              ล่าสุดวันนี้ (1 ตุลาคม) นายกิจมาโนจญ์ โรจนทรัพย์ หรือครูลิลลี่ ติวเตอร์วิชาภาษาไทยชื่อดัง ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวเรื่องนี้ว่า ตนไม่เห็นด้วยในการเปลี่ยนคำเขียนทับศัพท์ภาษาอังกฤษที่ทางราชบัณฑิตเตรียมเสนอแก้ เนื่องจากว่าเด็ก ๆ จะเกิดความสับสนมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ตนเข้าใจว่าสาเหตุที่ราชบัณฑิตอยากให้เปลี่ยนนั้น เพราะเป็นคำที่เรายืมมาจากภาษาอังกฤษ และการเขียนก็ยังออกเสียงไม่ตรงกับวรรณยุกต์ แต่ส่วนตัวตนคิดว่าไม่จำเป็นเลย เช่น คำว่า "คอมพิวเตอร์" ถึงแม้ว่าการออกเสียงจะต้องออกว่า คอม-พิ้ว-เต้อ แต่ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนคำเขียนให้เป็นคำอ่าน และคำที่ใช้เขียนกันนั้นคนยอมรับและเข้าใจกันอยู่แล้ว

              นอกจากนี้ ครูลิลลี่ ยังกล่าวต่อว่า ทุกวันนี้คำศัพท์แสลงใหม่ ๆ เกิดขึ้นมาเยอะมาก แทบจะทุกวันด้วยซ้ำ หากจะเปลี่ยนจริง ๆ แค่ 176 ตัว คงไม่ใช่ เพราะต้องเปลี่ยนเป็นพัน ๆ คำ และเด็กนักเรียนก็จะเกิดความสับสนขึ้นเรื่อย ๆ ส่วนในฐานะที่ตนเป็นครูภาษาไทย ตนคิดว่าสิ่งที่ดีที่สุดในการสอนเด็กก็คือการอ่านออกเสียงให้ถูกต้องมากกว่า เช่น การออกเสียงแบบนี้เรียกว่าการออกเสียงแบบภาษาอังกฤษ การอ่านออกเสียงเช่นนี้เรียกว่าการอ่านออกเสียงแบบภาษาไทย เพื่อให้เด็กมีความเข้าใจอย่างถูกต้อง สำหรับเรื่องการเปลี่ยนการเขียนนั้น คงจะต้องถามคนไทยทั่วประเทศ ไม่ใช่ถามคนแค่หลักร้อยหลักพัน เพราะหากสมมติต่อไปอีก 50 ปี มีคณะกรรมการจากราชบัณฑิตมาเปลี่ยนให้กลับไปใช้แบบเดิม ก็จะเกิดการสับสนโกลาหลอย่างแน่นอน
 

              ครูลิลลี่ ยังได้กล่าวถึงสาเหตุที่ทางราชบัณฑิตบอกว่า ต้องการเปลี่ยนคำเขียนให้วรรณยุกต์ตรงกับการออกเสียงนั้น ตนไม่เข้าใจว่าจะไปห่วงนักเรียนชาวต่างชาติทำไม น่าจะมองคนในชาติเป็นหลักมากกว่า เพราะเวลาคนไทยไปเรียนภาษาต่างประเทศก็ต้องปรับตัวให้เข้ากับภาษานั้น ๆ เช่นกัน

              ส่วนทางด้าน นายบุญส่ง อุษณรัสมี อนุกรรมการประเมินผลงานครูวิชาภาษาไทย สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และอดีตครูเชี่ยวชาญภาษาไทย โรงเรียนสตรีวิทยา กล่าวว่า ตนไม่เห็นด้วยเช่นกันเกี่ยวกับการเปลี่ยนการเขียนใหม่ตามราชบัณฑิต เนื่องจากภาษาอังกฤษไม่มีวรรณยุกต์เหมือนภาษาไทย ดังนั้นก็ไม่ควรนำการออกเสียงของไทยไปกำหนดรูปแบบบการเขียนทับศัพท์ในภาษาอังกฤษ และควรจะคงเขียนรูปแบบเดิมเอาไว้ ไม่เช่นนั้นจะดูเป็นเรื่องประหลาดจนกลายเป็นเรื่องตลก เช่น คำว่า โควตา ทุกคนรู้อยู่แล้วว่าออกเสียงว่า โคว-ต้า เพราะฉะนั้นไม่จำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนรูปแบบการเขียน ซึ่งแต่ละชาติก็ออกเสียงคำในภาษาอังกฤษไม่เหมือนกันอยู่แล้ว

              ขณะที่ นางเบญจลักษณ์ น้ำฟ้า รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า การเปลี่ยนคำศัพท์ครั้งนี้ น่าจะเป็นประโยชน์ต่อเด็ก ๆ เพื่อให้อ่านออกเสียงได้ง่ายขึ้น และส่วนตัวคิดว่าคงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงมากหนัก และคงไม่กระทบกับเนื้อหาหลักในตำราเรียนด้วย
 
              ด้าน นางสาววีณา อัครธรรม ผู้อำนวยการ สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สพฐ. กล่าวว่า ที่ผ่านมาการเขียนทับศัพท์มักทำให้คนสับสนอยู่แล้ว ส่วนตัวการเปลี่ยนในครั้งนี้ถือว่าเป็นเรื่องดี อาทิ คำว่า "แคลอรี" จริง ๆ อ่านออกเสียงว่า "แค-ลอ-รี่" แต่เขียนแคลอรี เด็ก ๆ ก็จะเกิดความสับสน แต่ถ้าเปลี่ยนก็น่าจะเข้าใจง่ายขึ้นกว่าเดิม

              ส่วนนายสมพงษ์ จิตระดับ อาจารย์คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  กล่าวเห็นด้วย โดยบอกว่าเป็นเรื่องที่น่าทำ เพราะจะทำให้ช่องว่างของภาษาลดลง เป็นประโยชน์แก่การสะกดคำให้ตรงตัวมากขึ้น ถ้าหากมีการปรับเปลี่ยนจริง ช่วงแรกก็จะมีปัญหาในเรื่องพจนานุกรมเท่านั้น แต่หากประชาสัมพันธ์ทางด้านโซเชียลมีเดีย ตนคิดว่าจะเข้าถึงเด็ก ๆ ได้เร็วยิ่งขึ้น เพราะสมัยนี้การสื่อสารมีความรวดเร็วมาก ดังนั้นการเผยแพร่คำเหล่านี้ให้ใช้อย่างแพร่หลายจึงไม่ใช่เรื่องยาก และคงใช้เวลาไม่นาน



อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก


เรื่องอื่นๆ
  1. ระทึก! คลิปกวางวิ่งชนหนุ่มสเกตบอร์ด ถลาลงข้างทาง
  2. ช็อก! เด็ก 4 ขวบสวีเดนขโมยรถแม่ ขับชนปิกอัพ
  3. ลือสนั่น! ทักษิณ ทาบ พงศพัศ ลงเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.
  4. เริ่มวันนี้! มหาดไทยสั่งข้าราชการ งดเล่นเฟซบุ๊กเวลางาน
  5. ทุบสถานี BTS สะพานตากสิน สร้างสกายวอล์ก
  6. อึ้ง! มือดีปล่อยซีดี แฉแม่โอบามา เป็นโสเภณี
  7. แปลก! หมอมะกันตัดกะโหลกศีรษะหญิง ฝากไว้ในท้อง
  8. ลูกค้าแคลิฟอร์เนีย ว้าว ลั่นเอาผิดผู้บริหารฉ้อโกง
  9. ธีระชน ชี้ ถุงทรายอุดท่อระบายน้ำ เกมการเมืองชัด ๆ

เรื่องน่าสนใจ