x close

รวมมุกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ใช้หลอกเหยื่อ รีดเงินเข้ากระเป๋านับล้าน มีมุกไหนบ้างต้องระวัง !


          รวมมุกมิจฉาชีพ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ใช้หลอกเหยื่อ รีดเงินเข้ากระเป๋านับล้าน กลยุทธ์แพรวพราว เนียนจนเหยื่อหลงเชื่อโอนเงินให้ กว่าจะรู้ตัวก็สายไป มาดูมีมุกไหนบ้างที่ต้องระวัง !

กลลวงมิจฉาชีพ

          ปัญหามิจฉาชีพปลอมตัวเป็นคอลเซ็นเตอร์ยังคงระบาดอย่างต่อเนื่อง แม้เจ้าหน้าที่จะพยายามกวาดล้างเท่าไรก็ยังไม่หมดไปเสียที แถมผุดมุกใหม่ ๆ มาหลอกเหยื่อเรื่อย ๆ สร้างความเสียหายจนบางรายสูญเงินไปเป็นล้าน มาดูกันว่าที่ผ่านมา มุกยอดฮิตที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ใช้หลอกเหยื่อ มีวิธีไหนบ้าง

กลลวงมิจฉาชีพ

มุกทวงหนี้นอกระบบ


กลลวงมิจฉาชีพ

          วีธีนี้แก๊งมิจฉาชีพ จะสุ่มโทร. หาเหยื่อ แล้วอ้างว่า มีคนกู้เงินจำนวนเท่านั้น เท่านี้ (ส่วนใหญ่หลักพัน) โดยให้ชื่อเหยื่อกับเบอร์โทรศัพท์ไว้ หรืออ้างว่าญาติของเหยื่อไปกู้เงินมา แล้วให้ชื่อเหยื่อเป็นคนจ่ายหนี้แทน พร้อมมีการพูดข่มขู่ว่าถ้าไม่โอนเงินจะมีการเข้าไปทำร้ายร่างกาย

          โดยมุกนี้หากเหยื่อหลงเชื่อทางมิจฉาชีพจะให้แอดไอดีไลน์ เพื่อติดต่อให้โอนเงินผ่านทางนี้ อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมามุกดังกล่าวเหยื่อจะรู้ทัน และจากที่เป็นข่าวทางมิจฉาชีพมักสุ่มโทร. ไปเจอเหยื่อที่มีความรู้เฉพาะทาง เช่น ตำรวจ อัยการ หรือคนทั่วไปที่ไม่หลงเชื่อง่าย ๆ จนหลายครั้งเจอเหยื่อเอาคืนปั่นมาปั่นกลับ กลายเป็นคลิปฮา ๆ แชร์ในโลกออนไลน์กันเพียบ

          อ่านข่าว :

          - แก๊งคอลเซ็นเตอร์ เจอดี โทร. ขู่ให้รีบใช้หนี้แทนญาติ แต่ดันไปเจอตำรวจภาค 9 รู้เลยใครเกม !

          - คลิปมิจฉาชีพโทร. หลอกเหยื่อ แต่ไม่รู้ว่าคู่สายคืออัยการ งานนี้โดนแกง จนด่ากลับว่า ไอ้ควาย !

          - แฉคลิปแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จะตุ๋นเหยื่ออ้างกู้นอกระบบ พูดยังไม่ชัดเลย.. แถมโวยมั่ว

มุกพัสดุมียาเสพติด


กลลวงมิจฉาชีพ

          ช่วงปลายปีที่ผ่านมา พบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ตีเนียนโทร. หาเหยื่อหลายราย อ้างพัสดุที่ส่งไปต่างประเทศมีปัญหาเกี่ยวกับยาเสพติด จะต้องคุยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้งที่เหยื่อไม่เคยส่งอะไรไปเลย ซึ่งถ้าหากเหยื่อหลงกล ก็จะมีการหลอกให้โอนเงินหลักหมื่นหลักแสนมาให้เพื่อไปตรวจสอบ กว่าจะรู้ตัวว่าโดนหลอกก็สายไปแล้ว

          โดยเคสนี้ ทางมิจฉาชีพจะปลอมตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย และขู่เหยื่อให้โอนเงินเข้ามาเพื่อเอาไปตรวจสอบ ไม่งั้นจะเข้าไปจับกุม ทำให้มีเหยื่อหลายสิบรายหลงเชื่อ ซึ่งความเสียหายรวมแล้วเกือบ 100 ล้านบาท

กลลวงมิจฉาชีพ

          อย่างไรก็ตาม กรณีดังกล่าวทางตำรวจไทยได้แกะรอยจนพบแหล่งกบดานของแก๊งคอลเซ็นเตอร์แก๊งนี้อยู่ที่ชายแดนกัมพูชา จึงประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารของกัมพูชา บุกเข้าค้นอาคารและจับกุมแก๊งนี้ได้ทั้งหมด

          อ่านข่าว :

          - คลิปโจรแสบตุ๋นเงินสาว 7,000 อ้างเป็น ตร. ก่อนหัวเราะเยาะ บอกผมเป็นมิตร...

          - เผยโฉมหน้า แก๊งหลอกว่ามีการส่งพัสดุบรรจุยาเสพติดไป ตปท. รวบยกแก๊งพร้อมหัวโจก

มุกหลอกว่าเกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงิน


กลลวงมิจฉาชีพ

          กรณีนี้ส่วนใหญ่เกิดขึ้นกับบรรดาบุคลากรทางการแพทย์หลายโรงพยาบาล เจอมิจฉาชีพหลอกว่าเกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงิน โดยวิธีการหากใครไม่ได้รับในสายแรก ก็จะมีการโทรศัพท์มาหาซ้ำ ๆ 3-4 รอบในวันเดียว บางคนโดนโทร. หาติดต่อกัน 3 วันก็มี ซึ่งเคสนี้แพทย์หลายคนทราบอยู่แล้วว่า คนที่โทรศัพท์มาหาคือแก๊งมิจฉาชีพ จึงไม่หลงกลโอนเงินให้

          อ่านข่าว : แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ระบาดถึงหมอหลาย รพ. หลอกชวนโอนเงิน พอไม่ทำก็โดนด่าแบบนี้

มุกบริษัทประกัน


กลลวงมิจฉาชีพ

          เคสนี้เกิดขึ้นกับคุณพ่อของนักแสดงชื่อดัง ส้วม สุขพัฒน์ โล่ห์วัชรินทร์ หลังคุณพ่อถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกให้โอนเงิน 3 ครั้ง เสียหายรวม 1.35 ล้านบาท

          โดยส้วม เล่าว่า แก๊งคอลเซ็นเตอร์โทรศัพท์มาหลอกพ่อ อ้างเป็นเจ้าหน้าที่บริษัทประกันชีวิตแห่งหนึ่ง มีการพูดคุยเรื่องรับสินไหมที่ จ.ภูเก็ต ซึ่งจุดที่ทำให้พ่อหลงเชื่อ เป็นเพราะพ่อเคยทำประกันชีวิตกับบริษัทนี้จริง ๆ แต่ลึก ๆ ก็เฉลียวใจเหมือนกันว่า ทำไมไปรับสินไหมที่ จ.ภูเก็ต

          ต่อมา ปลายสายโอนสายให้คุยกับบุคคลที่อ้างว่าเป็นตำรวจ หลอกพ่อว่า มีผู้นำบัญชีไปใช้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ต้องอายัดบัญชี 7 เดือน แต่ถ้าหากใช้เงิน ต้องโอนเงินกลับไปให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ ดังนั้น เมื่อพ่อโอนเงินเข้าบัญชีดังกล่าว พบว่าเป็นบัญชีบุคคล ไม่ใช่หน่วยงานรัฐ จึงสงสัยสอบถามอีกฝ่าย อีกฝ่ายอ้างว่า เป็นชื่อบัญชีเจ้าหน้าที่ ปปง. และที่ไม่เป็นชื่อหน่วยงาน เพราะเป็นคดีลับ ทางพ่อไม่เฉลียวใจ จึงโอนเงินไป 3 ครั้ง รวมเป็นเงิน 1.35 ล้านบาท สุดท้ายถูกหลอก

          อ่านข่าว : แก๊งคอลเซ็นเตอร์ คราวนี้มามุกใหม่ หลอกพ่อส้วม สุขพัฒน์ เชื่อสนิทใจ สูญ 1.3 ล้าน หมดบัญชี !

มุกใหม่ล่าสุด วิดีโอคอลแต่งชุดตำรวจ


กลลวงมิจฉาชีพ

          เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2565 เรื่องเล่าเช้านี้ รายงานว่า ที่ จ.สงขลา แก๊งคอลเซ็นเตอร์มามุกใหม่ เปิดหน้าคุยทางวิดีโอคอลแต่งชุดตำรวจ ก่อนโชว์หมายจับ ทำเอาเหยื่อซึ่งเป็นแม่ค้าเครื่องสำอางเชื่อสนิท โอนเงิน 1.7 ล้านหมดตัว !

          ทั้งนี้ เหตุการณ์เกิดขึ้นกับ น.ส.เชอรี่ อายุ 39 ปี แม่ค้าขายเครื่องสำอางใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกให้โอนเงินไปเกลี้ยงบัญชี 1,735,081 บาท กับอีก 45 สตางค์ ซึ่งเป็นเงินที่หามาทั้งชีวิต

กลลวงมิจฉาชีพ

          เจ้าตัวเล่าว่า มิจฉาชีพใช้เบอร์โทรศัพท์หมายเลข 0440047561 โทร. เข้ามาเป็นเสียงผู้หญิงอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายบัตรเครดิตของธนาคารกสิกรไทย และบอกว่า มีการปลอมแปลงเอกสารของตนไปทำบัตรเครดิต และมีชื่อเข้าไปเอี่ยวการฟอกเงินที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดด้วย

          โดยไปเปิดบัญชีกับธนาคารแห่งนี้ที่ จ.ขอนแก่น เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2564 และรูดบัตรเครดิตซื้อทองที่ห้างแห่งหนึ่งใน จ.ขอนแก่น พอตนปฏิเสธไปว่า ไม่เคยไปเปิดบัญชี และไม่มีบัตรเครดิตของธนาคารนี้ และไม่เคยไป จ.ขอนแก่น ผู้หญิงคนนี้ก็อ้างว่า ต้องส่งเรื่องให้ตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น เพื่อตรวจสอบเงินในบัญชีทุกบัญชี พร้อมกับขอไอดีไลน์

          จากนั้นก็มีสายโทร. เข้ามาทางวิดีโอคอลทางไลน์ โดยมีชายแต่งชุดตำรวจขอตรวจสอบประวัติ และขอตรวจสอบเงินในบัญชี รวมทั้งขอหมายเลขบัตรประชาชน เพราะเป็นคดีใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงินจากยาเสพติด ซึ่งมีชื่อตนเป็นคนเปิดบัญชี

เหยื่อเผย กลยุทธ์แพรวพราว เนียนทั้งเสียงวิทยุสื่อสารของตำรวจ หมายจับ และเว็บไซต์ศาล


กลลวงมิจฉาชีพ

กลลวงมิจฉาชีพ

          น.ส.เชอรี่ เผยว่า ขณะคุยกันก็มีเสียงวิทยุสื่อสารของตำรวจดังตลอด และมีเสียงรายงานผลการตรวจสอบประวัติของตน โดยอ้างว่าถูกศาลจังหวัดขอนแก่น ออกหมายจับในคดีฟอกเงิน และส่งลิงก์ให้ตนเข้าไปเปิดดูในเว็บไซต์ ก็ปรากฏว่ามีหมายจับของศาลจริง ๆ ออกเมื่อวันที่ 21 มกราคม 2565 ในฐานกระทำผิดฐานสมคบกันฟอกเงิน และสมคบกับผู้อื่นกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด

          เมื่อเห็นหมายศาล จึงเริ่มหลงเชื่อ โดยชายที่อ้างเป็นตำรวจบอกว่า ให้ตนรวบรวมเงินจากบัญชีธนาคารต่าง ๆ ไปยังบัญชีธนาคารกรุงเทพฯ เพียงบัญชีเดียว และให้โอนเข้าบัญชี นายวิไล นุชชาติ เพื่อให้ตำรวจตรวจสอบเส้นทางการเงิน ซึ่งใช้เวลาตรวจสอบ 2 ชั่วโมง หากเป็นเงินที่ได้มาถูกต้อง จะโอนกลับมาให้ พร้อมกับขอเลขบัญชีตนเอาไว้ และตอนโอนให้ระบุว่า โอนเพื่อตรวจสอบบัญชีของกลาง

          ด้วยความที่เชื่อว่าตัวเองบริสุทธิ์ จึงโอนเงินไปให้ 3 ครั้ง รวมทั้งสิ้น 1,735,081 บาท และเงินในบัญชีหมดเกลี้ยงเป็นศูนย์ทุกบัญชี ซ้ำร้ายยังถูกขู่ว่า จะต้องโอนเงินให้อีก 500,000 บาท ภายใน 2 ชั่วโมง เพื่อประกันตัวอีกด้วย

กลลวงมิจฉาชีพ

          หลังจากที่โอนเงินเสร็จก็เริ่มรู้ตัวว่า น่าจะถูกหลอก เพราะบัญชีที่โอนไปเป็นชื่อคนอื่น ไม่ใช่ตำรวจ หรือหน่วยงานของตำรวจ จึงพยายามยื้อเวลาพูดคุยกับคนที่อ้างว่าเป็นตำรวจ เพื่อถามเรื่องเงินที่โอนไป แต่ก็ได้รับคำตอบว่า ต้องรอตรวจสอบอีก 2 ชั่วโมง หลังจากนั้นก็ถูกบล็อก และติดต่อไม่ได้อีกเลย

          ทั้งนี้ น.ส.เชอรี่ บอกอีกว่า แม้ว่าจะระวังแล้ว เพราะมีแอปฯ หมายเลขเบอร์มิจฉาชีพที่มีการแชร์อยู่ในโทรศัพท์ แต่ระหว่างที่มีเบอร์โทร. 0440047561 โทร. เข้ามาหา ก็ได้ตรวจสอบแล้ว ไม่ขึ้นว่าเป็นเบอร์มิจฉาชีพ แต่มาขึ้นทีหลังว่า เป็นเบอร์มิจฉาชีพตอนที่ตนได้โอนเงิน และถูกตัดสายทิ้งไปแล้ว

          ขณะที่ รายงานระบุว่า จากการตรวจสอบหมายจับพบว่า เป็นหมายจับปลอมที่ทำขึ้นมา แต่ชื่อตำรวจมีอยู่จริง และเคสนี้เป็นอีกเคสที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ได้ใช้วิธีหลอกเหยื่อที่แนบเนียนมาก ทั้งวิดีโอคอลใส่ชุดตำรวจให้น่าเชื่อถือ และแสดงหมายจับให้ดูด้วย

          อย่างไรก็ตาม น.ส.เชอรี่ ได้เข้าพบกับตำรวจกองปราบปราม ที่ศูนย์ประสานงาน กองกำกับการ 6 กองบังคับการปราบปราม จ.สงขลา เพื่อให้ช่วยสืบสวน และติดตามจับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์แก๊งนี้ต่อไป

ขอบคุณข้อมูลจาก เรื่องเล่าเช้านี้

เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
รวมมุกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ใช้หลอกเหยื่อ รีดเงินเข้ากระเป๋านับล้าน มีมุกไหนบ้างต้องระวัง ! อัปเดตล่าสุด 24 มกราคม 2565 เวลา 15:42:38 10,949 อ่าน
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย
TOP