อันตรายไข้เลือดออกสายพันธุ์ใหม่ "ชิกุนกันย่า"
เมื่อวันที่ 19 กันยายน องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้จัดประชุมผู้อำนวยการโครงการโรคไข้เลือดออกระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (Bi-Regional Programme Managers Meeting on Dengue) ที่โรงแรมอันดามันคลับ จ.ภูเก็ต มีตัวแทนเข้าร่วมประชุมทั้งหมด 16 ประเทศ พร้อมผู้เชี่ยวชาญเรื่องไข้เลือดออกกว่า 70 คน เพื่อกำหนดยุทธศาสตร์การป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออกที่ระบาดหนัก เป็นปัญหาเรื้อรังมาแล้วถึง 3 ทศวรรษที่ผ่านมา
ซึ่งมีประชากรคิดเป็นร้อยละ 75 หรือประมาณ 1,800 ล้านคน ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก อาศัยอยู่ในเขตที่สามารถติดโรคได้
ในที่ประชุม นพ.ชูศักดิ์ ประสิทธิสุข ผู้ประสานงานโรคติดต่อสำนักงานภูมิภาค องค์การอนามัยโลกเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้เป็นการประชุมความร่วมมือระหว่างสองภูมิภาคเป็นครั้งแรก ซึ่งสาเหตุหลักที่ทำให้ในภูมิภาคเอเชียมีการระบาดของไข้เลือดออกมากขึ้น โดยเฉพาะในประเทศอินโดนีเซีย มีผู้ป่วยแล้ว 1.5 แสนคน รองลงมาเป็นกัมพูชา พม่า และไทย
โดยปัจจัยที่ทำให้เกิดการระบาด คือ การขยายตัวของเขตเมืองที่เป็นไปอย่างไม่มีระบบ ไม่มีแผน ปัจจัยต่อมาคือ การเคลื่อนย้ายของประชากร แต่ละวันมีผู้ข้ามแดนไปมาประมาณ 1 แสนคน และพบว่ามีสายพันธุ์ใหม่เพิ่มขึ้น ทำให้การติดเชื้อของคนเพิ่มมากขึ้น และปัจจัยจากประชากรยุงที่เพิ่มขึ้น ที่พบว่าร้อยละ 80 ของการเพิ่มมาจากคน ประเทศที่ไม่เคยพบการระบาด อย่าง ภูฏาน เนปาล ซึ่งไม่เคยมีการระบาดมาก่อน ก็เกิดการระบาดขึ้น โดยในเอเชียอาคเนย์ มีเพียงประเทศเกาหลีเหนือ ที่ยังไม่มีรายงานการระบาด
นพ.ชูศักดิ์กล่าวต่อว่า ที่ประชุมได้มีการกำหนดยุทธศาสตร์การป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออกในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ระหว่างปี 2551-2558 เพื่อให้ที่ปรึกษาด้านวิชาการภูมิภาค และผู้ปฏิบัติการได้นำไปเป็นหลักปฏิบัติกว้างๆ ดังนี้ คือ
1. เพิ่มประสิทธิภาพการค้นหาผู้ป่วย ค้นหาแหล่งระบาดของโรค
2. เน้นคุณภาพการตรวจและรักษาผู้ป่วย
3. การควบคุมโรค เน้นสังคมในการเรียนรู้เพื่อใช้ในการสื่อสารป้องกันโรค ในกลุ่มประชาชนทั่วไปมากขึ้น จากเดิมที่เน้นเฉพาะการสื่อสารด้านสุขศึกษาเพียงอย่างเดียว ซึ่งไม่เพียงพอ เพราะไม่สามารถเปลี่ยนพฤติกรรมของคนได้
4. รณรงค์ให้ทุกภาคส่วนเป็นภาคีเครือข่ายในการป้องกันโรค โดยเฉพาะเครือข่ายด้านวิชาการ ต้องให้ความสำคัญการการวิจัย หรือวิธีการที่ทันสมัยให้มากขึ้น
5. ผสมผสานวิธีในการควบคุมพาหะนำโรค
ด้าน นพ.เสรี หงษ์หยก รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า สถานการณ์โรคไข้เลือดออกในประเทศไทย พบว่าตั้งแต่ 1 มกราคม-ปัจจุบัน มีผู้ป่วยทั้งสิ้น 43,987 ราย ตาย 47 ราย คิดเป็นร้อยละ 0.12 ต่อประชากรแสนราย โดยภาคกลางมีผู้ป่วยสูงสุด รองลงมาเป็นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคใต้ และภาคเหนือ ส่วนวัคซีน 5 ชนิด ยังต้องใช้เวลาในการศึกษาอีกนานประมาณ 3-5 ปี จึงจะสำเร็จ โดยใช้กับเชื้อเด็งกี่ ชนิดที่ 1, 2, 4 เท่านั้น และจะใช้ได้ผลในกลุ่มเด็กเท่านั้น
โดยคาดว่าภายในปี 2551 จะเริ่มการทดลองระยะที่สาม ซึ่งเป็นการทดลองในคน ซึ่งได้เลือก จ.กำแพงเพชร และราชบุรี เป็นสถานที่ศึกษา นอกจากนี้ ยังมีโรคที่มีแมลงเป็นพาหะระบาดรุนแรงเช่นกัน เช่น ไข้เหลือง ซึ่งขณะนี้พบว่ามีการระบาดข้ามพื้นที่จากแอฟริกาตะวันตก ซึ่งเป็นเขตป่า ระบาดลามมายังแอฟริกาตะวันออกที่เป็นเขตเมือง และในประเทศอินเดียต้องจับตาพิเศษ คือ ไข้เลือดออกชิกุนกันย่า (Chikungunya) ซึ่งมีผู้ป่วยถึง 1.4 ล้านคน ในประเทศอิตาลี พบ 200 คน แต่ในไทยไม่มีน้ำยาตรวจหาเชื้อชนิดนี้ จึงรายงานรวมไปกับโรคไข้เลือดออก
โรคไข้เลือดออกชิกุนกันย่า ผู้ป่วยจะมีไข้ มีอาการปวด เจ็บร้าวที่หลัง เรียกว่าปวดถึงกระดูก อัตราการตายของโรคนี้ต่ำกว่าไข้เลือดออกทั่วไป แต่อาการของโรครุนแรงและทรมานกว่า
สิ่งสำคัญและง่ายที่สุดคือ
การทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลายในบ้านของเราเอง และอยู่ที่คุณจะทำหรือไม่เท่านั้น
ข้อมูลและภาพประกอบจาก