HILIGHT NEWS

"สาวร้อยผัว" เคล็ดลับความงามสองพันปี

"สาวร้อยผัว" เคล็ดลับความงามสองพันปี

          การใช้ "สมุนไพร" กำลังนิยมไปทั่วโลกไม่เฉพาะแต่ในเมืองไทยเท่านั้น เหตุผลหนึ่งคือ คนทุกวันนี้เกรงกลัวอันตรายจากสารเคมี และระมัดระวังรักษาสุขภาพมากขึ้น วิถีชีวิตการดำรงอยู่ทั้งหลายจึงพยายามเข้าหาธรรมชาติให้มากที่สุด ซึ่งรวมไปถึงอาหารการกิน และเรื่องของ "ความงาม" ด้วย

          เมื่อความต้องการใช้สมุนไพรของผู้บริโภคมีเพิ่มมากขึ้น สิ่งที่ตามมาคือ ตลาดผลิตภัณฑ์ทางด้านสมุนไพรก็เปิดกว้างมากขึ้นตาม และยังมีผลิตภัณฑ์หลากหลายชนิดเสียจนจำไม่ได้ว่าอะไรเป็นอะไร อย่างไรก็ตาม เรื่องของสมุนไพรที่นิยมกันมากรองจากใช้ทำยาและอาหาร คือ ผลิตภัณฑ์ทางด้านความสวยความงาม "สาวร้อยผัว" เป็นสมุนไพรที่เกี่ยวข้องกับความสวยความงาม

          ชื่อ "สาวร้อยผัว" คนอาจจะไม่รู้จัก แถมยังฟังน่ากลัวเข้าไปอีก แต่ถ้าบอกชื่อ "รากสามสิบ" หรือ "สามร้อยราก" คนต้องอ๋อ..

          เพราะเป็นสมุนไพรที่คนไทยส่วนใหญ่รู้จัก แต่เรียกชื่อแตกต่างกันไปในแต่ละภาค เช่น คนภาคกลางเรียก "รากสามสิบ" หรือ "สามร้อยราก" คนภาคอีสานเรียก "ผักชีช้าง" ใช้รับประทานเป็นผักได้ โดยยอดอ่อน ผลอ่อนรับประทานสดๆ และยังนำมาต้มหรือแกงอ่อมก็ได้เช่นกันทำให้มีกลิ่นหอมคล้ายผักชีลาว

          สำหรับคนภาคเหนือเรียกสมุนไพรชนิดนี้ ว่า "ม้าสามต๋อน" ใช้เป็นยาดอง ยาบำรุง สำหรับเพศชาย เพราะกินแล้วทำให้คึกคักเหมือนม้า 3 ตัวรวมกัน ส่วนที่ภาคใต้เรียก "ผักหนาม" เพราะลำต้นมีตุ่มๆคล้ายหนาม ใช้รับประทานเป็นผักกับน้ำพริกเช่นเดียวกับทางภาคอีสาน

          นอกจากเรื่องของการนำมารับประทานแล้ว รากของสมุนไพรชนิดนี้ยังสามารถนำมาทุบหรือขูดกับน้ำ ทำเป็นน้ำสบู่ซักเสื้อผ้าได้อีกด้วย อีกทางหนึ่งยังมีประโยชน์สามารถใช้เป็นไม้ประดับจัดแจกัน เพราะมีใบ กิ่งก้าน ดอก ดูแล้วสวยงามมาก

          "เภสัชกรหญิง สุภาภรณ์ ปิติพร" หัวหน้ากลุ่มงานเภสัชกรรม โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรไทย อธิบายถึงสาวร้อยผัวให้ฟัง ว่า สมุนไพรสาวร้อยผัว หรือ ม้าสามต๋อน ถูกลืมเลือนหายไปกับกาลเวลา หมอยาโบราณส่วนใหญ่จะรู้ว่าสาวร้อยผัวเป็นยาบำรุงสำหรับสตรี จึงมีชื่อว่า "สาวร้อยผัว" กล่าวคือไม่ว่าจะอายุเท่าใดก็ยังสามารถมีลูกมีผัวได้ ความหมายคล้ายๆ สาวสองพันปีที่ยังดูสาวเสมอ ไม่ใช่กินแล้วสามารถมีผัวได้ร้อยคนอะไรทำนองนั้น

          วิธีใช้ โดยใช้รากมาต้มกิน หรือนำรากไปตากแห้งแล้วบดเป็นผงปั้นเป็นลูกกลอนกินกับน้ำผึ้ง

          เภสัชกรหญิงสุภาภรณ์บอกว่า ชื่อสาวร้อยผัวในปัจจุบันแทบไม่มีใครรู้จักแล้ว ยกเว้นลูกหลานหมอยาบางคนที่เคยได้ยินปู่และพ่อ ซึ่งเป็นหมอยาพูดถึงอยู่บ้าง เช่น หลานหมอยาที่จังหวัดบุรีรัมย์ ชื่อ "พิทักษ์ ตีเหล็ก" ปัจจุบันเป็นพนักงานเภสัชกรรม โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เป็นหลานของหมอยาชื่อ "นายอ่ำ ตีเหล็ก"

          และอีกผู้หนึ่งเป็นหมอยาที่มีคุณต่อการพัฒนาสมุนไพรของโรงพยาบาลอภัยภูเบศรอย่างมาก ชื่อ "นายส่วน สีมะพริก" ปัจจุบันเสียชีวิตไปแล้ว เรียกสมุนไพรชนิดนี้ว่า "สาวร้อยผัว" เช่นกัน

          "สาวร้อยผัว" เรียกได้ว่าเป็นสมุนไพรของผู้หญิงโดยตรง "ที่น่าแปลกใจคือ ในอินเดียมีการเรียกสมุนไพรชนิดนี้คล้ายกับเมืองไทย โดยในภาษาสันสกฤตเรียกว่า ศตาวรี (Shatavaree) มีความหมายว่า ต้นไม้ที่มีรากหนึ่งร้อยราก หรือบางตำราบอกว่าหมายถึงผู้หญิงที่มีร้อยสามี (Satavari -this is an Indian word meaning "a woman who has a hundred husbands")"

          ซึ่งรากสามสิบเป็นสมุนไพรที่ถูกกล่าวถึงในคัมภีร์พระเวท เป็นคัมภีร์ที่มีมาก่อนอายุรเวทด้วยซ้ำ จึงน่าจะถือได้ว่าเป็นสมุนไพรที่มีการใช้มานานหลายพันปีแล้ว และในอินเดียใช้รากสามสิบทำเป็นของหวานเช่นเดียวกับเมืองไทย คือ "รากสามสิบแช่อิ่ม"

          ในตำราอายุรเวทใช้สมุนไพรชนิดนี้เป็นสมุนไพรหลักสำหรับเป็นยาบำรุงในผู้หญิง ในการทำให้ผู้หญิงกลับมาเป็นสาว (female rejuvenation) นอกจากนี้ ยังช่วยแก้ปัญหาอื่นๆ ของผู้หญิง เช่น ภาวะประจำเดือนไม่ปกติ ปวดประจำเดือน ภาวะมีบุตรยาก ตกขาว ภาวะหมดอารมณ์ทางเพศ ภาวะหมดประจำเดือน (menopause) บำรุงน้ำนม บำรุงครรภ์ ป้องกันการแท้ง (habitual abortion)

          สมุนไพรชนิดนี้ยังใช้สำหรับผู้ชายได้ด้วย โดยในอินเดียใช้ในการเพิ่มพลังทางเพศให้กับผู้ชาย ซึ่งคงคล้ายกับทางภาคเหนือของไทยที่ใช้สมุนไพร "ม้าสามต๋อน" เป็นยาดอง เพื่อเพิ่มพลังทางเพศ อินเดียยังใช้สมุนไพรชนิดนี้เป็นยาอื่นๆ อีกมาก เช่น ยาแก้ไอ ยารักษาโรคกระเพาะ ยาแก้บิด แก้ไข้ แก้อักเสบ ซึ่งจัดได้ว่าสมุนไพรชนิดนี้เป็นสมุนไพรที่ใช้มากที่สุดในอินเดียชนิดหนึ่ง

          มีสถิติในปี ค.ศ.1999-2000 อินเดียใช้สมุนไพรชนิดนี้ถึง 8,460 ตัน เป็นอันดับสองรองจาก มะขามป้อม ที่ใช้อยู่ที่ 15,147 ตัน ปัจจุบันมีสารสกัดด้วยน้ำของรากสามสิบจากอินเดีย ไปจำหน่ายในประเทศสหรัฐอเมริกา ในลักษณะเป็น dietary supplement กล่าวคือสามารถขายได้ทั่วไปอย่างอิสระไม่ต้องมีใบสั่งแพทย์

          "สาวร้อยผัว" เป็นสมุนไพรชนิดหนึ่งที่มีการศึกษวิจัยกันมากพอสมควร ในด้านการศึกษาวิจัยในห้องทดลองพบฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา คือ ต้านเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา คลายกล้ามเนื้อของมดลูก บำรุงหัวใจ แก้การอักเสบ แก้ปวด มีฤทธิ์เหมือนฮอร์โมนเอสโตรเจน ยับยั้งเบาหวาน เป็นพิษต่อเซลล์มะเร็ง กระตุ้นภูมิคุ้มกัน ต้านอาการเม็ดเลือดขาวต่ำ ลดระดับไขมันในเลือด ป้องกันกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ลดอาการหัวใจโตที่เกิดจากความดันโลหิตสูง ขับน้ำนม ยับยั้งการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร ยับยั้งพิษต่อตับ

          ในการศึกษาด้านความเป็นพิษในสัตว์ทดลอง พบว่าการใช้ในขนาดสูง 2 กรัม ต่อกิโลกรัม ด้วยการกินไม่พบพิษ และการใช้ในระยะยาวด้วยการต้มน้ำ ความเข้มข้น 100 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมแล้ว ให้กินทั้งเนื้อและน้ำนาน 4 และ 32 สัปดาห์ ไม่พบความผิดปกติเมื่อเปรียบเทียบกับหนูในกลุ่มควบคุม

          การศึกษาที่กล่าวข้างต้นเป็นการศึกษาในห้องทดลอง ทำการทดลองกับสัตว์ทดลอง ดังนั้น การนำมาใช้เป็นยากับคนจึงต้องมีการทดลองกันอีกต่อไป ส่วนที่มีการทดลองทางคลีนิค (การใช้ในคนจริงๆ) คือการใช้ในการรักษาโรคกระเพาะ โดยการให้รับประทานผงแห้งของราก พบว่าได้ผลดีในการรักษาแผลที่กระเพาะและลำไส้เล็ก การที่กรดเกิน (acid dyspepsia)

          เนื่องจากสมุนไพรชนิดนี้หายไปจากสังคมไทยเสียนาน ดังนั้น การที่จะนำกลับมาใช้เป็นยาอีกครั้งควรระมัดระวัง เพราะเป็นสมุนไพรที่ออกฤทธิ์คล้ายเอสโตรเจน จึงห้ามใช้ในสตรีที่มีความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็ง เช่น ผู้ป่วยโรค uterine fribrosis หรือ fibrocystic breast

          ประเทศไทยถือว่าเป็นแหล่งผลิตสมุนไพรที่ใหญ่มากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เพราะมีสมุนไพรอยู่หลากหลายชนิด "สาวร้อยผัว" ก็เป็นหนึ่งในพืชสมุนไพรไทยที่น่าจะนำกลับมาฟื้นฟูใช้ในสังคมอีกครั้ง เพราะนอกเหนือจากคุณประโยชน์สารพัดข้อดังที่กล่าวมาแล้ว

          "สาวร้อยผัว" ยังเป็นสมุนไพรที่อยู่ในรายการสินค้าที่จะลดภาษีภายใต้เขตการค้าเสรีอาเซียน-จีน ในข้อตกลงไทย-จีนตามพิกัดศุลกากร ซึ่งมีตัวเลขการส่งออกสมุนไพรชนิดนี้จากเมืองไทยค่อนข้างสูง สรรพคุณมากมาย ประโยชน์ล้นเหลืออย่างสาวร้อยผัว เปิดตัวให้เห็นโฉมหน้ากันจะจะในงาน

          "มหกรรมสมุนไพรแห่งชาติครั้งที่ 3" งานใหญ่ประจำปีจัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 สิงหาคม ถึง 3 กันยายน 2549 ที่อิมแพค เมืองทองธานี อาคาร 7-8 งานนี้ "มติชน" ร่วมเป็นเจ้าภาพ กับกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยฯ กระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

          อยากเห็น "สาวร้อยผัว" อย่าพลาด!! ไม่ต้องเสียสักบาท ก็ได้ดูเพลิน-เพลิน

ข้อมูลจาก

เรื่องอื่นๆ
  1. มัธยมหญิงแชมป์ชิงสุกก่อนห่าม "ท้องแล้วไม่รับ" ผู้ชายหยัน "อยากโง่เอง"
  2. "แหม่ม - บี่บี๋" เปิดบ้านเปิดใจ
  3. "ทรท." เชื่อลอบบึ้มทำประชาชนสงสาร “ทักษิณ”
  4. แพทย์เผย “ครูจูหลิง” สมองตาย 100 เปอร์เซ็นต์
  5. รักกัน อย่า! ทำแบบนี้
  6. เคล็ดลับการเลือกใส่ "หมวก"
  7. ถนนเด็กเดิน เส้นทางสร้างสรรค์พลังเยาวชน สู่อนาคตที่ดี
  8. ช่วยด้วย!!! . . . ผมถูกข่มขืน
  9. "โซคูล-แพนเค้ก-เอ็ม-อาร์" แท็คทีมเอาใจชาวปากน้ำโพ
  10. เปิดตัวนักแสดงนำ หนังระทึกขวัญฟอร์มยักษ์เรื่องดัง "DEATH NOTE"

เรื่องน่าสนใจ