








การรวม 3 พรรคการเมือง อันได้แก่ พรรคมัชฌิมา พรรคประชาราช และ พรรครวมใจไทย นั้น เป็นอันต้องยกเลิก เมื่อล่าสุด กร ทัพพะรังสี รองหัวหน้า พรรคประชาราช แถลงยุติการควบรวม พรรคการเมือง ทั้ง 3 พรรค อ้างหารือ กกต. เวลาไม่เอื้ออำนวย แต่ยังเป็นพันธมิตรต่อกัน

กรณีที่นายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ หัวหน้าพรรคมัชฌิมาธิปไตย นางอนงค์วรรณ เทพสุทิน เลขาธิการพรรคมัชฌิมาธิปไตย นายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช นายกร ทัพพะรังสี รองหัวหน้าพรรคประชาราช และ พล.ร.อ.บรรณวิทย์ เก่งเรียน สมาชิก สนช.ที่อ้างว่าเป็นตัวแทนพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา ไปหารือกันที่บ้านซอยราชครูของ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ อดีตนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 20 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยประกาศจะควบรวม 3 พรรคการเมืองเป็นพรรคการเมืองใหม่นั้น แต่ปรากฏว่าแค่ถัดมาเพียงวันเดียวแผนควบรวมพรรคดังกล่าวก็เจ๊งไม่เป็นท่าเสียแล้ว
โดยเมื่อวานนี้ (21 ต.ค.) นายกร ทัพพะรังสี พร้อมแกนนำพรรคประชาราช ร่วมกันแถลงข่าว แต่ไม่มีนายเสนาะรวมอยู่ด้วย โดยนายกรกล่าวว่า ขณะนี้ขอยุติการควบรวม 3 พรรค เพื่อตั้งพรรคการเมืองขั้วที่สาม เนื่องจากติดที่กรอบเวลาตามกฎหมายลูก หลังจากสอบถามไปยัง กกต. พบว่า ไม่มีเวลาเหลือเพียงพอที่จะควบรวมหรือตั้งพรรคการเมืองใหม่ได้ เพราะต้องมีการเรียกประชุมใหญ่ จัดทำนโยบายพรรคใหม่ ซึ่งต้องใช้เวลาพอสมควร และในวันที่ 7 พฤศจิกายน กกต.กำหนดเปิดรับสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อแล้ว จึงส่งผลให้ พรรคการเมืองที่มีเจตนาที่ดีไม่สามารถทำอะไรกันได้ แต่เราจะเป็นพันธมิตรและเก็บความตั้งใจที่ดีต่อกันไว้ ดังนั้นพรรคประชาราชจะดำเนินกิจกรรมทางการเมืองตามจุดยืนของพรรค เดินไปสู่สนามเลือกตั้งวันที่ 23 ธันวาคม
"ที่ผ่านมาสมาชิกพรรคประชาราชผ่านขั้นตอนการถูกทดสอบด้วยกระแสเงินที่ปลิวสะพัดว่อนอยู่ขณะนี้ แต่พรรคก็มีจุดยืนและอุดมการณ์แน่วแน่ที่จะรับใช้แผ่นดิน อะไรที่จะทำให้เกิดความแตกแยกอีก เราไม่ขอร่วมเด็ดขาด"
ผู้สื่อข่าวถามว่า การพูดกลับไปกลับมาเช่นนี้ประชาชนจะสับสนหรือไม่ ทำไมไม่พูดคุยกันให้ชัดเจนก่อนแล้วถึงออกมาแถลงข่าว นายกรตอบว่า นี่แหละคือการเมือง ขอย้ำว่าจุดเริ่มต้นของเรื่องนี้มาจากนายประชัย เลี่ยวไพ-รัตน์ หัวหน้าพรรคมัชฌิมาธิปไตย ที่ขอมาพูดคุย แต่เราถูกเบรกโดย พ.ร.บ.พรรคการเมือง ทำให้มีเวลาไม่เพียงพอที่จะรวมกันได้ เราก็ต้องแยกกันไปดำเนินกิจกรรมของแต่ละพรรค ยืนยันว่าไม่ใช่การพูดกลับไปกลับมา
เมื่อถามว่าสาเหตุที่ไม่ลงตัวมาจากตำแหน่งหัวหน้าและชื่อพรรคใช่หรือไม่ นายกรตอบว่า ไม่ใช่ ยังไม่มีการพูดคุยไปถึงตรงนั้น เมื่อช่วงเช้าก็ได้พูดคุยโทรศัพท์กับนายประชัย ก็เข้าใจกันดี และนายเสนาะยืนยันแล้วว่าไม่ยึดติดกับตำแหน่งทั้งก่อนและหลังเลือกตั้ง วันนี้ทุกคนได้เรียนรู้การเมืองดีขึ้น แม้แต่นายประชัยก็ยังมาสวมกอดกับนายเสนาะ ตรงนี้คือการเมือง สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา แต่เราต้องมีเป้าหมายเดียวกัน เวลานี้นายเสนาะมีความสบายใจ และมีคนโทรศัพท์มาให้กำลังใจตลอด
ขณะที่คนใกล้ชิดนายเสนาะเปิดเผยถึงเบื้องหลังสถานการณ์ที่บ้านราชครู เมื่อวันที่ 20 ตุลาคมที่ผ่านมาว่า นายเสนาะไม่ทราบมาก่อนว่าจะมีการเจรจาและแถลงข่าวเปิดตัวเรื่องการควบรวมพรรค ซึ่งก่อนหน้านี้นายประชัยโทรศัพท์มาหานายเสนาะ นัดพูดคุยเรื่องแนวทางการทำงาน แต่พอไปถึงกลับเจอกองทัพนักข่าวจำนวนมาก นายเสนาะก็รู้สึกตกใจ เหมือนมีการจัดฉากรออยู่แล้ว แม้แต่การหยิบยกเรื่องภาพคู่ของ พล.อ.ชาติชายกับนายประชัยที่ถ่ายร่วมกันที่ประเทศจีนเมื่อ 30 ปีก่อน ที่มีการนำมาอ้างนั้น นายเสนาะก็ไม่รู้เรื่องเช่นกัน ทำให้นายเสนาะรู้สึกเครียดทั้งวัน
นอกจากนี้ การควบรวมทั้ง 3 พรรคก็ส่อเค้าว่าจะแท้งตั้งแต่เมื่อช่วงกลางดึกวันที่ 20 ตุลาคม หลังจากมีการสอบถาม ข้อกฎหมายกับ กกต. อย่างไรก็ตาม พรรคมัชฌิมาธิปไตยยังไม่ละความพยายาม โดยในช่วงเช้าวันเดียวกันนี้ได้ประสานกับนายเสนาะให้ไปร่วมแถลงข่าวที่ตึกทีพีไอ แต่สุดท้าย นายเสนาะก็ตัดสินใจเก็บตัวเงียบอยู่ในบ้าน รวมทั้งไม่ยอมลงไปแถลงข่าวร่วมกับคณะของนายกร
ข้อมูลจาก
ภาพประกอบจากหนังสือพิมพ์ข่าวสด









| ส่งกระทู้นี้ไปให้เพื่อน |
||
| เมล์คุณ: | เมล์เพื่อน: | |






























































































ไอ้เนาะแก่จะเข้าโลงอยู่แล้วไปเข้าวัดจำศิลภาวนาได้แล้วพูดกลับไปกลับมาไม่มีจุดยืนยกลูกน้องทั้งหมดให้พรรคพลังประชาชนไปซะส่วนตัวเองก็เข้าวัดเทอะอย่ามาวนว้ายตายเกิดอยู่เลย คนเขาจะเลือกแต่พรรคพลังประชาชนเท่านั้นนายสมัครต้องเป็นนายก 

















ใครทรยศคิดร้ายต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์ ขอให้มันมีอันเป็นไปอย่าได้ผุดได้เกิดเลย 





























































































































































|