









เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 26 ต.ค. พล.ต.ท.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้ช่วย ผบ.ตร.ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ประกาศเปลี่ยนแปลงชื่อสถานีตำรวจภูธรทั่วประเทศ และเขตอำนาจความรับผิดชอบ หรือเขตพื้นที่การปกครองของ บช.น. และภูธรบางส่วน มีผลตั้งแต่วันที่ 26 ต.ค.50 ซึ่ง พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ผบ.ตร. ได้สั่งให้ทุกโรงพักรีบดำเนินการเปลี่ยนแปลงทั้งป้ายชื่อสถานีตำรวจและประชาสัมพันธ์ ให้ประชาชนทราบถึงเขตอำนาจรับผิดชอบที่เปลี่ยนแปลง เพื่อไม่ให้เกิดความสับสน
พล.ต.ท.พงศพัศกล่าวอีกว่า ในส่วนของการเปลี่ยนแปลงชื่อสถานีตำรวจนั้นมีการเปลี่ยนแปลงเฉพาะสถานีตำรวจในสังกัด บช.ภ.1-บช.ภ.9 เท่านั้น จำนวนทั้งสิ้น 1,361 สถานี โดยตัดคำว่า อำเภอ กิ่งอำเภอ และ ตำบล ออกจากชื่อสถานีตำรวจภูธร ทั้งเพื่อไม่ให้ ประชาชนสับสนในการเรียกชื่อสถานีตำรวจ โดยให้เปลี่ยนแปลงจากชื่อสถานีตำรวจภูธรอำเภอ (สภ.อ.) สถานีตำรวจ ภูธรกิ่งอำเภอ (สภ.กิ่ง อ.) และสถานีตำรวจภูธรตำบล (สภ.ต.) ให้เป็น สถานีตำรวจภูธร... แล้วตามด้วยชื่อที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ยกเว้น สถานีตำรวจภูธรตำบลพัทยา (สภ.ต.พัทยา) ให้เปลี่ยนเป็น สถานีตำรวจภูธรเมืองพัทยา (สภ.เมืองพัทยา) เนื่องจากเป็นเขตปกครองพิเศษ
โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติกล่าวด้วยว่า สำหรับตัวอย่างการเปลี่ยนชื่อสถานีตำรวจภูธรของโรงพักทั่วไป เช่น สถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองสมุทรปราการ (สภ.อ.เมืองสมุทรปราการ) เปลี่ยนเป็น สถานีตำรวจภูธรเมืองสมุทรปราการ (สภ.เมืองสมุทรปราการ) สถานีตำรวจภูธรกิ่งอำเภอบางเสาธง (สภ.กิ่ง อ.บางเสาธง) เปลี่ยนเป็น สถานีตำรวจภูธรบางเสาธง (สภ.บางเสาธง) สถานีตำรวจภูธรตำบลราชาเทวะ (สภ.ต.ราชาเทวะ) เปลี่ยนเป็น สถานีตำรวจภูธรราชาเทวะ (สภ.ราชาเทวะ) เป็นต้น
พล.ต.ท.พงศพัศกล่าวอีกว่า สำหรับการแก้ไขเขตอำนาจความรับผิดชอบ หรือเขตพื้นที่การปกครองของสถานีตำรวจนั้น วัตถุประสงค์เพื่อให้แต่ละสถานีมีพื้นที่รับผิดชอบที่เหมาะสม เกิดความสะดวกแก่ประชาชน ในการแจ้งเหตุและมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขทั้งหมด 39 สถานี โดยนครบาลมีทั้งหมด 31 สถานี ประกอบด้วย สน.มักกะสัน สน.ห้วยขวาง สน.ดินแดง สน.บางซื่อ สน.พหลโยธิน สน.ประชาชื่น สน.บางเขน สน.โคกคราม สน.คันนายาว สน.ดอนเมือง สน.สายไหม สน.สุทธิสาร สน.หนองจอก สน.ลำผักชี สน.ลาดกระบัง สน.ลาดพร้าว สน.วังทองหลาง สน.โชคชัย สน.บึงกุ่ม สน.บางชัน สน.ประเวศ สน.อุดมสุข สน.ทุ่งมหาเมฆ สน.พระโขนง สน.ท่าเรือ สน.ตลิ่งชัน สน.บางพลัด สน.บางยี่ขัน สน.บางเสาธง สน.ศาลาแดง และ สน.บางกอกน้อย สำหรับรายละเอียดการแบ่งพื้นที่ของแต่ละโรงพักให้ ผกก.หน.สถานี ออกชี้แจงกับประชาชนในพื้นที่ภายใน 10 วัน ต้องให้รู้หมดว่าบ้านใครขึ้นกับท้องที่ไหน
ในส่วนของตำรวจภูธรมีทั้งหมด 8 โรงพัก คือ บช.ภ.1 มี 4 โรงพัก ประกอบด้วย สภ.เมืองนนทบุรี สภ.บางศรีเมือง สภ.ปากเกร็ด และ สภ.คลองข่อย บช.ภ.3 มี 2 โรงพัก คือ สภ.เมืองนครราชสีมา และ สภ.โพธิ์กลาง บช.ภ.8 มี 2 โรงพัก คือ สภ.เมืองนครศรีธรรมราช และ สภ.ชะเมา พล.ต.ท.พงศพัศกล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ ยังเปลี่ยนชื่อหัวหน้าสถานีตำรวจระดับ รอง ผกก. เป็น สารวัตรใหญ่ (สวญ.) ทั้งหมด 253 แห่ง
ข้อมูลจาก
ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต









| ส่งกระทู้นี้ไปให้เพื่อน |
||
| เมล์คุณ: | เมล์เพื่อน: | |




















































































































































































































เปลี่ยนไม่ค่อยจะได้หรอกทั่นนายพล 












































เกลียดเข้าไส้เลยโดยเฉพาะจราจร มีประโยชน์อยู่อย่างเดียวคือโบกรถตอนเช้า นอกนั้นตั้งด่านขูดรีดประชาชนตาดำๆ ไม่ส่หมวกกันน๊อค ไม่มีใบขับขี่ แต่งรถไม่ครบองค์ประกอบ ไม่ต่อภาษี สุดท้ายมันเอาว่าไม่พกคู่มือ อย่างนี้ก็มีด้วย โดยเฉพาะที่บ้านเรานะ ตั้งด่านทุกวันจนน่ารำคาญ วันหลังให้ไปขอประชาชนเอาเลยไม่ต้องไปตั้งมันหรอกด่านน่ะ 



























































































































|