
db









อู่ต่อเรือยูนิไทยฯ ศรีราชา ระเบิด ช่างเชื่อมถูกเหล็กดีดกระเด็นตกจากอาคารสูง 10 เมตร ดับคาที่ 2 เจ็บอีก 7 คาดก๊าซใต้ท้องเรือรั่วปะทะกับประกายไฟที่คนงานกำลังตัดเชื่อมเหล็กเป็นเหตุให้ระเบิด
อู่ต่อเรือระเบิดช่างเชื่อมดับ 1 เจ็บอีก 9 ครั้งนี้เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 28 มกราคม ร.ต.ท.สะฐิระพงศ์ ชัยชาญสกุล ร้อยเวร สภ.แหลมฉบัง จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งว่า มีเหตุระเบิดภายในอู่ต่อเรือ บริษัท ยูนิไทย ชิปยาร์ด แอนด์ เอนจิเนียริ่ง จำกัด ซึ่งดำเนินธุรกิจซ่อมแซมเรือเดินสมุทรขนาดใหญ่ ตั้งอยู่หมู่ 3 ต.ทุ่งสุขา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เป็นเหตุทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 9 คน และเสียชีวิต 1 คน หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ จากนั้นจึงนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ
เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบซากชิ้นส่วนของเหล็กกระจัดกระจายเกลื่อนอยู่ทั่วบริเวณ และพบผู้เสียชีวิตคือ นายสานิตย์ พรมบุปผา อายุ 41 ปี เป็นช่างเชื่อมเหล็ก ใกล้กันพบมีผู้ได้รับบาดเจ็บนอนร้องขอความช่วยเหลือ 9 คน จากนั้นจึงรีบนำตัวผู้บาดเจ็บทั้งหมดส่งไปรักษาอาการที่โรงพยาบาลอ่าวอุดม 3 คน โรงพยาบาลแหลมฉบังอินเตอร์เนชั่นแนล 6 คน
สอบสวนนายไพฑูรย์ นำประภา อายุ 32 ปี คนงานอู่ต่อเรือที่รอดชีวิตมาอย่างหวุดหวิด ทราบว่า ขณะที่ตนพร้อมกับเพื่อนๆ ประมาณ 20 คน กำลังช่วยกันใช้อุปกรณ์ตัดเหล็กอยู่บนแผ่นเหล็กขนาดใหญ่ ปรากฏว่า ขณะที่อ๊อกเหล็กอยู่นั้น ได้เกิดประกายไฟตกลงมาด้านล่าง จนทำให้เกิดการระเบิดขึ้น เสียงดังสนั่นหวั่นไหว ทำให้ตนและเพื่อนคนงานถึงกับสลบไม่รู้เรื่อง มารู้สึกตัวอีกทีก็ถูกส่งมาที่โรงพยาบาลแล้ว ทั้งนี้ คาดว่าสาเหตุของการระเบิดน่าจะมาจากก๊าซใต้ท้องเรือรั่ว
ด้าน ร.ต.ท.สะฐิระพงศ์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบบริเวณที่เกิดเหตุ พบว่าเป็นอาคารสูงประมาณ 10 เมตร ซึ่งพนักงานส่วนใหญ่ได้ใช้เป็นสถานที่ทำงาน โดยบริเวณดังกล่าวมักใช้ทำการอ๊อก-เชื่อมเหล็ก ซึ่งเป็นส่วนประกอบภายในเรือ โดยจะมีแผ่นเหล็กกว้างประมาณ 7 เมตร และยาวประมาณ 30 เมตร วางอยู่ และขณะที่คนงานกำลังเชื่อมเหล็กอยู่นั้น ได้เกิดประกายไฟตกลงมาด้านล่าง ซึ่งมีการสะสมของแก๊สอยู่ จึงทำให้เกิดการระเบิดขึ้นอย่างรุนแรง แรงระเบิดทำให้แผ่นเหล็กดังกล่าวดีดคนงานที่ทำงานอยู่กระเด็นตกลงมา จนทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต
ทั้งนี้ ได้ประสานงานให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้ามาตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุแล้ว โดยจะต้องเก็บหลักฐานต่างๆ มาตรวจสอบอีกครั้ง ว่าเหตุระเบิดในครั้งนี้มาจากสาเหตุอะไร
ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด 9 คน เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยสว่างประทีปศรีราชา ได้นำส่งที่โรงพยาบาลแหลมฉบังอินเตอร์เนชั่นแนล 6 คน ทั้งหมดมีอาการค่อนข้างสาหัส ทราบชื่อคือ นายเสน่ห์ วัดภู่ อายุ 38 ปี บ้านเดิมอยู่ จ.กำแพงเพชร นายถาวร แก้วไตรรัตน์ อายุ 32 บ้านเดิมอยู่ จ.เลย นายธวัชชัย ใจกว้าง อายุ 22 ปี บ้านเดิมอยู่ จ.พะเยา นายอดิศร โม่งทา อายุ 38 ปี บ้านเดิมอยู่ จ.ขอนแก่น นายพิภพ ลือชา อายุ 30 ปี และนายหนุ่ม วรครุต อายุ 24 ปี บ้านเดิมอยู่ จ.พิษณุโลก ทั้งหมดได้รับบาดเจ็บจากแรงอัดของระเบิด ทำให้แขน ขาหัก ยกเว้นนายหนุ่ม ที่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย
ส่วนผู้ที่ได้รับบาดเจ็บอีก 3 คน ถูกนำส่งรักษาที่โรงพยาบาลอ่าวอุดม ได้แก่ นายไพฑูรย์ นำประภา อายุ 33 ปี นายจิรศักดิ์ สาครเจริญ อายุ 23 ปี และนายประพันธ์ โกพลรัตน์ อายุ 38 ปี อาการสาหัส
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเกิดเหตุระเบิด บริษัทได้ทำการปิดประตูทางเข้าออกอู่ต่อเรือทั้งหมด และห้ามไม่ให้ผู้สื่อข่าวเข้าไปถ่ายภาพและทำข่าว
ล่าสุดเมื่อเวลา 22.00 น. ได้รับแจ้งจากโรงพยาบาลแหลมฉบังอินเตอร์ว่า นายพิภพ ลือชา อายุ 30 ปี ช่างเชื่อม หนึ่งในผู้ที่ได้รับบาดเจ็บได้เสียชีวิตแล้วเป็นคนที่ 2 ขณะเดียวกัน ในแง่คดีตำรวจ สภ.แหลมฉบัง กำลังเร่งเก็บรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุ รวมทั้งสอบสวนผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อหาสาเหตุการระเบิดว่าเกิดจากความประมาท หรือมาจากสาเหตุใดกันแน่
ร.ต.ท.สะฐิระพงศ์ ชัยชาญสกุล ร้อยเวร สภ.แหลมฉบัง จ.ชลบุรี กล่าวว่า ล่าสุดได้ประสานไปยังตำรวจวิทยาการให้เข้ามาตรวจเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุแล้ว และต้องรอให้มีการสรุปผลเป็นรายงานส่งมาก่อนจึงจะสามารถสรุปสาเหตุที่แท้จริงได้ ซึ่งในวันที่ 29 มกราคม จะเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้เห็นเหตุการณ์เข้ามาสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง ที่ สภ.สัตหีบ
เจ้าของคดีเปิดเผยอีกว่า ในเบื้องต้น ทราบว่าสถานที่เกิดเหตุถูกสร้างขึ้นมาเป็นอาคารลักษณะโล่งหลังคายกสูง ด้านล่างมีแผ่นเหล็กทึบ กว้าง 7 เมตร ยาว 30 เมตร หนา 1 ฟุต น้ำหนัก 30 ตัน วางอยู่กับพื้นคอนกรีต โดยมีพนักงานเชื่อมและอ๊อกเหล็กทำงานอยู่ทั้งหมด 26 คน โดยแยกทำงานกันเป็นจุด รวม 5 จุด
ร.ต.ท.สะฐิระพงศ์ กล่าวอีกว่า ก่อนเกิดเหตุท่อส่งก๊าซออกซิเจนกับก๊าซอะเซทิลีน ซึ่งมีคุณสมบัติติดไฟง่าย ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ซึ่งใช้สำหรับงานอ๊อกเหล็ก ได้รั่วซึมออกมาจากถังหรือท่อส่งก๊าซเป็นเวลานาน ประกอบกับขณะนั้นมีคนงานกำลังใช้ไฟเป่าเพื่อตัดเหล็ก ทำให้ประกายไฟเกิดขึ้นจนเกิดการสันดาปกับก๊าซส่งผลให้ระเบิดขึ้น แผ่นเหล็กที่วางอยู่กับพื้นได้ดีดตัวสูงกับจากพื้นประมาณเมตรเศษ ก่อนที่จะตกลงมากระแทกพื้น เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บดังกล่าว
ส่วนผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนี้คือ นายพิภพ ลือชา อายุ 30 ปี และนายสามิต ผลบุปผา อายุ 31 ปี ส่วนผู้บาดเจ็บ 7 คน คือ 1.นายประพนธ์ โกพลรัตน์ อายุ 38 ปี อาการสาหัส 2.นายจิรศักดิ์ สาครเจริญ อายุ 23 ปี บาดเจ็บที่ดวงตา เจ็บหน้าอก 3.นายไพรฑูรย์ นัมประภา อายุ 33 ปี ปวดหัวเข่า 4.นายถาวร แก้วไตรรัตน์ อายุ 32 ปี เจ็บที่หน้า 5.นายเสน่ห์ วัดภู่ อายุ 25 ปี 6.นายอดิศร โม่งมา อายุ 38 ปี และ 7.นายธวัชชัย ใจกว้าง อายุ 22 ปี
ข้อมูลจาก
ภาพประกอบจาก INN news









| ส่งกระทู้นี้ไปให้เพื่อน |
||
| เมล์คุณ: | เมล์เพื่อน: | |






































































|