












เมื่อวันที่ 30 มี.ค. ที่สำนักงานคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย ( ครป.) นายสุริยะใส กตะศิลา เลขาธิการ ครป. ในฐานะผู้ประสานงานกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย พร้อมด้วย ร.ต.แซมดิน เลิศบุศย์ ประธานชุมชนสันติอโศก และสมาชิกมูลนิธิกองทัพธรรม ที่ได้รับบาดเจ็บจากการขว้างปาหินจากกลุ่มผู้ชุมนุมที่ท้องสนามหลวงเมื่อคืนวันที่ 29 มี.ค. ที่ผ่านมา ร่วมกันแถลงข่าวกรณีถูกลอบทำร้าย
ร.ต.แซมดิน กล่าวว่า หลังจากเสร็จการสัมนาในห้องประชุมเวลาเกือบเที่ยงคืน พวกตนซึ่งได้เดินทางมาร่วมงานตั้งแต่ในช่วงบ่าย ก็ได้รอให้ผู้เข้าร่วมในห้องประชุมทยอยกันออกไป จนไม่มีคนพลุกพล่านแล้วจึงได้เดินทางไปขึ้นรถที่จอดไว้ที่ท้องสนามหลวง แต่ระหว่างที่รถจะออก ได้เผชิญหน้ากับกล่มคนประมาณ 40-50 คน โดยข้างหน้าด่าทอ แต่คนข้างหลังขว้างปาด้วย หิน ขวดน้ำดื่มชูกำลัง ทำให้สมาชิกหลายคนทั้งผู้หญิง และเด็กได้รับบาดเจ็บจนต้องนำส่งโรงพยาบาล ซึ่งระหว่างนั้นมีเจ้าหน้าที่ตำรวจผ่านมา แต่ไม่ได้ระงับเหตุ ทั้งที่พวกตนเข้าร่วมกิจกรรมเจตนาก็ต้องความรู้ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด ไม่ได้ไปก่อเหตุอะไร
นายสุริยะใส กล่าวว่า ตนเชื่อว่ากลุ่มคนที่มาชุมนุมต่อต้านพันมิตรฯ ที่หน้า ม.ธรรมศาสตร์เป็นมวลชนของกลุ่มนปก. กลุ่มมหาประชาชนเพื่อพิทักษ์ประชาธิปไตย และกลุ่มคนรักทักษิณ ซึ่งมีกลุ่มคนกว่า 200 คน ถูกจัดตั้งให้มาก่อความวุ่นวายเป็นการเฉพาะ แม้แกนนำจะประกาศยุติการชุมนุม แต่หลังฉากกลับจัดตั้งคนออกมาก่อความวุ่นวาย หลอกใช้ประชาชนเป็นเครื่องมือทางการเมือง แสดงให้เห็นว่าคำสั่งของนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชาชนก็ไม่ศักดิ์สิทธิ์ไม่มีความหมายอีกต่อไปเพราะคนในพรรคไม่ให้ความสำคัญ
ส่วนการลอบทำร้ายสมาชิกมูลนิธิกองทัพธรรม มวลชนของพันธมิตรฯ นั้นได้ไปแจ้งความไว้ที่ สน.ชนะสงคราม เราจะให้เวลาเจ้าหน้าที่ตำรวจประมาณ 10 วัน หากไม่มีความคืบหน้าจะไปทวงถามความจริงที่ สน.ชนะสงคราม และพันธมิตรฯ อาจต้องลงมือสอบสวนและหาตัวคนผิดเอง เพราะจากพยานหลักฐานและกล้องบันทึกวีดีโอของเจ้าหน้าที่ได้บันทึกกลุ่มคนที่มาก่อความวุ่นวายประมาณ 200 คนไว้ตลอดเวลา จึงไม่ใช่เรื่องยากที่จะนำสืบและสอบสวนขยายผลต่อไป
นายสุริยะใส กล่าวว่า สำหรับมาตรการป้องกันความรุนแรงในกรณีที่พันธมิตรฯ ต้องจัดกิจกรรมครั้งต่อๆ ไปนั้น พันธมิตรฯ ไม่หวั่นไหวกับเหตุการณ์ดังกล่าว และขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ดูแลความปลอดภัย แม้จะเกิดเหตุรุนแรงขึ้น แต่นั่นก็เป็นที่ทราบกันดีว่าอีกฝ่ายมีเจตนามาก่อกวนอย่างชัดเจนจนอาจส่งผลให้การรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่เป็นไปด้วยความยากลำบาก ทั้งนี้พันธมิตรฯ ยั่งยึดมั่นการเคลื่อนไหวในแนวทางสันติวิธีและจะอยู่ภายใต้กรอบกฎหมายรัฐธรรมนูญอย่างเคร่งครัด ซึ่งเชื่อว่าการก่อกวนของกลุ่มดังกล่าวจะยังคงมีต่อไปจึงมีความจำเป็นที่พันธมิตรฯ จะต้องสร้างมาตรการป้องกันการเคลื่อนไหวของพันธมิตรฯ ในครั้งต่อๆ ไป
นายสุริยะใส กล่าวว่า จากการประเมินผลเคลื่อนไหวครั้งที่ 1 ถือว่าประสบความสำเร็จเกินคาดมีผู้เข้าร่วมกว่า 15,000 คน จนล้นหอประชุมใหญ่ ม.ธรรมศาสตร์ จากเดิมที่คาดการณ์ว่าจะอยู่ราวๆ 5,000 คน แม้จะถูกสกัดกั้นทุกวิถีทางทั้งการข่มขู่ การจัดม็อบมาป่วน การตั้งด่านสกัดและห้ามปรามเจ้าของรถโดยสาร รถตู้ ก็ตาม
สำหรับการเคลื่อนไหวครั้งต่อไปอยู่ระหว่างการหารือของแกนนำ ซึ่งอาจจะเดินสายจัด รายการสัมมนาประชาชนในจังหวัดต่างๆ ในขณะนี้มีต่างจังหวัดทั้งทางภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคใต้ และภาคตะวันออก แจ้งความจำนงขอเป็นเจ้าภาพมา ส่วนการเคลื่อนไหวในส่วนกลางนั้นจะรอดูสถานการณ์อีกครั้งหนึ่ง โดยเฉพาะหากมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อฟอกผิดให้กับคนในรัฐบาลนั้นจะมีการเคลื่อนไหวทันที ซึ่งพันธมิตรฯ เชื่อว่ารัฐบาลจะรวบรัดตัดตอนแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะ มาตรา 237 ในช่วงเดือนเม.ย.นี้ พันธมิตรฯ ก็จะเคลื่อนไหวคัดค้านทันที ถ้าญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้าสภาฯ ย่างอื่นแทน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ม็อบแม้ว ชน พันธมิตร ก้อนหิน-ขวด ปลิวว่อน
ข้อมูลจาก
ภาพประกอบจาก หนังสือพิมพ์คมชีดลึก









| ส่งกระทู้นี้ไปให้เพื่อน |
||
| เมล์คุณ: | เมล์เพื่อน: | |





























ช่างปราดเปรื่องดีแท้ แล้วจไม่คิกทำมาหากินหรือไง หรือว่านี่คืออาชีพของเขา เฮ้อถ้าเป็นเช่นนั้นจริงละก็อยากจะ






















































ด่าฝ่านตรงข้าม























































































































































































































































































































