









ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการลงพื้นที่สำรวจการจำหน่ายข้าวถุงในห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ เช่น เทสโก้ โลตัส, บิ๊กซี, คาร์ฟูร์ พบว่า เกือบทุกแห่ง ลดพื้นที่ชั้นวางขายข้าวถุง จากเดิมที่จะวางขายครั้งละนับพันถุง จะเหลือเพียง 100-200 ถุงเท่านั้น โดยเฉพาะข้าวหอมมะลิ และข้าวขาว จะหายไปจากชั้นจำนวนมาก ขณะที่เห็นวางบนชั้นส่วนใหญ่จะเป็นข้าวเหนียวบรรจุถุง โดยพนักงานให้ข้อมูลว่า ข้าวถุงขาดตลาด เพราะความต้องการผู้บริโภคเพิ่มขึ้น ส่วนใหญ่ซื้อไปตุน เพราะเกรงว่าราคาจะสูงขึ้นอีก ห้างจึงต้องขึ้นป้ายจำหน่ายได้ครอบครัวละ 3 ถุงจากเดิมที่ไม่จำกัดจำนวน สำหรับราคาข้าวหอมมะลิถุง (5 กก.) ละ 140-170 บาท ข้าวขาวถุงละ 80-130 บาท ส่วนข้าวหอมปทุมถุงละ 130-140 บาท
ขณะที่ผู้บริโภคที่มาซื้อข้าวถุงบ่นเป็นเสียงเดียว กันว่า ราคาข้าวแพงมาก และยังหาซื้อยาก บางช่วงสินค้าไม่มีบนชั้นจำหน่าย ต้องรอจังหวะที่พนักงานเอามาเติมบนชั้นใหม่ ซึ่งเป็นเพราะข่าวว่า ข้าวมีแนวโน้มราคาขึ้นไปอีกจึงต้องซื้อตุนไว้ และไม่แน่ใจว่า ห้างจะตุนข้าวไว้เองหรือไม่ เหมือนกรณีน้ำมันพืชขึ้นราคา จนเกิดภาวะขาดตลาด เพราะกักตุนไว้ ส่วนแม่ค้าร้านจำหน่ายข้าวสารแบ่งขายที่ตลาดองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) กล่าวว่า ช่วงนี้ผู้บริโภคซื้อข้าวไปตุนไว้เพิ่มขึ้น เช่น จากเดิมซื้อครั้งละ 5 กก. ก็เพิ่มเป็น 10 กก. สำหรับราคาข้าวตักแบ่งขาย ข้าวหอมมะลิ กก.ละ 30-35 บาท จากปลายเดือน ก.พ.ที่ กก.ละ 25 บาท ข้าวขาว กก.ละ 27-28 บาท จากเดิม กก.ละ 13-14 บาท
นายสมฤกษ์ ตั้งพิรุฬห์ธรรม นายกสมาคมผู้ประกอบการข้าวถุงไทย กล่าวว่า ผู้ผลิตข้าวถุงทั้งระบบเพิ่มกำลังการผลิตเพื่อส่งให้ห้างค้าปลีกขนาดใหญ่มากถึงเกือบ 30% ตามความต้องการซื้อที่เพิ่มขึ้น จึงอยากขอร้องประชาชนอย่ากักตุน และตั้งแต่สัปดาห์นี้ ข้าวถุงจะขึ้นราคาอีก 10% ทำให้ข้าวหอมมะลิเพิ่มเป็นถุง (5 กก.) ละ 150-160 บาท จาก 140-150 บาท ส่วนข้าวขาวเพิ่มเป็นถุงละ 110-120 บาท จากเดิม 90-100 บาท สำหรับกรณีที่ห้างค้าปลีกขนาดใหญ่เรียกเก็บค่าใช้จ่ายอย่างไม่เป็นธรรมนั้น แทบจะไม่มีผลทำให้ผู้ผลิตต้องส่งข้าวเข้าห้างลดลง เพราะต้องอาศัยช่องทางของห้างค้าปลีกขายสินค้า เนื่องจากในกรุงเทพฯ การขายผ่านช่องทางยี่ปั๊ว ซาปั๊ว มีเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
โดยค่าใช้จ่ายที่ห้างเรียกเก็บอย่างไม่เป็นธรรม ถือเป็นการเรียกเก็บกำไรหลังร้าน (แบ็ก มาร์จิน) มีทั้งค่าแรกเข้า (เอ็นทรานซ์ฟี) 500,000-1 ล้านบาทต่อสินค้า ค่าส่วนลดเมื่อขายสินค้าได้ตามเป้าหมาย (รีเบต) 2-10% ของยอดขายในแต่ละสาขา ค่าส่งเสริมการขาย (ค่าเมล์) 2-5% ของยอดขาย ค่าใช้จ่ายอื่นๆ เมื่อห้างเปิดสาขาใหม่ หรือปรับปรุงห้างใหม่ 2-3% และยังมีกำไรที่ห้างได้จากผู้ผลิตอยู่แล้ว (ฟรอนต์ มาร์จิน) 6-10% รวมแล้วแต่ละรายต้องเสียค่าใช้จ่าย 15-25% อีกทั้งห้างยังชำระค่าสินค้าให้ล่าช้า 60-180 วัน ทั้งที่ผู้ผลิตต้องการให้จ่ายเพียงไม่เกิน 30 วันเท่านั้น
ผู้ผลิตต่อรองอะไรไม่ได้เลย อะไรที่ทำให้เขาไม่ได้ ห้างก็บอกให้เอาสินค้าออกจากห้างไปเลย อย่างรายหนึ่งโดนเก็บค่าเมล์ 15 วัน 800,000 บาท หรือข้าวมาบุญครอง ปีที่แล้วต้องจ่ายถึง 4.5 ล้านบาท ลำพังแค่ราคาข้าวแพง ผู้ผลิตก็ขาดทุนแล้วถุงละ 20-30 บาทแล้ว ถ้ารวมกับค่าใช้จ่ายที่ห้างเรียกเก็บอีก จะขาดทุนสูงถึงถุงละ 40-50 บาท จึงอยากให้ห้างค้าปลีกยกเว้นการเก็บค่าใช้จ่ายต่างๆ ในช่วงที่ข้าวมีราคาแพง เพื่อช่วยเหลือประชาชนให้ซื้อข้าวถูกลงได้
ห้างสรรพสินค้ายันไม่ได้กักตุน
นายดามพ์ สุคนธทรัพย์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัทเอกชัย ดิสทริบิวชั่น จำกัด ผู้บริหารห้างเทสโก้โลตัส กล่าวว่า กรณีที่ข้าวถุงไม่มีวางขายในชั้นวางมี 2 ปัจจัยหลัก คือ
1. ผู้ผลิตข้าวถุงส่งข้าวให้ห้างค้าปลีกต่างๆ น้อยมาก ซึ่งในส่วนของเทสโก้โลตัส ผู้ผลิตส่งสินค้าให้เพียง 20-30% จากที่สั่งซื้อ โดยอ้างว่าไม่มีของ และ
2. ผู้บริโภคตื่นตระหนก แห่ซื้อกักตุนเกินจำเป็น ซึ่งยอดขายข้าวถุงในห้างเทสโก้โลตัสทุกสาขาต่อวันเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่าจากปกติ ที่หลายคนมองว่า ผู้ผลิตไม่ส่งข้าวให้กับห้าง เพราะมีเวลาจ่ายเงินช้า 60-90 วัน ไม่ใช่ประเด็นหลัก เพียงแต่ช่วงนี้เป็นช่วงของการเจรจาต่อรองซื้อขายประจำปีระหว่างห้างกับผู้ผลิต เทสโก้โลตัสไม่ได้กักตุนสินค้า เพราะไม่อยากมีสต๊อกมาก ทำให้เสียค่าบริหารจัดการ
นางสาวภัทรพร เพ็ญประพัฒน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ผู้บริหารท็อปส์ซูเปอร์มาร์เก็ต กล่าวว่า ยืนยันว่า ยังมีข้าวถุงวางขายในชั้นวางขายของท็อปส์เต็มพื้นที่ ไม่ขาดตลาด ขณะเดียวกันในช่วงวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมาได้จัดโปรโมชั่นขายข้าวถุงยี่ห้อศรีเมือง ราคาถูก 5 กก. 100 บาท ได้รับการตอบรับจากลูกค้าจำนวนมาก นอกจากนี้ ยังได้ซื้อข้าวถุง 10,000 ถุง จากกระทรวงพาณิชย์ เพื่อให้มีขายในท็อปส์ทุกสาขา และมีเพียงพอกับความต้องการในประเทศ
นายสุธา ด่านเสริมสุข ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ซีพี เมอร์แชนไดซิ่ง หรือซีพีเอ็ม ฮ่องกง กล่าวถึงสถานการณ์ข้าวในฮ่องกงว่า ซุปเปอร์มาร์เกตจำกัดการซื้อข้าวเพื่อบริโภคคนละ 1 ถุง เพราะข้าวขาดแคลน และราคาจำหน่ายจะเพิ่มอีก 20% ที่ผ่านมา ผลิตภัณฑ์อาหารขาดแคลน และมีราคาแพง โดยเริ่มจากน้ำมันพืช เนื้อหมู ผักสด และล่าสุดข้าว ซึ่งซีพีเอ็มต้องใช้วิธีโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นการบริโภคเพิ่มขึ้น
นายยรรยง พวงราช อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 8 เมษายนนี้ จะเสนอให้พิจารณาองค์ประกอบคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) หากได้รับความเห็นชอบ คาดจะประชุมโดยเร็วที่สุดเพื่อแก้ปัญหาข้าวทั้งระบบและวิธีบริหารจัดการข้าวในสต๊อกรัฐบาล 2.1 ล้านตัน คณะกรรมการประกอบด้วยนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน มี รมว.พาณิชย์ รมว.คลัง รมว.เกษตรและสหกรณ์ และหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องเป็นกรรมการ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ลามหนัก! แอบขโมย เมล็ดพันธุ์ข้าวในนา
- ขายด่วน! ข้าวทะลุ 3 หมื่นแล้ว มิ่งขวัญ บอกชาวนา
ข้อมูลจาก
ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต









| ส่งกระทู้นี้ไปให้เพื่อน |
||
| เมล์คุณ: | เมล์เพื่อน: | |





































































































ประชาชนจะกินยังแทบไม่มี จะกักตุนยังไงวะ ไอ้บ้า รัฐมนตรีตัวดีปั่นราคาข้าวดีนักไอ่นี่อยากให้ชาวบ้านกินข้าวแพง มาแถวนี้จะให้กิน....น

































































































































































































































































































