












เห็นข่าวความรักที่ไม่สมหวังของคนยุคนี้ที่ "หึงโหด" แล้วขนลุกซู่
โอ้โฮเฮะ แค่บอกเลิกกัน หรือบอกให้คู่รักพอกันทีได้แล้วและเลือกเดินไปตามทางใครทางมัน ก็ชักมีสิทธิ์แฮะว่าหากอีกคนไม่เห็นด้วย และรับไม่ได้ว่าต้องเลิกกัน เดี๋ยวได้เจอความอาฆาตมาดร้ายตามราวีกันแหงๆ จริงอยู่ที่การบอกเลิกหรือบอกปัดใครสักคนว่าไม่ได้รัก แล้วน่ะ เป็นสิ่งที่แสนเจ็บปวดสำหรับฝ่ายที่ถูกบอกเลิกอย่างมากๆ แต่ทุกท่านควรหัดทำใจ "ให้เป็น" เพื่อรับกับสถานการณ์ที่คาดไม่ถึง (ว่าเค้าจะเลิกกะเราจริงๆ) ด้วยการเผื่อใจไว้มั่ง คงดีกว่านะ
ดังนั้นถ้ามองกันให้ลึกซึ้งละก็การผิดหวังในรักซะมั่งน่ะ เชื่อดิ่ใครๆ ก็เคยเจอปรากฏการณ์ปวดใจแบบนี้มาแล้วทั้งนั้น คงไม่มีใครสมหวังกับความรักไปซะทุกคนและทุกครั้งหรอก ฉะนั้นหากจะผิดหวังมั่งก็ไม่เห็นเป็นเรื่องเลวร้ายอะไร ถือเป็นเรื่องธรรมด๊าธรรมดาซะด้วยซ้ำ คงไม่มีใครสมหวังซะทุกอย่างและตลอดเวลาหรอกนะ ซึ่งหากไม่สมหวังก็เฮิร์ต (เจ็บ) ไปตามระเบียบ
แต่หากพิจารณากันให้ถ่องแท้แล้วละก็ การผิดหวังในความรักบางครั้งก็มีข้อดีแฝงอยู่มั่งเหมือนกันนะตัว เช่น....
1. ทำให้รู้ข้อบกพร่องหรือข้อผิดพลาดของตัวเองไงยะ
ไม่ต้องสังเกต คงรู้ๆ กันอยู่ว่าการเลิกรากะใครสักคนส่วนมากย่อมเกิดจากคู่รักฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หรือทั้งสองคนเลยแหละ ดันมีพฤติกรรมบางอย่างที่ทำให้คู่รักอีกฝ่ายสะกิดใจขึ้นมาดิ่ว่าชักไม่ชอบ, ไม่พอใจและอยากหนีไปไกลๆ แล้วอ่ะ แถมความรู้สึกนี้มันเหลืออดแล้วด้วย เช่นเจ้าชู้ดีนักจึงทำให้แฟนเกลียด แต่ตรงข้ามถ้าชอบซื้อของมาประเคนแฟน หยั่งงี้ไม่มีเกลียดหรอกจ้ะ มีแต่เลิฟสิไม่ว่า
ส่วนกรณีสะบั้นรักจากกันนี่ บางทีอยู่ๆ กันไปแล้วเพิ่งรู้ว่าไม่ชอบการกระทำของแฟนอ่ะ และอาจเป็นความรู้สึกที่สะสมก็ได้ใครจะไปรู้ แต่หากตอนเลิกรากัน เราเกิดรู้ข้อบกพร่องของตัวเองเพราะแฟนเก่าสาธยายให้ฟังปาวๆ ต่อไปวันข้างหน้าเราจะได้ปรับปรุงตัวให้เป็นสวีตฮาร์ตที่ดีของคนรักคนต่อไปไม่ดีหรอกเรอะ นี่แน่ เค้าถึงว่ามีบทเรียนเป็นครูไงเล่า
2. ในทางตรงข้าม ก็ทำให้เราได้รู้ข้อดีที่ตัวเองมีเช่นกัน
เชอะ เชื่อมะว่า การแยกทางจากกันบางครั้งก็ใช่ว่าเราจะเป็นฝ่ายผิดซะเต็มประตูแต่เพียงฝ่ายเดียวหรอกนะ ย่อมมีมั่งล่ะวะที่อีกฝ่ายหนึ่งก็มีสิ่งที่ชวนทำให้เราไม่ชอบเช่นกัน เช่น คนนึงขี้จุ๊ ส่วนอีกคนขี้เกียจ ไม่ยอมทำงานทำการ หากตรองดูแล้วก็เลวร้ายครือๆ กัน ทว่าขณะที่เราขี้จุ๊ก็จริงแต่ก็เอาใจใส่และรักแฟน เป็นห่วงเป็นใยเค้าเสมอ ซึ่งตรงนี้เค้าอาจไม่เคยทำให้เรารู้สึกได้เหมือนกับที่เราทำให้เค้าก็ได้ จึงถือว่าเรายังมีข้อดีให้เก็บมาชื่นชมด้วยนะเฟ้ย...... คิดซะงี้จะได้สบายใจ แต่อย่าถึงกับเข้าข้างตัวเองแบบข้างๆ คูๆ ประเภทไม่ได้ดีจริง แต่คิดว่าตัวเองดี เพิ่งรู้นะเนี่ยว่าชอบโมเมเว้ยเฮ้ย
3. ได้ทบทวนความเป็น "คนอย่างเราในอดีต" เพื่อรอรักรีเทิร์นในอนาคต
วันข้างหน้าแม้ไม่มีเค้าเป็นแฟนแล้ว ทีนี้ล่ะคือช่วงเวลาที่เราจะปรับตัวและหัวใจให้โสภาสถาพรขึ้น ด้วยการละทิ้งความเฮงซวยในอดีตของตัวเองไปซะ แล้วค้นหาว่าคนใหม่ที่เราควรเป็นนั้นน่าจะมีคุณสมบัติยังไงมั่งน้า เอ้า ไม่แน่นะ บางทีพอเราเป็นนิววัน (คนใหม่) ขึ้นมา อาจเกิดกรณี "รักรีเทิร์น" ก็ได้ ลองคนเราไม่ได้เกลียดกันเข้าไส้ หรือไม่ถึงกับไม่อยากพบเจอะเจอกันอีกแล้วในชาตินี้ละก็ ย่อมมีโอกาสกลับมาเป็นมิตรกันอีกได้ แล้วการเป็นมิตรกับแฟนเก่าน่ะไม่ดีตรงไหนมิทราบฮ้า
4. ทำให้โตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นไปอีกขั้น
คนที่เคยผ่านความรักและเคยรักคนอื่นมาแล้ว แม้หากผิดหวังหรือไม่สมรัก ก็แสดงว่าคุณเริ่มรู้แล้วไงว่าความรักที่แท้จริงน่ะเป็นยังไง? เพราะบางทีการให้ความรักอย่างเดียวก็ใช่ว่าจะทำให้การครองคู่ไปได้ตลอดรอดฝั่งนี่หว่า การเป็นแฟนกันยังมีปัจจัยอีกมากมายที่ต่างฝ่ายต่างต้องอาศัยการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ไม่ว่าจะเป็นการให้อภัย, การทำเป็นลืมว่าเค้าไม่ดีตรงไหนบ้าง, การเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ หรือปิดตาข้างนึงเวลาเค้าต้องออกไปเฮฮาสังสรรค์กับเพื่อนๆ แล้วเกิดบ้าจี้อยากไปกะลิ้มกะเหลี่ยอีสาวพริตตี้ขึ้นมา ถ้าไม่เว่อร์ไปก็ปล่อยๆ ไปมั่งก็ได้ ถือซะว่าปล่อยให้เค้าสนุกมั่งก็ช่างมันเถอะ ขืนวันไหนกลับมาตายรังแล้วจะเหยียบซ้ำ เอ้ย อ้าแขนรับ แหม ไม่โหดงั้นหรอก รับรองชอบสันติวิธี
5. ทำให้รู้ว่าพร้อมที่จะมีความรักอย่างจริงจังแล้วหรือยัง?
อ่ะ บางทีความไม่สมหวังในรักที่ผ่านมา อาจเกิดจากการที่ทั้งตัวเราและคู่ของเราไม่พร้อมที่จะรักกัน แต่สะเหล่อคิดว่าพร้อมหรือเปล่านะ? จึงตกลงปลงใจเป็นแฟนกัน ทั้งที่ไม่น่าจะเป็นแฟนได้ก็มี ยกตัวอย่างคู่รักบางคู่ที่ยังไม่สามารถหางานทำมาเลี้ยงตัวเองได้เลยจึงต้องแบมือขอจากพ่อแม่ แต่ดันมีแฟนซะและ ซึ่งมีแฟนก็ต้องมีเงิน ดังนั้นเวลาพากันไปเที่ยวไหนๆ หรือไปปาร์ตี้ที่ใด ก็ต้องขอตังค์พ่อแม่ใช้ หากถูกพ่อแม่เอ็ดเอาให้สำนึกล่ะ หรือพูดในสิ่งที่คุณรับไม่ได้จนเกิดไม่พอใจขึ้นมา "เจ้าคนมีรักเมื่อไม่พร้อม" ก็อาจประชดผู้ใหญ่ได้ สิ่งเหล่านี้มันบั่นทอนความรักของพวกคุณน่ะสิ ถ้าไม่พร้อมก็อย่ารีบมีเลยแฟนเฟินน่ะ โดยเฉพาะถ้าไม่พร้อมด้านวุฒิภาวะด้วยแล้วจึงเกิดหึงโหดได้ง่ายอ่ะดิ่
6. ทำให้รู้ว่าโลกนี้ยังมีคนอีกเยอะที่เราจะได้ทำความรู้จักต่อไปในอนาคต
ลองมองออกไปข้างนอกสิ เห็นมะยังมีผู้คนอีกเยอะแยะที่เราไม่รู้จัก ยังไม่เคยคบ ดังนั้นถ้าพลาดรักครั้งนึงจึงไม่ได้หมายความว่าคุณพลาดทุกสิ่งทุกย่างในชีวิตนี่หว่า แต่อย่างว่าพอใจเราไปผูกพันกับใครสักคนแล้วก็มักแกะกันไม่ค่อยออก ยิ่งรักมากก็ยิ่งหวงมาก เฮ้อ...งั้นรักกันในทางสายกลางดีกว่านะฮ้า จะได้ไม่ชีช้ำมาก ทราบแล้วเปลี่ยน









| ส่งกระทู้นี้ไปให้เพื่อน |
||
| เมล์คุณ: | เมล์เพื่อน: | |
























































































































































































































































































































































































|