









ภัยร้ายรายวัน : มือล้วงกระเป๋า
การทำงานเป็นทีมนั้นแสดงถึงความสามัคคี และความร่วมมือยังเป็นสิ่งที่ช่วยให้สิ่งที่ทำประสบความสำเร็จได้อย่างรวดเร็วกว่าการทำเพียงคนเดียวเป็นไหนๆ ตรงกันข้าม หากทีมเวิร์ก นั้นกลายเป็น ทีมแบดเวิร์ก ก็แสดงว่า กลุ่มคนเหล่านั้นผนึกกำลังช่วยกันทำความชั่วให้สำเร็จได้อย่างรวดเร็ว!
อย่างนั้นหรือ?
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ เพราะกรณีที่กลุ่มมิจฉาชีพปฏิบัติการชั่วกันเป็นกลุ่ม มีหลายรูปแบบ อย่างเช่น...
ชายคนหนึ่งที่เกือบตกเป็นเหยื่อ เล่าว่า "ผมจะต้องเดินทางไป - กลับระหว่างที่บ้านกับที่ทำงานด้วยรถประจำทาง หรือรถเมล์ทุกวัน ซึ่งผมก็กลับบ้านเดินทางในช่วงเวลาเดิมๆ อยู่เสมอ"
และวันหนึ่ง ขณะที่เขากำลังจะกลับบ้าน... "ผมยืนคอยรถที่ป้ายรถเมล์แห่งหนึ่งเป็นประจำ โดยป้ายนี้จะมีคนพลุกพล่านไม่เปลี่ยว แต่วันนั้นมีเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้นกับผม เมื่อรถเมล์สายที่ผมต้องขึ้นมาถึง มีกลุ่มคนประมาณ 8-10 คน วิ่งกรูเข้ามาที่หน้าประตูรถเหมือนจะขึ้นเช่นเดียวกับผม ขณะรอผู้โดยสารลงจากรถ ผมรู้สึกว่ากระเป๋าสะพายข้างของผมขยับ ผมจึงเหลือบสายตาไปมอง เห็นผู้หญิงวัยกลางคนรายหนึ่งกำลังใช้มือล้วงเข้าไปในกระเป๋า โดยที่เธอไม่รู้ตัวว่าผมกำลังจ้องอยู่ เมื่อเธอไม่ยอมหยุด ผมจึงพูดว่า หาอะไรหรือครับ...ผู้หญิงคนนั้นตกใจ รีบตอบว่า เปล่าๆ ไม่ได้ทำอะไร แล้วรีบวิ่งไปขึ้นรถอีกสายที่จอดต่อท้ายอยู่"
"ผมสังเกตเห็นว่า มีอีก 4 คน วิ่งตามเธอขึ้นรถเมล์สายนั้นไปด้วย ผมคิดว่าพวกเขาน่าจะเป็นแก๊งเดียวกัน เพราะถ้าหากเขาจะขึ้นรถเมล์สายนั้นตั้งแต่ทีแรก ทำไมเขาจึงมารอต่อคิวขึ้นรถสายเดียวกับผม ทั้งๆ ที่มันถ้ามันออกจากป้ายนี้ มันไปคนละทางเลยครับ"
หลังจากนั้น ชายผู้โชคยังช่วย ได้ขึ้นรถเมล์ที่ยืนรอ และนั่งตรวจดูทรัพย์สินในกระเป๋า ซึ่งไม่มีอะไรหายไป... ความโชคดีอย่างนี้คงจะไม่เกิดขึ้นทุกครั้ง เพราะกลุ่มมิจฉาชีพมักอาศัยความชุนละมุนขณะผู้คนรุมแย่งกันขึ้นรถเมล์ เพราะบางคนอาจไม่ทันคิดว่า กระเป๋าสะพายข้างที่ขยับนั้นเป็นเพราะมิจฉาชีพกำลังควานหาทรัพย์สิน มิใช่ขยับเพราะการถูกเบียดจากคนรอขึ้นรถเสมอไป
อย่างไรก็ตาม หากคุณจะต้องขึ้นรถเมล์ในป้ายที่มีคนขึ้นมาก ควรระวังกระเป๋าให้ดี โดยการเคลื่อนกระเป๋ามาไว้ด้านหน้า รูดซิปหรือปิดกระเป๋าให้เรียบร้อย หรือถ้าชอบใส่กระเป๋าสตางค์ไว้ในกระเป่ากางกางด้านหลังก็ควรใช้มือจับไว้ตลอดเวลาที่ยืนรอขึ้นรถ หรือถ้าจะให้ดีย้ายที่เก็บจะปลอดภัยกว่า









| ส่งกระทู้นี้ไปให้เพื่อน |
||
| เมล์คุณ: | เมล์เพื่อน: | |




















![]() |
||

















































































เมื่อวันก่อนเราก็เจออ่ะ ตรงแถวๆสถานีรถไฟฟ้าอโคกอ่ะ เป็นเด็กวัยรุ่นชาย 2 คน ตอนแรกเราเห็นเค้าเดินประกบผู้หญิงข้างหน้า เราก็ไม่ได้คิดอะไรนึกว่าเค้ามาด้วยกัน แต่ปรากฎว่ามันเอามือเอื้อมมารูดซิปเป้เค้าอ่ะ เราเลยรู้ว่ามันกำลังจะล้วงกระเป๋าเค้า เราก็คิดอยู่ว่าจะตะโกนบอกเค้าดีป่ะ แต่อีกใจก็กลัวมันจะหันกลับมากระทืบเรา **โชคดีผู้หญิงคนนั้นเค้ารู้ตัวก่อน หันมามองหน้ามัน ไอ้2 คนนั่นมันก็ทำไม่รู้ไม่ชี้ เดินหนีไปเลย** เราก็ด้วยความเป็นห่วงคนอื่นก็เลยเดินมามันไปทั้งที่จริงๆ กลัวมากๆ ก็เห็นว่ามันทำอย่างนี้กับอีกหลายคนแต่ไม่สำเร็จ ก็โล่งอกไป ....เราเดินตามไปเลือยๆ เพราะคาดว่าจะเจอตำรวจ..แล้วเราก็เจอตำรวจจริงๆ แต่ตำรวจดูไม่ค่อยสนใจ แถมยังถามเราว่ามาทำอะไรแถวนี้ เหมือนเค้าควรจับตาเรามากกว่า...สรุปเราเซ็งเอตส่าห์เดินหาตำรวจเจอแต่ดันไม่สนใจอีก 








รีบเอามือออกไปจากกระเป๋าเดี๋ยวนี้เลยน่ะ มันตกใจรีบเอาออกและถอยหนีพอดีรถหยุดจึงรีบลงไปเลย 








๊ดดั๊กสมัยนั้นดังมาก ก็ไว้ด้านข้างแล้วเอะใจว่าผู้หญิงคนนั้นจ้องมาที่เราตลอด เลยดึงกระเป๋ามาไว้ด้านหน้า กลับถึงบ้านถึงรู้ว่าโดนกรีดกระเป๋า แต่โชคดีกระเป๋าผ้าหนาและมีซับในอีกชั้น มันกรีดขาดแต่ชั้นนอกตั้ง 3 ที่ สังเกตุรอยขาดมีดคมมากด้วย ขอให้ทุกคนระวังตัวกันด้วยเดี่ยวนี้สังคมเปลี่ยนทุกสิ่งทุกอย่าง 











































































































เราก้อเกือบโดน ป้ายรถเมล์ดาวคะนอง มันยืนล้อมเราเป็นวงกลม ตอนแรกคิดว่าคนเยอะ ต่างคนต่างรอรถ แต่งตัวหลากหลายทั้งคนทำงาน คนแต่งตัวธรรมดาแบบทั่ว ๆ ไป มัวแต่มองหารถเมล์ว่ามายัง เลยไม่สนใจรอบตัว มารู้สึกอีกที มีคนล้อมแบบปิดไม่ให้คนอื่นเห็นตอนกีด ตอนล้วง พอเรารู้ตัวพวกมันก้อเดินกระจัดกระจายกันไป มาดูกระเป๋าเป็นรอยกีด แต่เพิ่งเริ่มกดหัวใบมีดเข้าไป โชคดีรู้ตัวก่อน ยืนรอรถก้อต้องระวังนะ 













































































































































