HILIGHT NEWS

ประวัติ เขาพระวิหาร

ปราสาทพระวิหาร


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

          กลายเป็นประเด็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ให้พูดถึงไม่รู้จบจริงๆ สำหรับ "เขาพระวิหาร" หรือ "ปราสาทพระวิหาร" จนทำให้หลาย ๆ คนอยากรู้ประวัติ ว่า "เขาพระวิหาร" แห่งนี้มีความเป็นมาอย่างไร และกำลังกลายเป็นว่าที่มรดกโลกได้อย่างไร…? แล้วไทยกับกัมพูชามีส่วนเกี่ยวข้องอย่างไรกับประวัติศาสตร์เขาพระวิหารแห่งนี้…วันนี้เรามีคำตอบมาเฉลยค่ะ และจะพาย้อนตำนานไปศึกษาประวัติเขาพระวิหารกัน ... อย่ารอช้ารีบตามเข้ามาเลยค่ะ

          เขาพระวิหาร หรือที่หลาย ๆ คนรู้จักในนาม "ปราสาทพระวิหาร" (Prasat Preah Vihear) และที่ประเทศกัมพูชาเรียกขานว่า "เปรี๊ยะวิเฮียร์" เป็นปราสาทหินตั้งอยู่บริเวณเทือกเขาพนมดงรัก ในพื้นที่ทับซ้อนชายแดนไทย-กัมพูชา ระหว่างบ้านสรายจร็อม อำเภอจอมกระสานต์ จังหวัดพระวิหาร ของประเทศกัมพูชา และบ้านภูมิซรอล ตำบลเสาธงชัย อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ใกล้ ๆ กับอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร 

          เขาพระวิหาร เป็นบริเวณสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของคนพื้นเมืองสมัยก่อน ในกษัตริย์ชัยวรมันที่ 2 ได้กำหนดเขตบริเวณนี้และเรียกชื่อว่า "ภวาลัย" ภายหลังปรากฏชื่อในจารึกภาษาสันสกฤตว่า "ศรีศิขรีศวร" หมายความว่า "ผู้เป็นใหญ่แห่งภูเขาอันประเสริฐ" ตั้งอยู่บนยอดเขาในเทือกเขาพนมดงรัก ตามแนวเส้นกั้นเขตแดนระหว่างประเทศไทยกับกัมพูชา จากหลักฐานต่าง ๆ คาดว่าสร้างในปี พ.ศ.1432-1443 ในสมัยพระเจ้าสุริยวรมันที่ 1 เพื่อใช้เป็นสถานที่สักการะตามความเชื่อทางศาสนาพราหมณ์ โดยสมมติให้เปรียบเสมือน "เขาพระสุเมรุ" (ศูนย์กลางของจักรวาล) โดยการสร้างนั้นก็มีเหตุผลในการรวบรวมอำนาจและความเชื่อของคนในละแวกนั้นเข้าด้วยกัน เพราะในอดีตแถบนั้นมีผู้คนหลากหลายเชื้อชาติอาศัยอยู่รวมกัน พระเจ้าสุริยวรมันที่ 1 จึงโปรดให้สร้างเขาพระวิหารขึ้น เพื่อเป็นจุดยึดเหนี่ยวและศูนย์รวมจิตใจของ ชาวบ้านซึ่งจะทำให้การปกครองง่ายขึ้นด้วย


ปราสาทพระวิหาร

          ปราสาทพระวิหาร เป็นโบราณสถานที่มีความงดงาม โดดเด่นอยู่เหนือเทือกเขาพนมดงรัก ซึ่งกั้นพรมแดน ระหว่างประเทศไทยกับประเทศกัมพูชา มีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 657 เมตร ปราสาทพระวิหารเป็นเสมือนเทพสถิตย์บนขุนเขาหรือ "ศรีศิขเรศร" เป็น "เพชรยอดมงกุฎ" ขององค์ศิวะเทพ (พระอิศวร) ตั้งโดดเด่นอยู่บนยอดเทือกเขาพนมดงรัก มีความยาว 800 เมตร ตามแนวเหนือใต้ ส่วนใหญ่เป็นทางเข้ายาวและบันไดสูงถึงยอดเขา จนถึงส่วนปราสาทประธาน ซึ่งอยู่ที่ยอดเขาทางใต้สุดของปราสาท (สูง 120 เมตรจากปลายตอนเหนือสุดของปราสาท, 525 เมตรจากพื้นราบของกัมพูชา และ 657 เมตรจากระดับน้ำทะเล)

          ปราสาทพระวิหารประกอบด้วยหมู่เทวาลัยและปราสาทหินจำนวนมาก ทั้งหมดสร้างขึ้นเพื่อถวายแด่พระศิวะ ซึ่งเทวาลัยหรือปราสาทหินแห่งแรกสร้างขึ้น เมื่อต้นคริสต์ศตวรรษที่ 9 ซากปรักหักพังของเทวาลัยที่เหลืออยู่ มีอายุตั้งแต่สมัยเกาะแกร์ ในต้นคริสต์ศตวรรษที่ 10 ครั้น และปราสาทพระวิหารเป็นสถาปัตยกรรมอันน่าทึ่ง เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของบรรพชนของ "ขะแมร์กัมพูชา" (ขอม) แต่โบราณ ที่อาศัยอยู่ทั้งในกัมพูชาปัจจุบัน และในภาคอีสานของเรา ขะแมร์กัมพูชาเป็นชนชาติที่มีความสามารถยิ่งในการสร้าง "ปราสาท" ด้วยหินทรายและศิลาแลง ซึ่งขะแมร์กัมพูชาก่อสร้างปราสาทบนเขาพระวิหารติดต่อกันมายาวหลายรัชสมัย กว่า 300 ปี ตั้งแต่กษัตริย์ "ยโสวรมันที่ 1" ถึง "สุริยวรมันที่ 1" เรื่อยมาจน "ชัยวรมันที่ 5-6" จนกระทั่งท้ายสุด "สุริยวรมันที่ 2" และ "ชัยวรมันที่ 7" จากปลายคริสต์ศตวรรษที่ 9 จนถึงกลางคริสต์ศตวรรษที่ 12 (หรือจากพุทธศตวรรษที่ 15 ถึง 18 หรือก่อนสมัยสุโขทัย 300 ปีนั่นเอง) 

          ทางเข้าสู่ปราสาทประธานนั้น มีโคปุระ (ซุ้มประตู) คั่นอยู่ 5 ชั้น (โคปุระชั้นที่ 5 จึงเป็นส่วนที่ผู้เข้าชมจะพบเป็นส่วนแรก) โคปุระแต่ละชั้นก่อนถึงลานด้านหน้าจะผ่านบันไดหลายขั้น โคปุระแต่ละชั้นจึงเปลี่ยนระดับความสูงทีละช่วง นอกจากนี้โคปะรุยังบังมิให้ผู้ชมเห็นส่วนถัดไปของปราสาท จนกว่าจะผ่านทะลุแต่ละช่วงไปแล้ว ทำให้ไม่สามารถแลเห็นโครงสร้างปราสาททั้งหมดจากมุมใดมุมหนึ่งได้

          เดิมทีปราสาทพระวิหารอยู่ในเขตการปกครองของประเทศไทย ขึ้นอยู่กับบ้านภูมิซรอล ตำบลเสาธงชัย อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ (ค.ศ.1899, ร.ศ.-118) และเมื่อ พ.ศ. 2442 พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าชุมพลสมโภช กรมหลวงสรรพสิทธิประสงค์ ได้เสด็จไปยังปราสาทแห่งนี้ และทรงขนานนามว่า "ปราสาทพรหมวิหาร" ซึ่งต่อมาเรียกกันทั่วไปว่า "ปราสาทพระวิหาร" ซึ่งพระองค์ได้จารึก ร.ศ. และพระนามไว้ที่บริเวณชะง่อนผาเป้ยตาดีว่า 118 สรรพสิทธิ 

          ต่อมาเมื่อปี 2450 จักรวรรดินิยมฝรั่งเศส (ปกครองเขมรขณะนั้น) อาศัยแสนยานุภาพทางทหารบีบให้รัฐบาลสยาม (ไทย) ยอมเขียนแผนที่กำหนดให้เขาพระวิหารอยู่ในดินแดนของกัมพูชา ในการทำสนธิสัญญาเพิ่มเติม รัฐบาลสยามก็ยอมรับแผนที่ที่ฝรั่งเศสสร้างขึ้นมาแต่โดยดีโดยมิได้ทักท้วง (ซึ่งแต่เดิมถ้าแบ่งตามสันปันน้ำเทือกเขาพนมดงรัก เขาพระวิหารจะอยู่ในฝั่งไทยแต่พอแบ่งตามแผนที่ใหม่ของปี 1907จะอยู่ในฝั่งกัมพูชา) อาจจะเป็นเพราะฝรั่งเศสเป็นมหาอำนาจอยู่ในขณะนั้น และคนไทยก็ยังสามารถเข้าไปยังปราสาทพระวิหารได้โดยง่าย 

          ทั้ง ๆ ที่ไม่ว่าจะตามสนธิสัญญาเดิม พ.ศ.2447 หรือตามสภาพภูมิศาสตร์ กำหนดให้อยู่ในดินแดนของไทยอย่างชัดเจน จนวันที่ 6 ตุลาคม 2502 รัฐบาลเจ้านโรดมสีหนุแห่งกัมพูชา ภายใต้การหนุนหลังของฝรั่งเศส ได้ยื่นฟ้องต่อศาลโลก ขอให้ไทยถอนกองกำลังทหารออกจากเขาพระวิหาร และขอให้ศาลชี้ขาดว่าอธิปไตยเหนือปราสาทพระวิหารคืน (ยื่นฟ้องทั้งหมด 73 ครั้ง) ต่อมาเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2505 ศาลโลกได้ตัดสินให้อธิปไตยเหนือปราสาทพระวิหารเป็นของประเทศกัมพูชา ด้วยคะแนน 9 ต่อ 3 เสียง โดยบริเวณดังกล่าวมีเนื้อที่ประมาณ 150 ไร่

ปราสาทพระวิหาร

ลักษณะสำคัญของปราสาทพระวิหารจะประกอบด้วย...

          1. บันไดดินด้านหน้าของปราสาท ซึ่งบันไดดินด้านหน้าเป็นทางเดินขึ้นลงขนาดใหญ่ อยู่ทางทิศเหนือของตัวปราสาท ลาดตามไหล่เขา บางชั้นสกัดหินลงไปในภูเขา มีขนาดกว้าง 8 เมตร ยาว 75.50 เมตร มีจำนวน162 ขั้น สองข้างบันไดมีฐานสี่เหลี่ยมตั้งเป็นกระพัก (กระพักแปลว่า ไหล่เขาเป็นชั้นพอพักได้) ขนาดใหญ่เรียงรายขึ้นไป ใช้สำหรับตั้งรูปสิงห์ทวารบาล (ทะ-วา-ระ-บาน) เพื่อเฝ้าดูแลรักษาเส้นทาง

         2. สะพานนาคราช หรือ ลานนาคราช อยู่ทางทิศใต้ของบันไดหินด้านหน้า ปูด้วยแผ่นหินเรียบ มีขนาดกว้าง 7 เมตร ยาว 31.80 เมตร สองข้างสะพานนาคราชสร้างเป็นฐานเตี้ย ๆ บนฐานมีนาคราช 7 เศียร จำนวน 2 ตัว แผ่พังพานหันหน้าไปทางทิศเหนือ ลำตัวอยู่บนฐานทั้งสอง ทอดไปทางทิศใต้ ส่วนหางของนาคราชชูขึ้นเล็กน้อย นาคราชทั้งสองตัวเป็นนาคราชที่ยังไม่มีรัศมีเข้ามา ประกอบมีลักษณะคล้าย ๆ งูตามธรรมชาติ เป็นลักษณะของนาคราชในศิลปะขอมแบบปาปวน 

          3. โคปุระ (ซุ้มประตู)ชั้นที่ 5 จะมีภาพวาดโดยปามังติเอร์อยู่ สร้างเป็นศาลาจตุรมุข รูปทรงกากบาทไม่มีฝาผนังกั้น มีแต่บันไดและซุ้มประตูทั้ง 4 ทิศ สร้างอยู่บนฐานบัวสี่เหลี่ยมย่อมุม ฐานสูง 1.8 เมตร บันไดหน้าประตูซุ้มทั้ง 4 ทิศตั้งรูปสิงห์นั่ง เสาโคปุระสูง 3.5 เมตร เป็นศิลปะแบบเกาะแกร์ ยังมีร่องรอยสีแดงที่เคยประดับตกแต่งตัวปราสาทเอาไว้ แต่ส่วนหลังคากระเบื้องนั้นหายไปหมดแล้ว บันไดทางขึ้นโคปุระ ชั้นที่ 5 อยู่ทางทิศเหนือ เป็นบันไดหินมีลักษณะค่อนข้างชัน ทางทิศตะวันออกของโคปุระชั้นที่ 5 มีเส้นทางขึ้นคล้ายบันไดหน้าแต่ค่อนข้างชัน และชำรุดหลายตอน ยาว 340 เมตรถึงไหล่เขา 

          4. โคปุระ (ซุ้มประตู)ชั้นที่ 4(ปราสาทหลังที่ 2) จะภาพของการกวนเกษียณสมุทร ณ เขาพระวิหาร ถือเป็น "หนึ่งในผลงานชิ้นเอกอุของปราสาทเขาพระวิหาร" ทับหลังเป็นภาพของพระนารายณ์บรรทมสินธุ์อยู่เหนืออนันตนาคราช ซึ่งทางดำเนินจากโคปุระ ชั้นที่ 5 มาเป็นลานหินกว้างประมาณ 7 เมตร สองข้างจะมีเสานางเรียงตั้งอยู่ทั้งสองด้าน แต่ก็มีปรักหักพังไปมาก โคปุระชั้นที่ 4 สร้างเป็นศาลาจตุรมุข มีกำแพงด้านทิศใต้เพียงด้านเดียว ยาว 39 เมตรจากตะวันออกไปตะวันตก กว้าง 29.5 เมตร จากเหนือไปใต้ เป็นศิลปะสมัยหลังโคปุระ ชั้นที่ 5 คือ แคลง/บาปวน ด้านนอกตั้งรูปสิงห์ หน้าบันเป็นภาพของการกวนเกษียณสมุทร 

          5. โคปุระ (ซุ้มประตู) ชั้นที่ 3 (ปราสาทหลังที่ 1) เป็นโคปุระหลังที่ใหญ่โตมโหฬารที่ยังสมบูรณ์ที่สุด ลักษณะการสร้างคล้ายกับ โคปุระ ชั้นที่ 1 และ 2 แต่ผิดตรงที่มีฝาผนังกั้นล้อมรอบความใหญ่โตมากกว่า และขนาบด้วยห้องสองห้อง ตัวปราสาทประธานนั้นสามารถผ่านเข้าไปทางลานด้านหน้า บันไดกว้าง 3.6 เมตร สูง 6 เมตร สองข้างมีฐานตั้งรูปสิงห์นั่ง 5 กระพัก มุขเหนือหน้าบันเป็นรูปพระกฤษณะยกภูเขาโควรรธนะ ทับหลังเป็นรูปพระนารายณ์ 4 กรทรงครุฑ และจากโคปุระชั้นที่ 3 มีบันได 7 ขั้นขึ้นไปสู่ถนนที่ยาว 34 เมตร มีเสานางเรียงปักรายข้างถนน ข้างละ 9 ต้น ถัดจากเสานางเรียงไปเป็นสะพานนาค 7 เศียร

         6. โคปุระ (ซุ้มประตู) ชั้นที่ 2 สร้างเป็นศาลาจตุรมุข มีกำแพงด้านทิศใต้เพียงด้านเดียวอยู่บนไหล่เขาทางทิศเหนือของโคปุระชั้นที่ 2 บริเวณพื้นราบของเส้นทางดำเนินและสองข้างทางขึ้นลงของบันได จะพบรอยสกัดลงในพื้นศิลามีลักษณะเป็นหลุมกลมๆ สำหรับใส่เสาเพื่อทำเป็นปะรำพิธี โดยมีประธานในพิธีนั่งอยู่ในปะรำพิธีเพื่อดูการร่ายรำบนเส้นทางดำเนิน กรอบประตูห้องมีจารึกอักษรขอมระบุบปีศักราชตกอยู่ในสมัยพระเจ้าสุรยวรมันที่ 1 ด้านหน้ามนเทียรมีบันไดตรงกับประตูซุ้มทั้ง 3 ประตู และมีชานต่อไปยังเฉลียงซ้ายและขวา ที่สนามด้านหน้ามีภาพจำหลักตกหล่นอยู่หลายชิ้น เช่น รูปกษัตริย์กำลังหลั่งน้ำทักษิโณฑกแก่พราหมณ์ 

         7. โคปุระ (ซุ้มประตู) ชั้นที่ 1 สร้างเป็นศาลาจตุรมุข รูปทรงกากบาทไม่มีฝาผนังกั้น มีแต่บันไดและซุ้มประตูทั้ง 4 ทิศ สร้างอยู่บนฐานสี่เหลี่ยม-ย่อมุม บันไดทางขึ้นโคปุระ ชั้นที่ 1 ทางทิศเหนือ เป็นบันไดหินมีลักษณะค่อนข้างชัน เนื่องจากมีความเชื่อกันว่าการที่จะเข้าเฝ้าเทพนั้น จะไปด้วยอาการเคารพนพนอบในลักษณะหมอบคลานเข้าไป ทางทิศตะวันออกมีเส้นทางขึ้นคล้ายบันไดหน้าแต่ค่อนข้างชัน และชำรุดหลายตอนเป็นเส้นทางขึ้นลง ไปสู่ประเทศกัมพูชา เรียกว่า "ช่องบันไดหัก"

          8. สระสรง จะอยู่ทางด้านทิศตะวันออกของทางดำเนินห่างออกไป 12.40 เมตร จะพบสระน้ำรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีขนาดกว้าง 16.8 เมตร ยาว 37.80 เมตร กรุด้วยท่อนหินเป็นชั้น ๆ มีลักษณะเป็นขั้นบันได เรียกว่าสระสรงกล่าวกันว่าใช้สำหรับเป็นที่ชำระร่างกายก่อนที่จะกระทำพิธีทางศาสนา

          9. เป้ยตาดี เป้ยเป็นภาษาเขมร ซึ่งแปลว่า ชะง่อนผาหรือโพงผา ตามคำบอกเล่าว่านานมาแล้วมีพระภิกษุชรารูปหนึ่งชื่อ "ดี" จาริกมาปลูกเพิงพำนักอยู่ที่นี่จนมรณภาพไป ชาวบ้านจึงเรียกลานหินนี้ว่า "เป้ยตาดี" ซึ่งบริเวณตรงยอดเป้ยตาดีสูงกว่าระดับน้ำทะเล 657 เมตร ถ้าวัดจากพื้นที่เชิงเขาพื้นราบฝั่งประเทศกัมพูชาสูงประมาณ 447 เมตร ตรงชะง่อนผาเป้ยตาดี จะมีรอยสักพระหัตย์ของสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหลวงสรรพสิทธิประสงค์ ว่า 118-สรรพสิทธิ แต่ก่อนมีธงไตรรงค์ของไทยอยู่ที่บริเวณผาเป้ยตาดี ในปัจจุบันคงเหลือแต่ฐานไตรรงค์ 

          ปราสาทพระวิหารนับได้ว่าเป็นปราสาทขอมที่สำคัญแห่งหนึ่ง ทั้งในแง่ประวัติศาสตร์การก่อสร้างเทวสถานของฮินดู และยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญทั้งของไทยและกัมพูชาอีกด้วย ซึ่งปัจจุบันอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร มีเนื้อที่ 81,250 ไร่ และได้ประกาศให้เป็นอุทยานแห่งชาติตาม พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 โดยได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 115 ตอนที่ 14 ก ลงวันที่ 20 มีนาคม พ.ศ.2541 นับเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 83 ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย

         อย่างไรก็ตาม เรื่องราวการเสนอให้ปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกของกัมพูชา ก็ยังเป็นข้อกังขาของคนไทยหลาย ๆ คน เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ต่าง ๆ นานา กลายเป็นประเด็นท็อปฮิตในขณะนี้ และล่าสุดศาลปกครองกลาง ยังได้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ระงับมติคณะรัฐมนตรีที่นายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและคณะรัฐมนตรี ได้ลงนามในแถลงการณ์ร่วมรัฐบาลไทย-กัมพูชา ในการที่กัมพูชาจะขอขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก ไว้ก่อนจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาหรือมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น ซึ่งบทสรุปเรื่องนี้จะเป็นอย่างไรต่อไปนั้นเราคนไทยคงต้องติดตามกันค่ะ



ขอขอบคุณข้อมูลจาก
, sisaket.go.th, moohin.comsoccersuck.com, wikipedia
 

เรื่องอื่นๆ
  1. สมัคร ด่าสื่อสาระแนชี้นำปรับครม. ท้าระวังหน้าแหก
  2. ป๋อ พลาดคิวบู๊ โดนคมแฝกเลือดอาบ กลาง 7 สีคอนเสิร์ต
  3. ปูดมีขบวนการจ้องฆ่าทักษิณ ญาติผู้พี่ปลงวิบากกรรม
  4. ใครเป็นใคร? คดีทนาย แม้ว จ่ายสินบนถุงขนม
  5. วิชาฮิต
  6. แม่เล้ามะกันหัวใส เปิดธุรกิจรถขายเหล้า-ออรัลเซ็กส์
  7. แจ๊ค อินร้อง คนดี(ที่หน้าตาไม่ดี)
  8. สุข เศร้า เหงา ชีวิตหลากรส ชมพู่-อารยา
  9. การกลับมาอีกครั้งของ ลีดองกัน
  10. 8 จุดฮิต ดาราเกาหลี ที่คนอยากผ่าเหมือน

เรื่องน่าสนใจ

ความคิดเห็นที่ 209 หัวข้อข่าว ประวัติ เขาพระวิหาร

mineminemine

5555555555555+

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 26 ส.ค. 2553 16:25:23 ]
ความคิดเห็นที่ 208 หัวข้อข่าว ประวัติ เขาพระวิหาร

เสนาน้อย

นี่ขนาดผมขอร้องว่าให้หาทางมาสมานฉันท์กัน ก็ยังมีผู้มาว่า ผมประชดประชันกันอีก ที่ไปว่าล่วงเกินท่านที่ตัดสินบัญชาการหนะ ผมแค่น้อยใจที่ท่านๆทั้งหลายไม่เคยมาตรวจเยี่ยมลงพื้นที่แล้วเอาข้อเท็จจริง เอาความน่าเห็นใจของพวกเราๆไปใส่ใจบ้างแค่นั้นเอง นี่ขนาดพูดภาษาไทยด้วยกันนะนี่ยังไม่เข้าใจเจตนาที่แท้จริงของผมอีก แล้วเราจะไปพูดกับคนต่างชาติต่างภาษาให้เข้าใจได้อย่างไร จริงๆแล้วความเห็นที่ ๑๗๐ ของผมหนะ มีเนื้อหาที่ต้องพิจารณาก็คือ "เราจงมาร่วมแรงร่วมใจแสดงความคิดเห็นที่น่าจะสร้างความสมานฉันท์ สร้างความสมัครสมานสามัคคีระหว่างทั้งสองประเทศจะดีกว่า อย่าเอาเพียงแค่ความรู้สึก อารมณ์มา ตัดสิน นะๆๆ เพื่อความสุขสงบร่มเย็น สมกับที่เป็นบ้านพี่เมืองน้อง อย่าให้มีเรื่องมาทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสองแผ่นดินต้องมาสูญสิ้นไป อย่าทำให้ใครต่อใครเขามองว่า ราชอาณาจักไทยและราชอาณาจักกัมพูชา เป็นศัตรูกันเลยนะ ขอร้องเถอะ" แค่นี้เองครับ อนาถและน่าน้อยใจคนไทยด้วยกันจริงๆๆ หนุ่มศรีสะเกษ

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 25 ส.ค. 2553 19:49:36 ]
ความคิดเห็นที่ 207 หัวข้อข่าว ประวัติ เขาพระวิหาร

มนทิยา

เฮ้อ ว่ากันไปต่างๆนาๆทั้งๆที่ก็ไม่รู้จริงๆสักคน ฉันว่านะใครที่อยากจะมีข้อมูลมาโพตส์มากๆและใกล้ความจริงที่สุด คุณก็ต้องไปค้นคว้ามาไม่ว่าจะอยูในหอสมุดแห่งใด ถ้าคุณอยากจะเป็นพระเอก หรือนางเอก ในเรื่องนี้ก็พยายามหน่อยแล้วกัน ไม่ใช่ว่ากันไปต่างๆ และหาข้อสรุปไม่ได้ ที่แน่ๆคือรอดูผลสรุปในตอนสุดท้ายดีกว่า ถ้าหากเป็นของไทยและกัมพูชายอม คนไทยก็เตรียมชัยโยให้ดังก้องไปทั่วประเทศ แต่ถ้าหากว่าเป็นของเขาเราก็ต้องยอม และทำใจให้ยอมรับให้ได้เข่นกัน วันนี้ทั้งเขาทั้งเราต่างก็คิดว่าเป็นของตนเอง หากผลออกมาเป็นยังไง จะพอใจหรือไม่ ก็ต้องยอมรับตามนั้น ถ้าหากว่ายังเป็นมนุษย์ที่สมบูณร์ ไม่บกพร่องตรงไหน ก็คงจะไม่มีอะไรที่ร้ายแรงเกิดขึ้น และอยู่ในโลกใบนี้ร่วมกันต่อไปอีกนานเท่านาน

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 25 ส.ค. 2553 18:55:31 ]
ความคิดเห็นที่ 206 หัวข้อข่าว ประวัติ เขาพระวิหาร

Viet

ทุกคนก่อรู้ดีว่าคนไทยมันขี้โกง โกงทุกอย่างมันหน้าเลือดโกงเอาดีนแดนของปะเทดเพื่อนบ้านโดยเสพาะแม่นของปะเทดลาว รู้ไม่ว่าดีนแดนทั้ง 16 จังหวัดพากอี่สานเป็นของลาวแต่มันยังหน้าด้านเอาไป ทุกวันนี้บ้านเมืองไม่สหงบรู้ไม่ว่าเป็นเพราะอไรก่อกรรมตามสหนองอยู่ไงที่ไปแย้งของเขามา แล้วพอถืงเวลาเขาก่อมาเอาคืนไม่เชื่อรอดูสรงคามเพี่งจเลี่มนะอีกไม่นานคนไทยจไม่มีที่อย่ ผมเป็นคนไทย แต่บรทบุรุทเป็นคนลาว 100% ผมรักปะเทดลาวมีแต่ความสหงบไม่มีการแกร้งแย้งบ้าเลือดเหมือนปะเทดไทย ผมอยากกับไปเป็นคนลาว ผมไม่มีทางเลือกจำต้องทนอยู่ที่นี้ต่อไป รอถ้าอีก 2 ปี

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 24 ส.ค. 2553 09:25:41 ]
ความคิดเห็นที่ 205 หัวข้อข่าว ประวัติ เขาพระวิหาร

พระรุงพระรัง

กริพเพนก็ซื้อมาแล้ว นี้เป็นโอกาสดีที่สุดเราจะได้ทดสอบ ว่าดีสมราคาไหมหรือบินได้เฉพาะ วันเด็กไม่ต่างกับหัวล้านได้หวี

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 23 ส.ค. 2553 16:00:20 ]
ความคิดเห็นที่ 204 หัวข้อข่าว ประวัติ เขาพระวิหาร

ชาวบ้าน

ผมเชื่อว่าเขาพระวิหารไม่ได้เป็นของคนไทย แต่พื้นที่บริเวณทางขึ้นเป็นของคนไทย ฉะนั้นอย่างฝืนเลยครับ

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 23 ส.ค. 2553 13:15:59 ]
ความคิดเห็นที่ 203 หัวข้อข่าว ประวัติ เขาพระวิหาร

mkmk

ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ปราสาทหรอก แต่มันอยู่ที่ทรัพยากรที่อยู่ในอ่าวไทยต่างหาก ที่แย่งกันอยู่นะ

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 23 ส.ค. 2553 12:47:36 ]
ความคิดเห็นที่ 201 หัวข้อข่าว ประวัติ เขาพระวิหาร

ไม่บอกค่ะ

ตอนนี้เขาพระวิหารเป็นของเขมรค่ะ ตอนนี้เขมรเค้าไม่จำเป็นต้องหั้ยนักท่องเที่ยวมาขึ้นบันไดฝั่งไทยก้อได้ เพราะตอนนี้ทางเขมรเค้ามีกระเช้าลอยฟ้าแล้วค่ะ และตอนนี้ศาลโลกจะมาตัดสินครั้งที่ 2 ถ้าครั้งที่ 2 ผลออกมาเป็นของเขมร ไทยก้อจะเป็นฝ่ายเสียหน้า แต่ถ้าผลออกมาเป็นไทย ก้อจะมีสงครามเกิดขึ้นระหว่างไทยกับเขมรค่ะ ที่เขียนออกมานี้เพื่อที่จะหั้ยเข้าใจ ไม่ได้เข้าข้างฝ่ายใดค่ะ

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 21 ส.ค. 2553 10:27:31 ]
ความคิดเห็นที่ 200 หัวข้อข่าว ประวัติ เขาพระวิหาร

ษิณ

อ่านแล้วก็รู้ว่าเป็นของเขา การที่คิดว่าจะแย้งมาเป็นของเรานั้นมันไม่ง่าย มันไม่ง่ายเหมือนแย่งเป็นรัฐบาลจากทักษิณ ที่หาเรืองเขมรนั้นไม่ใช้แพราะประเทศชาติ แต่เป็นแพราะแค้นฮุนเซนที่ดีกับทักษิณ

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 20 ส.ค. 2553 21:54:38 ]
ความคิดเห็นที่ 199 หัวข้อข่าว ประวัติ เขาพระวิหาร

นางสาวไทย

เขมรไม่หน้า จะพูดยากนะปราสาทนั้นอดีตก็เป็นของเรา น่าจะคืนให้ไทยไปก็สิ้นเรื่อง

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 20 ส.ค. 2553 18:55:26 ]
ความคิดเห็นที่ 197 หัวข้อข่าว ประวัติ เขาพระวิหาร

ไพลิน

ชอบมาก

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 20 ส.ค. 2553 17:31:55 ]
ความคิดเห็นที่ 196 หัวข้อข่าว ประวัติ เขาพระวิหาร

พง40

ตอนนี้มีประเทศใหม่เกิดขึ้นแล้วนะชื่อว่า ขอมบูชา มีบรรพบุรุษชื่อว่าขอม ตอนนี้กำลังไล่ทวงมรดกโลกอยู่แถวๆชายแดนบ้านเราอยู่นะครับ

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 19 ส.ค. 2553 19:04:33 ]
ความคิดเห็นที่ 195 หัวข้อข่าว ประวัติ เขาพระวิหาร

พง40

สงสัยมัน...จะชอบเข้าข้างหลัง(555) เพราะปราสาทพระวิหารหันหลังให้มัน...(หันหน้าพระวิหารมาทางฝั่งไทย) แต่ถ้าไทยสงสาร จะให้มัน...เข้าข้างหน้า ก็ได้นะครับ แต่ต้องเก็บเงินให้แพงๆหน่อย เพราะเป็นของดี ที่มัน...อยากได้(555)

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 19 ส.ค. 2553 18:54:33 ]
ความคิดเห็นที่ 194 หัวข้อข่าว ประวัติ เขาพระวิหาร

เบื่อมากๆ

นักการเมืองบางคนถ้าไม่เห็นแก่ผลประโยชน์ของตนมันคงไม่เกิดเรื่อง เพราะมีแต่คนเห็นแก่ตัว ประเทศก็เลยไม่ทันประเทศอื่นๆ จะทำไรก็คิดกันให้ดีซะก่อน ผลประโยชน์อยู่ที่แค่คนกลุ่มเดียว แล้วคิดถึงคนทั้วประเทศบ้างซิว่าจะลำบากยังไง

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 19 ส.ค. 2553 15:16:15 ]
ความคิดเห็นที่ 193 หัวข้อข่าว ประวัติ เขาพระวิหาร

รักกัน

เราจะพูดอะไรก็ระวังนะครับ เดี๋ยวเขาจะเอาหนังเข้าท้องเอานะครับ 555 ทำใจให้สบายครับ กลับบ้านทั้งสองฝ่ายแล้วทำเป็นที่ท่องเที่ยวร่วมกันเนอะ

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 19 ส.ค. 2553 11:43:20 ]
ความคิดเห็นที่ 192 หัวข้อข่าว ประวัติ เขาพระวิหาร

คนน่ารัก

เขมรสร้างจริง แต่ตอนนี้เป็นของไทยแล้วนี่ เป็นได้ยังไงเหรอ ได้สิ ก็เมื่อครั้งอดีตกาลนานมาแล้วประมุขของกัมพูชาได้เสียพนันให้แก่ประมุขของไทยเรานี่นา ใช่สิเมื่อก่อนพื้นที่ทั้งพื้นที่ ที่มีขนาดใหญ่มากของไทยเคยเป็นของกัมพูชามาก่อน แต่ได้แพ้พนันแล้วนี่ แพ้ก็คือแพ้สิ ตอนนี้เป็นของไทยแล้ว พื้นที่ที่เคยเป็นของกัมพูชาเมื่อสมัยก่อนไม่ใช่แค่เขาพระวิหารหรอก แต่มันเป็นพื้นที่ตั้งแต่โคราช บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีษะเกษนั่น แต่พอประมุขทั้ง2ฝ่ายได้ตกลงกันไว้ว่า ถ้าไทยแพ้พื้นที่ของประเทศไทยทั้งประเทศต้องเป็นของกัมพูชาและถ้าไทยชนะพื้นที่ตั้งแต่ศรีษะเกษ (รวมเขาพระวิหารด้วย)จนมาถึงโคราชจะต้องเป็นของไทย จำกันไม่ได้เหรอคุณ...ของกัมพูชา ถึงจะไม่มีหลักฐานมาปรากฎเป็นลายลักษณ์อักษรที่แน่ชัด(หรือจะมีแต่ข้าพเจ้าไม่รู้ว่าอยู่ใหน)เพราะว่ามันนานมากแล้ว แต่ก็ปรากฎเด่นชัดแล้วนี่ว่าเป็นของไทย เพราะดินแดนทั้งหมดที่เสียแก่สยามเมืองยิ้มตอนนี้ชาวสยามเมืองยิ้มได้ครอบครองแล้วนี่นา แล้วมาถึงตอนนี้ทำไมถึงทวงแค่เขาพระวิหารหละ

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 19 ส.ค. 2553 06:45:42 ]
ความคิดเห็นที่ 191 หัวข้อข่าว ประวัติ เขาพระวิหาร

อาร์ม

ไทยเรานั้นเสียดินแดนมตั้ง13ครั้งอย่าให้มีครั้งที่14เลยคราบ เรื่องอื่นยอมได้แต่เรื่องนี้เห็นทีต้องถึงไหนถึงกันคราบ จากนักเรียน รดปี3

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 18 ส.ค. 2553 22:15:16 ]
ความคิดเห็นที่ 188 หัวข้อข่าว ประวัติ เขาพระวิหาร

ทีมงาน 3มื้อร้อย

ประกาศสงครามไหเมนรู้จบไปเลย

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 18 ส.ค. 2553 13:18:26 ]
ความคิดเห็นที่ 187 หัวข้อข่าว ประวัติ เขาพระวิหาร

dream

Give me backkkk !!!! LUV THAILAND

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 18 ส.ค. 2553 10:53:00 ]
ความคิดเห็นที่ 186 หัวข้อข่าว ประวัติ เขาพระวิหาร

WIFI5

ไหนว่าไทยเป็นปะเทดที่รักสหงบไม่ไช่เหลอแล้วทำไม มีแต่จะใช้กำลังแก้ปันหาละ..

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 18 ส.ค. 2553 10:26:13 ]
ความคิดเห็นที่ 185 หัวข้อข่าว ประวัติ เขาพระวิหาร

amokachi

ปัญหานี้แก้ไม่ยากคับปราสาทเป็นของเค้าก้อให้เค้าไปแต่ที่ดินเป็นของเราเราต้องรักษาไว้ถ้าอยากได้ปราสาทมากก็มายกเอาไปเองครับ

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 18 ส.ค. 2553 01:00:06 ]
ความคิดเห็นที่ 184 หัวข้อข่าว ประวัติ เขาพระวิหาร

พุทโธ

อยากจะได้กันนักเก่งแต่หน้าคอม ไม่ฟังบ้านฟังเมืองบ้าง เอะอะ สู้ สู้อยากจะเห็นมากใช่ไหมไอ้เรื่องฆ่ากันน่ะต คุณแน่จริงไปสิ เป็นอาสาสมัครอยู่เฝ้าที่นั่นเลย ก็เก่งแต่ปากกันทั้งนั้น ไอ้ที่จะตายน่ะทหารนะ ฟังหลายๆฝ่ายเขาคุยกันปรึกษากันให้ดีก่อนยังมีเวลาให้คิด ไอ้เรื่องฆ่าน่ะ อภิสิทธิ์ถนัดอยู่แล้วสั่งทีเดียว จบ ใครทีโพต์มาบอกสู้ๆ ก็เตีรยมตัวใว้ อย่าเก่งแต่ในที่นอน อยากเห็นนัก รักฃาติก็รักแบบมีสติ อย่าเอาแต่อารมณ์ ขณะนี้ทั้งสองประเทศ?ํ็ ทั้งเราและเขาก็กำลังหาวิธีที่จะตกลงกันให้ดีโดยไม่ต้องรบราฆ่าฟันกัน พวกเราก็รอดูอย่างมีสติ ถ้าประเทศใดเรึ่มออกอาการไม่ไหวก่อน ประเทศนั้นถือว่าหลาดก็แล้วกัน จากนั้นก็เตรียมหลุมหลบภัยใว้เลย

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 17 ส.ค. 2553 22:01:40 ]
ความคิดเห็นที่ 183 หัวข้อข่าว ประวัติ เขาพระวิหาร

สุบิน ดวงอาจ

ทหารไทยสู่ๆนะครับ

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 17 ส.ค. 2553 15:32:27 ]
ความคิดเห็นที่ 182 หัวข้อข่าว ประวัติ เขาพระวิหาร

tkn

เป็นของไทยใครก็รู้ฝรั่งแหละตัวดี

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 16 ส.ค. 2553 22:07:09 ]
ความคิดเห็นที่ 181 หัวข้อข่าว ประวัติ เขาพระวิหาร

เอม

ปราสาทเขาพระวิหารเป็นของชาวไทยทุกคน ไม่ใช่ของกัมพูชาหรือเขมรเราต้องเอาของเราคืนมาให้ชาวไทยทุกคน: :e5_02

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 16 ส.ค. 2553 15:53:19 ]
ความคิดเห็นที่ 180 หัวข้อข่าว ประวัติ เขาพระวิหาร

ฟ้า

...................ปราสาทเขาพระวิหารประกอบด้วยหมู่เทวาลัยและปราสาทหินจำนวนมาก ทั้งหมดสร้างขึ้นเพื่อถวายแด่พระศิวะ ซึ่งเทวาลัยหรือปราสาทหินแห่งแรกสร้างขึ้น เมื่อต้นคริสต์ศตวรรษที่ 9 ซากปรักหักพังของเทวาลัยที่เหลืออยู่ มีอายุตั้งแต่สมัยเกาะแกร์ ในต้นคริสต์ศตวรรษที่ 10 ครั้น และปราสาทเขาพระวิหารเป็นสถาปัตยกรรมอันน่าทึ่ง เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของบรรพชนของ "ขะแมร์กัมพูชา" (ขอม) แต่โบราณ ที่อาศัยอยู่ทั้งในกัมพูชาปัจจุบัน และในภาคอีสานของเรา ขะแมร์กัมพูชา เป็นชนชาติที่มีความสามารถยิ่งในการสร้าง "ปราสาท" ด้วยหินทรายและศิลาแลง ซึ่งขะแมร์กัมพูชาก่อสร้างปราสาทบนเขาพระวิหารติดต่อกันมายาวหลายรัชสมัย กว่า 300 ปี ตั้งแต่กษัตริย์ "ยโสวรมันที่ 1" ถึง "สุริยวรมันที่ 1" เรื่อยมาจน "ชัยวรมันที่ 5-6" จนกระทั่งท้ายสุด "สุริยวรมันที่ 2" และ "ชัยวรมันที่ 7" จากปลายคริสต์ศตวรรษที่ 9 จนถึงกลางคริสต์ศตวรรษที่ 12 (หรือจากพุทธศตวรรษที่ 15 ถึง 18 หรือก่อนสมัยสุโขทัย 300 ปีนั่นเอง) (ประวัติศาสตร์) ...........................ต่อมาเมื่อปี 2450 จักรวรรดินิยมฝรั่งเศส (ปกครองเขมรขณะนั้น) อาศัยแสนยานุภาพทางทหารบีบให้รัฐบาลสยาม (ไทย) ยอมเขียนแผนที่กำหนดให้เขาพระวิหารอยู่ในดินแดนของกัมพูชา ในการทำสนธิสัญญาเพิ่มเติม รัฐบาลสยามก็ยอมรับแผนที่ที่ฝรั่งเศษสร้างขึ้นมาแต่โดยดีโดยมิได้ทักท้วง (ซึ่งแต่เดิมถ้าแบ่งตามสันปันน้ำเทือกเขาพนมดงรัก เขาพระวิหารจะอยู่ในฝั่งไทยแต่พอแบ่งตามแผนที่ใหม่ของปี 1907จะอยู่ในฝั่งกัมพูชา) (การยอมรับคือสัญญาข้อตกลง .........คิดว่าควรน่าจะจบแล้วเรื่องนี้ ....ถ้าไม่.....คงต้องหาอีกว่าเมื่อ 1,000 ปีที่ผ่านมาที่ตรงไหนเคยเป็นของเรา......ต้องทวงคืนฉะนั้นหรือ)อาจจะเป็นเพราะฝรั่งเศสเป็นมหาอำนาจอยู่ในขณะนั้น และคนไทยก็ยังสามารถเข้าไปยังปราสาทเขาพระวิหารได้โดยง่าย (ความคิดส่วนตัวไม่นับ) ......ไม่ว่าคุณจะทำสงครามกันมากน้อยแค่ไหน....ถึงจะมีคนแพ้หรือชนะ.....คงหลีกไม่พ้นการสูญเสีย.....และผลสุดท้ายต้องลงเอยด้วยการเจรจา ....ในเมื่อวันนี้สามารถหลีกเลี่ยงการสูญเสียได้.......ทำไมไม่ทำล่ะ..................

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 16 ส.ค. 2553 15:36:07 ]
ความคิดเห็นที่ 179 หัวข้อข่าว ประวัติ เขาพระวิหาร

ซางน้อย

ผมคิดว่าเครื่องบินที่ซื้อมาใว้ใช้ทำอะไร พวก F16มีตั้งเยอะซื้อมาไว้บินเล่นแถวโคราชหรือไง วันๆๆไม่ทำไรบินทิ้งเสียน้ำมันเปล่า ถ้าไม่ใช้กำลังเขาคงยอมให้หรอกนะยิงมันเลยใช้เครื่องบินเลยไม่ต้องใช้ซื้อมาก็แพง ถ้าอย่างนั้นเอาไปขายเป็นของเก่าดีกว่า แต่ก่อนเรารบไม่เคยกลัว แต่เดียวนี้ยังไม่ได้รบเลยกลัวแล้วกระจอกว่ะ กลัวจังความสัมพันธ์พัง มันจะเก็บไว้ทำไมเพื่อนบ้านที่ชอบตีท้ายครัวคนอื่น

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 16 ส.ค. 2553 13:51:29 ]
ความคิดเห็นที่ 178 หัวข้อข่าว ประวัติ เขาพระวิหาร

เอ็ม

ทหารไทยสู้ๆๆนะครับ

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 16 ส.ค. 2553 11:55:50 ]
ความคิดเห็นที่ 177 หัวข้อข่าว ประวัติ เขาพระวิหาร

yok

thankyou

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 15 ส.ค. 2553 19:16:30 ]
ความคิดเห็นที่ 176 หัวข้อข่าว ประวัติ เขาพระวิหาร

สวยใส

ถ้าไม่รู้จริง ก็ฟังอย่างเดียวดีกว่าจะให้ได้อย่างใจคงไม่ง่ายนักหรอก เพราะเขมรไม่ได้โง่และคนในประเทศของเขา ก็กำลังติดตามข่าวนี้เหมือนเรานะแหละ เราก็อยากได้ เขาก็อยากได้ ต่างฝ่ายก็คิดว่าเป็นของตนเอง เอาละสิ เมื่อไม่ยอมกัน ก็ส่งทหารแต่ละฝ่ายมายิงกันสู้กันจนตายกันมากมายทั้งสองฝ่าย ถามหน่อยว่า หลังจากนั้นที่ตรงนี้ก็จะกลายเป็นป่าช้าที่น่ากลัวคิดว่าใครได้ไปก็ไม่มีความสุขหรอก กลายเป็นประวัติศาตริ์ที่จะจารึกใว้ให้โลกศึกษาต่อไปว่าชาติไทย หรือชาติกัมพูชา ได้เป็นเจ้าของต้องเอาชีวิตของทหารชั้นผู้น้อยมาสังเวยเท่าไหร่ แทนที่วันนี้ วันที่ยังไม่เกิดเรื่องดังกล่าว ทำไมไม่ค่อยเจรจากัน ใช้สิทธิ์ร่วมกัน เป็นเพื่อนบ้านที่ดีต่อกัน เจอกันก็ยิ้มให้กันไม่ต้องระแวงว่าเขาจะฆ่าเรา หรือเขาก็จะคิดว่าเราจะฆ่าเขา มันหนีกันไม่ออกเพราะเขตแดนติดกัน จนจะเป็นแผนที่เดียวกันอยู่แล้ว ทำไมต้องทำให้เสียบรรยากาศด้วยจริงมั้ย

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 15 ส.ค. 2553 18:18:45 ]
ความคิดเห็นที่ 175 หัวข้อข่าว ประวัติ เขาพระวิหาร

อาร์ม

ถ้าใครติดตามประวัติศาสตร์ตั้งแต่สมัย พระนเรศวร . หรือจะดูหนังพระนเรศวร สมัยนั้นขอมก็ยอมสวามิภักดิ์ต่อไทย แต่พอไทยรบกับพม่า หรือมีปัญหา ก็จะแว้งกัดคือลอบเข้ามาตีตลอด จนพระองค์ท่านต้องตัดหัวพระเจ้าเขมร เอาเลือดมาล้างเท้า เรื่องนี้ให้ลองพิจารณากันดูเอง . ส่วนวิธีแก้ปัญหา แทนที่จะมาแย่งกัน หรือรบราฆ่าฟัน ตายไปอีกกี่คน ก็ทำสัญญากันใหม่ ร่วมกันเป็นเจ้าของไปเลย แล้วตั้งร้านค้าคนละฝั่ง จะได้เศรษฐกิจดีแบ่งกันทั้งสองฝ่าย ฝ่ายซ้ายขเมร ขวาไทย ก็แบ่งกัน ถ้ามัวเป็นอย่างนี้ นักท่องเที่ยวก็กลัว ร้านค้าก็ไม่ได้ขาย มีประโยชน์อะไร แบ่งกันคนละครึ่ง ถ้าเก็บตั๋วเข้าชม ก็แบ่งรายได้ให้ประเทศละครึ่ง เป็นกองกลาง เหมือนอย่างที่ท่องเที่ยวบางแห่งในประเทศทางยุโรป ที่เขาเจริญแล้ว เขาไม่แย่งกันหรอก เขาช่วยเหลือกัน ช่วยเหลือกันก็มีแต่ดีขึ้น ดีขึ้น เศรษฐกิจก็ดี ชาวบ้านก็ดี ไม่ต้องกลัวระเบิด ประเทศก็ดี ช่วยเหลือกัน แล้วจะมัวมาแย่งกันอีกทำไมละ มีแต่แย่ลงๆ

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 14 ส.ค. 2553 21:22:24 ]
ความคิดเห็นที่ 174 หัวข้อข่าว ประวัติ เขาพระวิหาร

ตี๋

อาณาจักรขอมมันไม่ได้หมายถึงประเทศกัมพูชาอย่างเดียวนะ มันคืออาณาจักรที่มีอยู่มาก่อนสุโขทัยซะอีกแล้วก็เป็นคนไทยเหมือนกัน เพียงแต่ช่วงนั้นอาณาจักรขอมปกครองบริเวณนี้อยู่ ก็ไม่แปลกที่จะมีการสร้างปราสาท ถ้าใครไม่เข้าใจก็รู้จักย้อนอดีตไปสมัยประฐมหน่อยนะ เคยอ่านไหมอะ พระร่วงอะ ขอมปกครองแถบนี้มาก่อนจะตั้งอาณาจักรสุโขทัย แล้วจะมาบอกว่าเป็นของกัมพูชาได้ไงในเมืออาณาจักรขอมก็คือกลุ่มคนที่แยกออกไปเป็นประเทศในแถบนี้ละ งั้นต่อไปปราสาทขอมที่ลพบุรีมันไม่มาทวงเอาบอกเป็นของมันไปด้วยเหรอ

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 14 ส.ค. 2553 17:59:35 ]
ความคิดเห็นที่ 173 หัวข้อข่าว ประวัติ เขาพระวิหาร

ทิวไผ่

คห.ที่ 170 ครับ ผมเองก็เข้าใจสถาการณืตามแนวชายแดนว่ารู้สึกยังไง เพราะผมเองก้อยู่ตามแนวชายแดนเหมือนกัน การที่คุณพูดว่า การที่คนบังคับบัญชานั่งสั่งการณ์ห้องแอร์ คุณคิดเหรอว่าเขาจะสะบายใจ ทำอะไรผิดไปนิดนึงคนทั้งประเทศก็รุมด่า ทำดีก็แค่เสมอตัว ข้อพิพาท มันมีมานานแล้ว จะแก้โดยทันทีทันไดก็ไม่ได้ ประเทศเพื่อนบ้านเราเขาทำได้สิ จะแข็งจะกร้าว ก้ไม่มีใครด่า แต่คนไทยทำอะไรก็ยาก แตะเป็นไม่ได้ ผมไม่ใช่พวกมีสีนะ ผมคุยเป็นกลาง เหตุการณ์บ้านเมืองมันแย่ เราต้องค่อยๆแก้ ไม่ใช่โยน หรือมาประชดกัน

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 14 ส.ค. 2553 10:36:15 ]
ความคิดเห็นที่ 172 หัวข้อข่าว ประวัติ เขาพระวิหาร

แจนขอนแก่น

ก็ให้เนวินกับเพื่อนมาสร้างใหม่สิ อยากได้นักใช่ไหม เอางบประมาณเยอะๆๆจัดสรรสร้างเขาพระวิหารแห่งที่2 ก็ได้คงจะดีนะ

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 13 ส.ค. 2553 18:42:35 ]
ความคิดเห็นที่ 170 หัวข้อข่าว ประวัติ เขาพระวิหาร

เสนาน้อย

ก่อนที่ท่านๆทั้งหลายจะแสดงควkมเห็นใดๆ ผมอยากให้ท่านๆทั้งหลาย พิจารณาว่าความเห็นของผมซึ่งเป็นคนในพื้นที่ว่าพวกเรารู้สึกอย่างไร ว่าถูกต้องหรือไม่ประการใด ผมคิดว่า อยากให้อนุชนคนรุ่นหลังทั้งอนุชนชาวไทยและชาวกัมพูชา มอง " ปราสาทเขาพระวิหาร " แล้วมีความภาคภูมิใจ และมองเขาพระวิหารว่านี่คือ " สัญลักษณ์แห่งความสัมพันธ์อันดีงามระหว่างสองประเทศ " ดีกว่าที่เราจะแย่งสิทธิเหนือองค์ปราสาทอยู่แบบนี้ เพราะถึงอย่างไรก็ตาม ไม่มีเหตุผลใดๆเลยที่ " บ้านพี่เมืองน้อง " อย่างเราๆ ต้องมาขัดแย้งกัน และความวุ่นวายที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ ล้วนแล้วแต่เกิดขึ้นจาก สมองและสองมือของผู้ที่นั่งอยู่ท่ามกลางความปลอดภัย นั่งบัญชาการอยู่ในห้องแอร์ นั่งแสดงความคิดเห็นอยู่ในที่ๆไม่เหมือนกับพวกผม ฯลฯ ซึ่งผู้ที่ได้รับผลกระทบจากฝีมือของท่านๆ คือ ประชาชนชาวบ้านที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลยไม่ว่าจะชาวไทยหรือชาวกัมพูชา ทุกๆวันนี้ อยากให้ท่านๆทราบว่า " ขวัญและกำลังใจของประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงดินแดนที่มีกรณีพิพาทไม่มีแล้ว " ถึงแม้ท่านจะแถลงข่าวป่าวประกาศโทรทัศน์ทีวี ว่าสถานการณ์ในขณะนี้ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง แต่ที่มีรถทหารวิ่งวุ่นวายกันไปหมด นั่นหมายความว่าอะไร ขอให้ท่านๆทราบว่า " เพียงเสียงพลุ เสียงประทัด ที่มาทราบภายหลังว่ามาจากงานศพ ดังขึ้นแต่ละครั้ง พวกเราก็ตกใจคิดไปต่างๆนานาแล้ว " ท่านๆหละ เคยรู้สึกแบบนี้บ้างหรือไม่ เราจงมาร่วมแรงร่วมใจแสดงความคิดเห็นที่น่าจะสร้างความสมานฉันท์ สร้างความสมัครสมานสามัคคีระหว่างทั้งสองประเทศจะดีกว่า อย่าเอาเพียงแค่ความรู้สึก อารมณ์มา ตัดสิน นะๆๆ เพื่อความสุขสงบร่มเย็น สมกับที่เป็นบ้านพี่เมืองน้อง อย่าให้มีเรื่องมาทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสองแผ่นดินต้องมาสูญสิ้นไป อย่าทำให้ใครต่อใครเขามองว่า ราชอาณาจักไทยและราชอาณาจักกัมพูชา เป็นศัตรูกันเลยนะ ขอร้องเถอะ หนุ่มศรีสะเกษ

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 13 ส.ค. 2553 13:53:25 ]
ความคิดเห็นที่ 169 หัวข้อข่าว ประวัติ เขาพระวิหาร

การ

ดีค่ะ

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 10 ส.ค. 2553 10:32:42 ]
ความคิดเห็นที่ 168 หัวข้อข่าว ประวัติ เขาพระวิหาร

น้องเก่ง5555+

ของไทยแน่นอนฮะ

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 09 ส.ค. 2553 20:33:24 ]
ความคิดเห็นที่ 167 หัวข้อข่าว ประวัติ เขาพระวิหาร

วงเทควัน

เห็นด้วยกะ 161 ไปทวงเขาแพงมาให้ได้ก่อนเถอะ เก่งแต่นอกบ้านน่ะในบ้านหงอ..กลัวปืนแตก หุหุ

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 09 ส.ค. 2553 18:58:45 ]
ความคิดเห็นที่ 166 หัวข้อข่าว ประวัติ เขาพระวิหาร

ของเขมรชัวร์

ต้องตรวจดีเอ็นเอเท่านั้น ระวังนะเขาว่าของเขมรน่ะแร้งส์

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 09 ส.ค. 2553 18:38:38 ]
ความคิดเห็นที่ 165 หัวข้อข่าว ประวัติ เขาพระวิหาร

ออม

ถ้ารู้รักษ์มรดกทางวัฒนธรรม .....จริง แล้วทำไม..เวลาเขมรทะเลาะกันแล้วยิงปืนใหญ่มาลงที่เขาพระวิหาร...จนเดี๋ยวนี้ไม่เหลือความสวยงามอยู่อีก....แล้วทีอย่างนี้.........อยากอนุรักษ์ ......

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 09 ส.ค. 2553 17:23:53 ]
ความคิดเห็นที่ 164 หัวข้อข่าว ประวัติ เขาพระวิหาร

เดวิต

ดีมาก

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 09 ส.ค. 2553 09:42:10 ]
ความคิดเห็นที่ 163 หัวข้อข่าว ประวัติ เขาพระวิหาร

อะไรดีล่ะ

ของเราจริงเหรอ ช่วยไปดูประวัติศาสตร์นะ คนไม่รู้ ศาลโลกใหญ่นะ ดูแล้วผู้ใหญ่เค้าคงทำไม่ผิดหรอก ถ้าทำผิดคงโดนประณามนะ หันมาทางเศรษฐกิจดีกว่า น้ำมันก๊าชในทะเลเขมรเท่าไหร่ ดูว่าอะไรควรขัดไม่ควรขัดกับเพื่อนบ้านจะดีกว่านะ คห 161 ถูกนะ เห็นด้วยมาก คำุถามฝากให้คิด เจ้าที่ปกครองพูดภาษาไทยหรือเขมร ช่วยตอบหน่้อยสิ ถ้าเป็นของเขาเขาก็คงจะรักบ้านเมืองประเทศเหมือนเราแหละ ถ้าใครมาว่า สุโขทัย อยุธยาเป็นของลาว เขมร เวียดนาม เราก็คงไม่ยอมเหมือนกันนะ แต่คนที่ทำให้ยุ่งก็สมัยอดีตนั่นแหละ แล้วมาทะเลาะกันทำไม

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 07 ส.ค. 2553 14:32:02 ]
ความคิดเห็นที่ 162 หัวข้อข่าว ประวัติ เขาพระวิหาร

อะไรดีล่ะ

ของเราจริงเหรอ ดูประวัติศาสตร์ เจ้าที่ปกครองพูดภาษาไทยหรือเขมร ช่วยตอบหน่้อยสิ

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 07 ส.ค. 2553 14:25:52 ]
ความคิดเห็นที่ 161 หัวข้อข่าว ประวัติ เขาพระวิหาร

พิษณุ

พระเจ้า สุริยวรมันที่ 1 เป็นกษัตริย์ ของประเทศอะไรครับ ถ้าจำไม่ผิดมัน เขมร ใช่มั้ยครับ รู้สึกเค้าจะป็นคนสร้าง ปราสาทเขาพระวิหารน่ะ อันนี้น่าเห็นใจคนกำพูชาเหมือนกันครับ เพราะ มันบังเอิญมาอยู่ในไทยส่วนหนึ่งได้ยังไง แต่ คนไทยก็ต้องยอมรับด้วยน่ะครับว่า เป็นเป็นสิ่งก่อสร้างของเค้า เค้าก็คงมีความรักชาติเช่นเดียวกับเรา ตัดเลือดรักชาติออกไป มองคนอื่นคือเพื่อนร่วมโลก(ที่กำลังจะแตก)แล้วเอาใจเขาใส่ใจของเรา ก็จะใจเย็นๆลงไปได้ มิใช่อะไรก็ของเราๆ อย่างนี้เรียกว่า พาลครับ ไม่แน่น่ะครับ 2012 อาจจะไม่มีแผ่นดินไทยก็ได้ น้ำถ่วมหมด แล้วเราจะไปพึ่งชาติอื่นได้อย่างไรในเมื่อ เราเองยังไม่มีน้ำใจให้คนอื่น อดีตเราใจดีเช่นไร สยามเมืองยิ้ม มีแต่น้ำใจคนชาติไหนๆก็รักเรา ไปที่ไหนคนก็ยอมรับ อย่าทำตัวเหมือนเกาหลีเหนือสิครับ เราไม่ได้อยู่คนเดียวในโลกน่ะครับ และที่สำคัญ ถามคนที่เค้าอยู่ในพื้นที่หรือยังครับ ว่าเค้าต้องการให้สู้รบกันมั้ย ต้องการความขัดแย้งมั้ย มันกระทบกับชีวิตเค้าน่ะครับ ไม่ได้กระทบก็พวกเรา ที่เลือดรักชาติเต็มร้อย แต่อยู่ไกล ปัญหา หลายร้อยกิโล ไม่กระทบชีวิต ทรัพสิน อย่างไรทั้งสิ้น ถ้ารักชาติจริง ผมว่า ไปทวงคืน ที่ดินบนเขา ที่พวกเห็นแก่ตัว มีอำนาจไปบุกรุกกลับมามันยังดีกว่าอีกน่ะครับ

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 07 ส.ค. 2553 12:56:02 ]
ความคิดเห็นที่ 160 หัวข้อข่าว ประวัติ เขาพระวิหาร

คนสาย

มันเป็นของเราจริงๆ

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 06 ส.ค. 2553 19:24:39 ]
ความคิดเห็นที่ 159 หัวข้อข่าว ประวัติ เขาพระวิหาร

FAR

มันเป็นของไทย

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 06 ส.ค. 2553 19:01:32 ]
ความคิดเห็นที่ 158 หัวข้อข่าว ประวัติ เขาพระวิหาร

คนงาม

ข้อมูลดีมาก.. ได้ทำรายงานแล้วววววว...

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 05 ส.ค. 2553 19:44:51 ]
ความคิดเห็นที่ 157 หัวข้อข่าว ประวัติ เขาพระวิหาร

นนทพักษ์

คนไทยรักกันนะและรักประเทศไทย

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 04 ส.ค. 2553 21:29:19 ]
ความคิดเห็นที่ 156 หัวข้อข่าว ประวัติ เขาพระวิหาร

สวน

สในยรครร

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 03 ส.ค. 2553 21:10:17 ]
ความคิดเห็นที่ 155 หัวข้อข่าว ประวัติ เขาพระวิหาร

อยากรู้ จริงๆ

ที่บอกว่าเขาพระวิหารเป็นของไทย อยากรู้ว่าไทยได้เขาพระวิหารมาจากไหน?

เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 03 ส.ค. 2553 13:45:26 ]