HILIGHT NEWS

เจาะลึกขุมทรัพย์ และทุกเบื้องหลัง สมชาย วงศ์สวัสดิ์

  

 สมชาย วงศ์สวัสดิ์ 


 จากลูกชาวสวน-เด็กวัด…สู่ "ว่าที่นายกรัฐมนตรี" ชะตาฟ้าลิขิต "สมชาย วงศ์สวัสดิ์"

          คนเรา "แข่งเรือแข่งพายแข่งได้ แต่แข่งบุญแข่งวาสนาไม่ได้" คำกล่าวนี้ไม่เคยล้าสมัยจากสังคมไทย ไม่เชื่อดูจากวิถีชีวิตของ "ว่าที่นายกรัฐมนตรี" คนใหม่ของประเทศไทยนาม นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เป็นแบบอย่าง

          ใครบ้างเล่าจะคาดคิดว่าจากเด็กน้อยลูกชาวสวนยาง ชาวไร่ ชาวนาและกิจกรรมโรงสีเล็กๆ มีพี่น้องทั้งหมด 5 คน ฐานะไม่ค่อยสู้ดีนัก พื้นแพเดิมอยู่บ้านใน ต.ละอาย ซึ่งต่อมาเปลี่ยนเป็น ต.สวน

ขัน อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช วันนี้จะ "บุญหล่นทับ" นั่งเก้าอี้ "ผู้นำ" อันดับหนึ่งของประเทศไทย

          นายสมชาย เคยให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนไว้ว่า ในช่วงเป็นปลัดกระทรวงยุติธรรม ตอนนั้นคิดว่าเป็นจุดสูงสุดในชีวิตการรับราชการด้วยซ้ำไป

          "สมัยเด็กๆ ผมเคยถามคุณพ่อว่า คิดอย่างไรจึงตั้งชื่อ สมชาย เพราะมีเยอะมาก คุณพ่อบอกว่าไม่รู้ว่าตั้งชื่ออะไร ตอนคลอดจากท้องคุณแม่ได้ 2 วัน ก็ชวนลูกพี่ลูกน้องมารุมล้อมตั้งชื่อกันใหญ่ ทีแรกจะให้ชื่อ "สามชาย" สุดท้ายคุณพ่อไปแจ้งสำนักงานทะเบียนราษฏรที่อำเภอว่า "สมชาย" จนทุกวันนี้"

         "ผมช่วยพ่อแม่ทำงานทุกอย่างมาตั้งแต่เด็ก วันเสาร์-อาทิตย์ ไปช่วยถางหญ้า ขุดดิน ปลูกต้นยาง ถ้าอยู่บ้านช่วงเช้าจะตื่นขึ้นมาเลี้ยงหมูเลี้ยงไก่ พักหลังที่บ้านทำกิจการโรงสีข้าวเล็กๆ ผมก็ไปช่วยคุณพ่อคุณแม่ขายข้าวแกง ทำขนม เป็นความรู้คิดตัวมาจนถึงบัดนี้"


สมชาย วงศ์สวัสดิ์



          อายุ 7 ขวบ ด.ช.สมชาย เข้าเรียนที่โรงเรียนวัดสวนขัน จนจบชั้น ป.4 ซึ่งครั้งแรกไม่ยอมไปโรงเรียน เพราะรุ่นพี่ข้างบ้านขู่ว่าจะโดนครูตีจนความกลัวฝังใจ ถึงขนาดพี่ชายจับมัดมือมัดทำแบกไปโรงเรียนก็เคย ไปไม่นานก็หนีกลับบ้านและไม่ยอมไปเรียนเป็นเทอมๆ

          แม้ในวัยเด็ก ด.ช.สมชาย ไม่กล้าไปเรียนหนังสือ แต่ด้วยความฉลาดทำให้สอบได้ที่ 1 ตั้งแต่ชั้น ป.1-ป.4

          ขณะนั้นมีการสอบแข่งขันชิงทุนพระราชทาน ด.ช.สมชาย สอบได้ แต่คุณพ่อไม่ให้ไป เพราะยังเล็กเกินไปและโรงเรียนไกลบ้าน จึงเข้าเรียนที่โรงเรียนพิสิฐอนุสรณ์และเรียนฟรีจนจบ มศ. 3

          อุปนิสัยส่วนตัว ด.ช.สมชาย ไม่ใช่เด็กโลดโผน เรียนดี ความประพฤติเรียบร้อย มีระเบียบวินัยและตั้งใจเรียนหนังสือ ทำให้ได้รับเลือกเป็นหัวหน้าชั้นทุกปี และเป็นหัวหน้านักเรียนมาตลอด

          จบ มศ. 3 ก็เดินทางเข้ากรุงเทพฯ มาพักอยู่กับพี่ชาย ที่วัดระฆังโฆสิตาราม ธนบุรี อ่านหนังสือสอบเข้าโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาแต่ผิดหวัง จึงเบนเข็มไปเรียนที่โรงเรียนอำนวยศิลป์

          ความรู้สึกตอนนั้น สมชาย อยากมาเรียนกรุงเพทฯ พี่ชายก็แนะโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ก็ไปลองสอบ แต่สู้เด็กกรุงเทพฯ ไม่ได้ จึงไปเรียนแผนกวิทยาศาสตร์อำนวยศิลป์แทน มีผลการเรียนดีมาตลอดจนจบ มศ. 5 ได้โควตาเรียนคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) กับมหาวิทยาลัยขอนแก่น (มช.) เพราะคะแนนเกิน 70 เปอร์เซ็นต์ แต่สละสิทธิ์ไปสมัครสอบคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สอบได้ทุกแห่ง สุดท้ายเลือกเรียนนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.)

          หลังเข้าเรียนคณะนิติศาสตร์ (มธ.) สมชาย มุมานะเรียน ไม่เข้าร่วมทำกิจกรรมกับเพื่อนๆ มากนัก เพราะไม่ชอบ ที่สำคัญไม่มีเงินใช้จ่ายฟุ่มเฟือย เพราะรู้ดีว่าฐานะทางบ้านไม่ดีนัก

          "ผมรู้ว่าฐานะที่บ้านเป็นอย่างไร เขียนจดหมายไปขอเงินคุณพ่อ ก็ต้องไปยืมคนอื่นส่งมาให้ พ่อเป็นคนที่ลูกขออะไร ไม่เคยปฏิเสธเลย แต่ชีวิตไม่ค่อยเดือดร้อนมากนัก เพราะรู้จักการใช้เงิน ผมจะคำนวณและจัดการกับชีวิตอย่างลงตัว แม้เงินที่พ่อส่งมาให้ไม่พอก็ไม่เคยขอเพิ่ม"

          4 ปี ในรั้วมหาวิทยาลัยก็ถึงจุดหมาย สมชายจบการศึกษาปริญญาตรีในปี 2513 ด้วยคะแนนกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ แต่ไม่ได้เกียรตินิยม เพราะปีแรกสอบตก 2 วิชา ซึ่งสมชายมีเพื่อนร่วมรุ่นหลายคน ล้วนมีชื่อเสียงเช่น นายจำลอง ครุฑขุนทด ร.ต.ท.เชาวริม ลัทธศักดิ์ศิริ สมาชิกวุฒิสภา จ.ราชบุรี เป็นต้น


ใบสุทธิรับรองว่าจบการศึกษาระดับประถมศึกษา โรงเรียนวัดสวนขัน อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช
ใบสุทธิรับรองว่าจบการศึกษาระดับประถมศึกษา โรงเรียนวัดสวนขัน อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช



          เมื่อจบการศึกษาจากรั้วมหาวิทยาลัย สมชาย มุ่งมั่นหางานทำเพื่อช่วยเหลือพ่อแม่ แต่ไปสมัครที่ไหนก็ไม่มีใครสนใจรับเข้าทำงาน จึงตัดสินใจเรียนต่อเนติบัณฑิตแล้วสอบเป็นผู้พิพากษาและอัยการ ปรากฏว่าสอบได้อันดับที่ 21 แต่เป็นคนที่ 60 เพราะได้คะแนนเท่ากับหลายคน จนเป็นรุ่นที่ได้ฉายาว่า "รุ่น 15 โหล" เพราะสอบได้ทั้งหมด 180 คน เริ่มชีวิตผู้พิพากษาครั้งแรก เมื่อปี พ.ศ. 2517

          ก้าวแรกที่ทำงาน "ตุลาการ" ถูกส่งไปฝึกงานและเรียนรู้กับตุลาการอาวุโสหลายคนฝึกหัดอยู่พักหนึ่ง ก่อนขึ้นนั่งบัลลังก์พิจารณาคดีครั้งแรกก็ทำได้ดี แม้จะ “ประหม่า” อยู่บ้าง ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยผู้พิพากษาได้ 1  ปี ก็ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ เป็นผู้พิพากษา ประจำกระทรวงยุติธรรม ก่อนถูกส่งไปประจำศาลจังหวัดศรีสะเกษ มีเพื่อนมาขอแลก จึงไปประจำศาลแขวงจังหวัดเชียงใหม่แทน ใช้เวลาทำงานอยู่ 7 ปี ก็พบรักกับ เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ หรือ "เจ๊แดง" น้องสาวของ พ.ต.ท.ทิกษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี

          "ชีวิตรักเหมือนนิยายหรือนิทาน ตอนแรกผมไปเช่าบ้านอยู่แถวโรงแรมรินคำ มีเพื่อนอยู่ 1 คน ชื่อประเสริฐ จันทรเวทย์ (เสียชีวิตเครื่องบินตก ที่ จ.สุราษฏร์ธานี) แนะนำให้ย้ายไปอยู่บ้านเช่าข้างๆ จนรู้จักกับ "เยาวลักษณ์ ชินวัตร" พี่สาวของแดงโดยบังเอิญ จากนั้นเขาชวนไปรับประทานข้าวที่บ้านบ้าง เล่นกีฬาด้วยกันบ้าง จนรู้จักกับแดงในงานประจำปีของโรงเรียน รู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้ดูดี นิสัยดี ถ้าจะแต่งงานก็ขอเป็นคนแบบนี้ ขณะนั้นไม่คิดว่าจะแต่งงานกันด้วยซ้ำ ตอนหลังจึงตัดสินใจใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน ก็มีความสุขดี"

          นั่นเป็นช่วงชีวิตหนึ่งของ สมชาย วงศ์สวัสดิ์ ซึ่งต่อมาหน้าที่การงานได้เจริญเติบตึ้นตามลำดับ สุดท้ายเป็นปลัดกระทรวงยุติธรรม เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน  พ.ศ. 2542 ก่อนโยกไปเป็นปลัดกระทรวงแรงงาน เมื่อวันที่ 8 มีนาคม พ.ศ.2549 เกษียณอายุราชการก็มาเป็นรองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ เป็นรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551 สมัยนายสมัคร สนุทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรี ท่ามกลางคำครหาว่าเป็นรัฐบาล "นอมินี" ถูกกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยใช้เป็นข้ออ้างประท้วงและยึดทำเนียบรัฐบาลขับไล่อย่างต่อเนื่อง

          จนกระทั่งเจ้าของฉายา "ชมพู่สมัคร" นายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรี คนที่ 25 ถูกตุลการศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยด้วยมติ 9 ต่อ 0 ให้พ้นจากตำแหน่งเฉพาะตัว เนื่องจากคุณสมบัติขับกับรัฐธรรมนูญกรณีเป็นพิธีกรรายการโทรทัศน์ "ชิมไปบ่นไป" และ "ยกโขยง 6 โมงเช้า" เป็นผลให้คณะรัฐมนตรีทั้งหมดเปลี่ยนสถานภาพเป็นเพียง "รักษาการ"

          นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ถูกจับตาในฐานะ "เต็งหนึ่ง" ว่าที่นายกรัฐมนตรีคนใหม่ เนื่องจากสายสัมพันธ์ที่แนบแน่นฐานะ "น้องเชย" พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร แม้จะมีการปล่อยข่าว "ลับ ลวงพราง" ว่ามีคู่แข่งอีก 2 ส. คือ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ อดีตหัวหน้ากลุ่ม 16 และรักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รักษาการรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

          สุดท้าย ส.ส.พรรคพลังประชาชนก็ "เทคะแนน" ยกมือโหวตให้ท่วมท้น 298 คะแนน ให้นายสมชาย เป็นว่าที่นายกรัฐมนตรีคนใหม่ "ไม่พลิกโผ"

          นับจากวันนี้กาลเวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นว่า ภาพบุคลิก "สุขุม นุ่มลึก สุภาพสมานฉันท์" ของนายสมชายจะสามารถเป็น "กาวใจ" แก้วิฤติต่างๆ ในประเทศชาติได้มากน้อยเพียงไร หรือจะเป็น "ตัวเร่ง" ปฏิกิริยาให้ร้อนแรงมากยิ่งขึ้น


สมชาย วงศ์สวัสดิ์




สมชายทุบสถิติ

         การเป็นนายกรัฐมนตรีของ นายสมชาย ในครั้งนี้ได้มีการสร้างสถิติทางการเมืองดังนี้

          1. เป็นนายกรัฐมนตรีคนแรก ที่เป็นแค่รองหัวหน้าพรรคแล้วได้เป็นนายกรัฐมนตรี 
          2. เป็นนายกรัฐมนตรีคนใต้คนแรกที่ไม่มี ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ให้การสนับสนุน 
          3. เป็นนายกรัฐมนตรีคนแรก ที่เข้ารับตำแหน่งแล้วเข้าไปทำงานในทำเนียบรัฐบาลไม่ได้ เพราะกลุ่มพันธมิตรเพื่อประชาธิปไตยยึดอยู่ 
          4. เป็นนายกรัฐมนตรีคนแรก ที่เป็นเพิ่งเป็น ส.ส.สมัยแรกแค่ 7 เดือน 



 บอร์น ทู บี "สมชาย... สมใจเมีย"

          "...ชีวิตผมไม่ได้บอร์น ทู บี (เกิดมาเพื่อสิ่งนี้) ที่จะมาเป็นการเมือง เพราะผมรับราชการมาโดยตลอด เป็นผู้พิพากษา และก็ไม่เคยคิดเล่นการเมือง เลยไม่ได้จดจำหรอกว่างานการเมืองต้องทำอย่างไร ต้องเอาแบบอย่างใคร..." 

          คือคำพูดจากปาก "สมชาย วงศ์สวัสดิ์" ในโอกาสแรกที่ก้าวเข้าสู่วิถีการเมืองอย่างเต็มตัวในฐานะ ส.ส.สัดส่วน พรรคพลังประชาชน (พปช.) ท่ามกลางเสียงลือเสียงเล่าอ้างว่าเขาถูกส่งมารักษาพื้นที่ทางการเมืองของศรีภริยานาม "เยาวภา วงศ์สวัสดิ์" หัวหน้ากลุ่มวังบัวบาน ที่จำต้อง "เว้นวรรคการเมือง" ในฐานะสมาชิกบ้านเลขที่ 111

          แม้ในช่วง 8 เดือนก่อน "สมชาย" จะเคยออกตัวว่าเป็นเพียง "อนุบาลทางการเมือง" และพูดจาประสาคนการเมืองไม่ได้

          แต่หลังจากนั้นเขากลายเป็น "ดีลเมเกอร์" คนสำคัญของ พปช. ในช่วงเจรจาตั้งรัฐบาล "สมัคร 1" ก่อนได้ยึดครองเก้าอี้รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ศึกษาธิการในเวลาต่อมา 

          อย่างไรก็ตามต้องยอมรับว่าเกือบตลอดเวลาที่ "สมชาย" ทำหน้าที่เสนาบดีในรัฐบาล "สมัคร" เขามักถูกสื่อมวลชนตั้งคำถามในประเด็นการเมืองมากกว่าภารกิจในกระทรวง 

          โดยเฉพาะเรื่องราวที่เกี่ยวกับพี่เขย "พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร" อดีตนายกรัฐมนตรี จนกลายเป็นแหล่งข่าวฮ็อตฮิตที่ถูกขนานนามว่า "สมชาย... รายวัน"

          แต่ทุกครั้ง "สมชาย" จะอาศัยความใจเย็น ตอบคำถามอย่างสุขุม นุ่มนวล โดยเน้นพูดถึงหลักการกว้างๆ และไม่ลืมชักแม่น้ำทั้งห้ามาประกอบการอธิบายตามสไตล์ "สมชาย... สายลม" สถานะที่ถูกผูกติดไว้กับตัว จึงไม่ใช่ปัญหาใหญ่สำหรับ "บุรุษสุดพลิ้ว" เช่นเขา 

          คำถามเดียวที่ "สมชาย" เคยตอบไว้แบบฟันธงตรงประเด็นกับ "มติชน" ก็คือ กระแสข่าวการเบ่งบารมีของ "เจ้าแม่วังบัวบาน" ในทุกครั้งที่มีแรงกระเพื่อมทางการเมือง โดยเฉพาะภายใน พปช.

          "สมชาย" ระบุว่า "ความจริงคุณแดงเขาไม่ได้เป็นแบบที่คนอื่นเข้าใจหรอกว่าต้องมีลูกน้องพึ่บพั่บ เป็นเผด็จการ แต่เขาเป็นคนเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่คนอื่น เห็นอกเห็นใจคนอื่น ไม่เคยไปแผ่บารมี แสดงตัวเป็นเจ้าแม่เลย ไม่มีภาพอย่างนั้น แต่ด้วยความเห็นอกเห็นใจคนอื่น ทำให้คนอื่นเห็นใจและให้ความร่วมมือในการทำงาน" ถือเป็นการเคลียร์-คัท ตัดภาพลักษณ์ด้านลบออกจากศรีภริยาสุดเลิฟ ว่าที่สตรีหมายเลข 1 ของไทย แม้วันนั้น "สมชาย" ได้ปวารณาตัวว่าจะไม่เอาบารมีของภริยามาช่วยต่อยอดใดๆ แต่ความจริงที่เกิดขึ้นในวันนี้ ปฏิเสธไม่ได้ว่าการที่ "อนุบาลการเมือง" ได้พาสชั้นเลื่อนขั้นขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 26 ชนิดเหนือความคาดหมาย เป็นผลจากแรงสนับสนุนของ ส.ส.เหนือ พปช. ซึ่งล้วนแต่เป็นลูกน้องเก่าของ "นายใหญ่-เจ๊เล็ก" แทบทั้งสิ้น

         ในสถานการณ์ที่ประชาชนยังแบ่งออกเป็น 2 ขั้ว บุคลิกประนีประนอมของ "สมชาย" ผสานกับบารมีดั้งเดิมของ "ทักษิณ-เยาวภา" ทำให้บุรุษที่มาได้บอร์น ทู บี นักการเมือง ได้ก้าวขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 26 ของไทย สมใจภริยา!!!

สมชาย วงศ์สวัสดิ์ และ ครอบครัว



เปิดขุมทรัพย์นายกฯ คนที่ 26 สมชาย - เจ๊แดง 

         เปิดขุมทรัพย์ว่าที่นายกรัฐมนตรี คนที่ 26 สมชาย วงศ์สวัสดิ์ และ "เจ๊แดง" เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ไม่ธรรมดา!รวยจริง มีขุมข่ายธุรกิจนับสิบบริษัทกับสินทรัพย์เกือบ100 ล้าน 

         นาทีนี้หากไม่มีอุบัติเหตุ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน จะก้าวขึ้นเป็นนายกฯคนที่ 26 แห่งประเทศไทย หลังจากที่ประชุมคณะกรรมการบริการพรรคพลังประชาชนเมื่อ 15 กันยายน 2551 มีมติเห็นชอบให้ นายสมชาย เป็นผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกฯ 

         ล่าสุดในการประชุมสภาวันพุธที่ 17 กันยายนนี้ สภาฯ มีมติ 298 ต่อ163 เสียง งดออกเสียง 5 เสียง เลือกนายสมชาย เป็นนายกรัฐมนตรี เรียบร้อยแล้ว

         เส้นทางชีวิตและขุมข่ายธุรกิจของเขาถือว่าไม่ธรรมดา !

         นายสมชาย เป็นสามี นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ (เจ๊แดง) และเป็นน้องเขย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เกิดวันที่ 31 สิงหาคม 2490 พ่อชื่อ นายเจิม แม่ชื่อ นางดับ เป็นชาวนครศรีธรรมราช เติบโตมาจากผู้พิพากษา ได้รับแต่งตั้งเป็นปลัดกระทรวงยุติธรรม สมัยนายสุทัศน์ เงินหมื่น เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม (รัฐบาลนายชวน หลีกภัย) ต่อมาโยกเป็นปลัดกระทรวงแรงงาน และปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี สมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ

         หลังรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 พ.ต.ท.ทักษิณถูกโค่นอำนาจ พรรคไทยรักไทย ถูกยุบ นางเยาวภา ภรรยาติดอยู่ในบ้านเลขที่ 111 "สมชาย" ถูกดันเข้าสู่สนามการเมือง กระทั่งได้รับแต่งตั้งเป็นรองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ หลังจาก พรรคพลังประชาชน ชนะเลือกตั้ง วันที่ 23 ธันวาคม 2550  

         จากการตรวจสอบพบว่า ขุมข่ายธุรกิจของตระกูลวงศ์สวัสดิ์ มีกว่า 10 บริษัท บมจ.เอ็มลิงค์ เอเชีย คอร์ปอเรชั่น (MLINK) บมจ.วินโคสท์ อินดัสเทรียล (WIN) และธุรกิจนอกตลาดหลักทรัพย์ฯ 10 บริษัท ได้แก่  

          1.บริษัท วาย. ชินวัตร เทเลคอม ตัวแทนนายหน้าขายวิทยุ-โทรทัศน์ ก่อตั้งวันที่ 26 กรกฎาคม 2533 ทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท 

          2.บริษัท เอส.ดับบลิว เทเลคอม ให้บริการโทรศัพท์มือถือ ก่อตั้งวันที่ 18 ธันวาคม 2535 ทุนจดทะเบียน 10 ล้านบาท   

          3.บริษัท เอส.ที เทเลซิสเต็มส์ (ฟอร์จูน) ขายโทรศัพท์มือถือ ก่อตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2537 ทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท (เลิกกิจการในปี 2543)   

          4.บริษัท สตรองพอยท์ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด ผลิตเพลง สื่อวิทยุ และโทรทัศน์ ก่อตั้งวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2537 ทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท  

          5.บริษัท เทคนิค เทเลคอม จำกัด บริการขาย-ซ่อมโทรศัพท์มือถือ ก่อตั้งวันที่ 5 กันยายน 2537 ทุนจดทะเบียน 60 ล้านบาทเ 

          6.บริษัท ฟอร์จูน เวนเจอร์ จำกัด ขายโทรศัพท์มือถือ ก่อตั้งวันที่ 18 กันยายน 2537 ทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท  

          7.บริษัท เอ็มลิงค์ เอเชีย คอร์ปอเรชั่น ขายโทรศัพท์มือถือ ก่อตั้งวันที่ 18 กันยายน 2538 ทุนจดทะเบียน 200 ล้านบาท (จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2545)    

          8.บริษัท ที.ที.เทอร์มินอล ขายโทรศัพท์มือถือ ก่อตั้งวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2539 ทุนจดทะเบียน 10 ล้านบาท  

          9.บริษัท เทเลแม็กซ์ เอเชีย คอร์ปอเรชั่น ขายโทรศัพท์มือถือและชำระบริการค่าโทรศัพท์ในระบบ GSM เซลลูลาร์ 900 ก่อตั้งวันที่ 6 พฤษภาคม 2541 ทุนจดทะเบียน 30 ล้านบาท   

          10.บริษัท เอ็มแคปปิตอล โฮลดิ้ง จำกัด ก่อตั้งวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2546 ก่อตั้งทุนจดทะเบียน 10 ล้านบาท   

          11.บริษัท เอ็ม ช็อป โมบาย จำกัด ก่อตั้งวันที่ 13 มีนาคม 2546 ทุนจดทะเบียน 10 ล้านบาท 

         หลังจากธุรกิจมือถืออิ่มตัว กลุ่มวงศ์สวัสดิ์ ได้หันมาจับธุรกิจพลังงาน ในชื่อบริษัท อินนิค คอร์ปอเรชั่น จำกัด และบริษัท อินนิค เซอร์วิส จำกัด 

         จากการตรวจสอบพบว่า บริษัท อินนิค คอร์ปอเรชั่น เปลี่ยนชื่อมาจากบริษัทสตรองพอยท์ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ มีทุน 5 ล้านบาท ส่วนบริษัท อินนิค เซอร์วิส จดทะเบียน วันที่ 7 มิถุนายน 2549 ทุน 1 ล้านบาท 

         ทั้งสองบริษัทตระกูลวงศ์สวัสดิ์ ถือหุ้นร่วมกับ นายชาคริต เฉลิมวัฒน์ เจ้าของบริษัท สยาม ออยล์ โปรดักส์ จำกัด บริษัท ไอยรา อินเตอร์เทรด จำกัด และบริษัท ไทย เคมิคอล โปรดักส์ จำกัด ในสัดส่วน 60% ต่อ 40%  

         นายสมชาย แจ้งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตอนรับตำแหน่ง ส.ส. วันที่ 22 มกราคม 2551 ระบุว่า มีทรัพย์สิน 54.3 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินฝาก 22.6 ล้านบาท เงินลงทุน 346,000 บาท (บมจ.ซีเอส ล็อกซอินโฟ 100,000 หุ้น) ที่ดิน 8 แปลง 9.2 ล้านบาท บ้าน 2 หลัง 4 ล้านบาท ทรัพย์สินอื่น 18.1 ล้านบาท ไม่มีหนี้สิน 

         ขณะที่ เจ๊แดงมีทรัพย์สิน 39.9 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินฝาก 25,024 บาท เงินลงทุน 13,684 บาท (บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็มเอฟซี จำกัด 5,000 หุ้น)ที่ดิน 14 แปลง 22 ล้านบาท บ้าน 1 หลัง 2 ล้านบาท รถยนต์ 3 คัน มอเตอร์ไซค์ 3 คัน 734,000 บาท ทรัพย์สินอื่น 15.1 ล้านบาท หนี้สิน 101,005 บาท 

         รวม 2 คน 94.3 ล้านบาท  ไม่รวมทรัพย์สินของบุตร 3 คน คือ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ นางสาวชินณิชา วงศ์สวัสดิ์ ส.ส.เชียงใหม่ และนางสาวชยาภา วงศ์สวัสดิ์ 

         หลังจากมีกระแสข่าวว่า นายสมชาย ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี ช่วงเช้าวันที่ 15 กันยายน 2551 ราคาหุ้นของกลุ่มวงศ์สวัสดิ์ และกลุ่มชินวัตร มีความเคลื่อนไหวเชิงบวกทันที 

        บริษัท วินโคสท์ อินดัสเทรียล จำกัด (มหาชน) บวก 0.27 บาท หรือ 38% มาที่ 0.98 บาท, บริษัท เอ็มลิงค์ เอเชีย คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บวก 0.29 บาท หรือ 21% มาที่ 1.64 บาท, บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) (THCOM) บวก 0.20 บาท หรือ 3.64% มาที่ 5.70 บาท และบริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (SC) บวก 0.60 บาท หรือ 7.89% มาที่ 8.20 บาทหากนายสมชายเป็นนายกฯ ต้องคอยดูว่ากลุ่มวงศ์สวัสดิ์จะมีทิศทางต่อไปอย่างไร ? 
  


  
 
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
   
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก
- หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ 
- มติชนออนไลน์

เรื่องอื่นๆ
  1. พันธมิตร ฉุนข่าวฆ่าเห้-ขาโต๊ะ โวยบิดเบือน-จัดฉาก
  2. ผู้ชายนอนร่วมเตียงคนอื่น สติปัญญาจะลดลง
  3. เด็กชาย 2 ขวบ กลืนมะนาว-ติดคอตายอนาถ
  4. Twitter ของเล่นใหม่ของคนไอที
  5. ผู้ดีสยอง ปาร์ตี้ฆ่าหั่นศพ
  6. ตุ้ย AF3 ผ่าตัด งดใช้เสียง 2 อาทิตย์
  7. ภัยร้ายรายวัน : อีเมล์ลวง !
  8. พีค ยัน ณัฏฐ์ แอบปลื้ม แค่พี่น้อง
  9. เตรียมลุยโรงแรม จุดถ่ายคลิป ห้องน้ำ โฟร์-มด
  10. ผงะ! คลิปแฉคนงานมะกัน ทารุณหมู

เรื่องน่าสนใจ