HILIGHT NEWS

สลดเด็ก 12 ปี ป่วยประสาทถดถอย พบ 1 ในล้าน

รับแจ้งเตือนข่าวใหม่ ประเด็นฮิตทางมือถือ ฟรี คลิกที่นี่ <<




สลดเด็ก 12 ปี ป่วยประสาทถดถอย พบ 1 ในล้าน (กรุงเทพธุรกิจ)

           ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจาก นายสวงษ์ ใหม่ตัน ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านป่าตาล อ.เถิน ลำปาง ว่าพบเด็กนักเรียนชั้น ป.5 ชื่อ ด.ช.กฤษกรณ์ คำชัยวงศ์ หรือน้องจ๊าบ อายุ 12 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1 หมู่ 2 บ้านป่าตาล ต.เถินบุรี อ.เถิน ซึ่งเป็นลูกศิษย์เรียนเก่ง เคยสอบได้เกรด 4 ทุกวิชา และมีความฉลาดเกินวัยเหมือนผู้ใหญ่ ได้เกิดล้มป่วยด้วยโรคประหลาด อาการพัฒนาการทางสมองถดถอยเหมือนเด็กวัยทารก เริ่มจากอาการตาพร่ามัว มักจะเดินชนผนังห้องอยู่บ่อยๆ ครู และนักเรียนต้องช่วยกันดูแลขณะเข้าร่วมกิจกรรม พูดจาอ้อแอ้ไม่เป็นภาษา และเขียนหนังสือไม่ได้

           ทั้งนี้ พ่อแม่ญาติพี่น้องได้ช่วยกันพาตระเวนรักษาโรงพยาบาลของรัฐหลายแห่งแล้วแต่ไม่หาย โอกาสรอดริบหรี่ มีเพียงปาฏิหาริย์เท่านั้น โดยโรคนี้โอกาสที่คนจะเป็นได้มีเพียง 1 ในล้าน สุดท้ายต้องพากลับมารักษาตัวที่บ้านตามยถากรรม จนอาการทรุดหนักถึงขั้นเดินไม่ได้ และมีอาการเกร็งของกล้ามเนื้อตามอวัยวะของร่างกายอยู่บ่อยครั้ง จึงอยากจะขอวอนฝากสื่อมวลชนช่วยเป็นสื่อกลางในการประสานขอความช่วยเหลือจากผู้ใจบุญ ตลอดจนองค์กรการกุศล และหน่วยงานต่างๆ ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ เนื่องจากฐานะความเป็นอยู่ทางบ้านยากจน หลังทราบเรื่องทั้งหมดจึงได้ร่วมกันเดินทางไปตรวจสอบพร้อมคณะครู และนักเรียนจำนวนหนึ่ง

           ผู้สื่อข่าวจึงได้เดินทางไปที่ทบ้านพักของน้องจ๊าบ ซึ่งทำจากไม้ผสมปูน สูงชั้นเดียว สภาพเก่าชำรุดทรุดโทรม บริเวณหลังบ้านทำเป็นเพิงกระต๊อบมุงด้วยหญ้าคา พบเห็นนายบุญช่วย และนางนิภาวรรณ์ คำชัยวงศ์ อายุ 46 ปี พ่อแม่เด็ก และญาติๆ และกำลังช่วยกันใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดตามตัวของบุตร เนื่องจากมีอาการของไข้ขึ้นสูง และต้องประคองร่างของ น้องจ๊าบ พลิกตัวกลับท่าไปมาอยู่บ่อยๆ เพื่อไม่ให้ผิวหนังแห้งติดกับผ้าปูพื้น โดยมีอาการเริ่มทรุดหนักลงไปเรื่อยๆ รูปร่างผิวพรรณ จากที่เคยมีสุขภาพอ้วนท้วนสมบูรณ์แข็งแรง ผิวขาว กลับกลายเป็นตรงกันข้าม เหลือเพียงผิวหนังหุ้มโครงกระดูก ร่างกายผอมบาง เป็นที่เวทนา สงสารกับผู้พบเห็นยิ่งนัก

           นายบุญช่วย พ่อของเด็ก เปิดเผยถึงความทุกข์ยากในชีวิตที่บุตรชายเกิดล้มป่วยด้วยอาการทางระบบประสาทสมองว่า นับว่าเป็นความสูญเสียในชีวิตจากการที่มีบุตรชายมาแล้วถึง 2 คน ต่างก็มีอาการป่วยด้วยโรคประหลาดที่ทางการแพทย์ระบุว่า เป็นโรคระบบประสาทถดถอยเหมือนกันทั้งสองคน จนบุตรคนแรกเสียชีวิตลง และกำลังจะเสียบุตรคนที่สองอีกคน เพราะอาการที่เริ่มทรุดหนัก

           โดยเมื่อประมาณ 2 ปีก่อน ได้พาไปรักษายังโรงพยาบาลต่างๆ หลายจังหวัดแต่ก็ไม่หาย เป็นโรคที่รักษาได้ยากมากและคนทั่วไปมีโอกาสป่วยเป็นโรคนี้ 1 ในล้านคนเท่านั้น แต่หากจะหาทางช่วยรักษาบุตรชายหัวแก้วหัวแหวนคนสุดท้ายให้หายก็นับว่าเป็นความโชคดี ซึ่งก็ยังพอมีความหวังว่าแพทย์ไทยจะช่วยรักษาให้หายจากโรคนี้ได้ เชื่อว่าปาฏิหาริย์8ในโลกนี้มีจริง แต่ด้วยฐานะความเป็นอยู่ทางบ้าน ลำพังอาชีพกรรมกรรับจ้างทั่วไป หาเช้ากินค่ำ ไม่มีเงินทองที่ไหนจะใช้จ่ายค่ารักษาบุตร จึงอยากจะขอวิงวอนให้ผู้ใจบุญทั้งหลายได้ช่วยเหลือ จะเป็นพระคุณอย่างใหญ่หลวง

           นายบุญช่วย กล่าวว่า เมื่อตอนวัยหนุ่มหลังจากได้แต่งงานอยู่กินกันมา จึงตัดสินใจมีบุตรไว้สืบทอดสกุล โดยคนแรกเป็นเพศชาย ชื่อ ด.ช.ขจรศักดิ์ คำชัยวงศ์ หรือน้องเมท หลังคลอดได้อายุ 4 ขวบ ก่อนขึ้นเตรียมอนุบาล ได้ล้มป่วยด้วยโรคประหลาดดวงตามองไม่เห็นอะไรเลย ทั้งที่ตรวจสายตาก็เป็นปกติ หลังจากเข้าพาไปรักษาที่โรงพยาบาลในตัวอำเภอใกล้บ้าน และแพทย์ได้ส่งตัวเข้ารับการรักษายังโรงพยาบาลประจำจังหวัด แต่ไม่สามารถทราบว่าป่วยด้วยโรคอันใด จึงถูกส่งตัวเข้ารับการรักษายังโรงพยาบาลรามา ที่กรุงเทพฯ ซึ่งแพทย์ได้ทำการวินิจฉัยโรคตามอาการดูแล้ว แต่ไม่ยอมบอกว่าบุตรชายป่วยเป็นโรคอะไร บอกแต่เพียงเป็นโรคที่รักษายากและมีโอกาสป่วยด้วยโรคเพียง 1 ใน 1 ล้านรายเท่านั้น ไม่ได้พบบ่อยนัก และหากจะมีบุตร ถ้าเกิดเป็นเพศหญิงจะมีโอกาสรอดจากโรคนี้ค่อนข้างสูง แต่ถ้าหากเกิดเป็นเพศชายโอกาสรอดมีเพียง ร้อยละ 10 แต่ต้องรอให้อายุพ้นวัย 12 ปีไปแล้ว

           กระทั่งนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลได้ไม่นาน ซึ่งแพทย์ก็ได้ให้การรักษาอย่างสุดความสามารถแล้ว แต่อาการไม่ดีขึ้น จึงตัดสินใจพาบุตรกลับมารักษาตัวที่บ้าน ตามวิถีทางการแพทย์แผนไทยแต่ก็ช่วยยื้อชีวิตให้บุตรชายมีชีวิตอยู่ได้เพียง 2 ปี เท่านั้น นับว่าเป็นความสูญเสียครั้งแรกของครอบครัวที่บุตรชายได้มาจบชีวิตลงด้วยโรคที่รักษาไม่หาย หลังบุตรคนแรกเสียชีวิตลงได้ไม่นาน จึงพาภรรยาไปขอรับคำปรึกษาจากแพทย์ที่โรงพยาบาลเถิน เกี่ยวกับเรื่องวางแผนครอบครัว เพราะอยากจะมีบุตรคนที่ 2 กระทั่งมีการตรวจเลือดและตรวจสภาพร่างกายยืนยันว่าอาการปกติดี แพทย์ยืนยันว่าไม่น่าจะเป็นกังวล จึงตัดสินใจมีบุตรอีกคน คือ น้องจ๊าบ เป็นเพศชาย ที่มีนิสัยร่างเริง สดใส สภาพร่างกายสมบูรณ์แข็งแรงดี เลี้ยงง่าย มีความฉลาดหลักแหลม เรียนหนังสือเก่ง สอบได้เกรด 4 ทุกวิชา และเป็นที่รักใคร่ของเพื่อนฝูง ครูบาอาจารย์ และเป็นความหวังของครอบครัว

           นายบุญช่วย กล่าวต่อว่า จนกระทั่งบุตรเข้าเรียนอยู่ในระดับชั้น ป.4 ที่โรงเรียนประจำอำเภอ อายุได้ 10 ขวบ เริ่มมีอาการเครียด มักจะบ่นว่าถูกเพื่อนที่โรงเรียนแกล้ง ชอบแย่งหนังสือและลอกการบ้านบ้าง ซึ่งตนและภรรยาก็พยายามไปปรึกษากับทางโรงเรียนช่วยเป็นหูเป็นตาให้ เพราะเกรงว่าจะได้รับอันตราย แต่ก็ไม่เป็นผล ปรากฎว่าบุตรชายได้ตัดสินใจกระโดดอาคารเรียนชั้นสอง หวังฆ่าตัวตาย ร่างหล่นกระแทกพื้นดินได้รับบาดเจ็บ จึงช่วยกันพาส่งโรงพยาบาล

           อย่างไรก็ตาม โชคดีที่ได้รับบาดเจ็บเพียงกระดูกนิ้วเท้าแตกอย่างเดียวเท่านั้น หลังจากได้หายเป็นปกติแล้ว จึงพาบุตรชายย้ายโรงเรียนมาเรียนโรงเรียนใกล้บ้าน ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านเพียง 50 เมตรเท่านั้น จะได้มีเวลาเอาใจใส่ดูแลบุตรอย่างใกล้ชิด ในช่วงที่ปิดภาคเรียน ก่อนเลื่อนชั้นขึ้น ป .5 บุตรชายได้ขอให้พ่อแม่พาไปสมัครเข้าร่วมโครงการบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อน ซึ่งจัดขึ้นในช่วงเดือนเมษายน ประมาณ 2 ปีที่แล้ว เป็นกิจกรรมบรรพชา อุปสมบทหมู่ ซึ่งจัดโดย คณะสงฆ์อำเภอเถิน วัดล้อมแรด และสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดลำปาง เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระชนมายุครบ 80 พรรษา และในวโรกาสคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี จัดขึ้นที่วัดล้อมแรด อ.เถิน บรรพชาได้ 7 วันตลอดหลักสูตรจนลาสิกขา

           กระนั้น  ตลอดกิจวัตรที่เป็นสามเณร ได้อธิษฐานขออย่าให้เจ็บป่วยไข้และอุทิศส่วนบุญกุศลถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระเทพฯ หลังลาสิกขาได้ไม่นานดวงตาที่มีสภาพปกติ ก็เริ่มมองไม่เห็นเดินชนฝาผนัง มองไม่เห็นแม้แต่ตัวหนังสือ จึงบ่นพ้อถึงอาการป่วย สุดท้ายจึงพาไปรักษาที่โรงพยาบาลเถินและแพทย์ได้ส่งตัวเข้ารับการรักษายังโรงพยาบาลสวนปรุงและโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่

           โดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านสมอง คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ประจำโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ได้ทำการวินิจฉัยตามอาการ และผลจากการเอกซ์เรย์ ซึ่งพบว่าสมองส่วนกลางมีลักษณะหดตัว มีรอยแยกห่างออกจากกัน ซึ่งแสดงให้ทราบว่าการเจริญเติบโตของสมองมีพัฒนาการไม่ต่อเนื่อง เป็นลักษณะของการถดถอยลงจึงส่งผลทำให้ระบบประสาทส่วนกลางทำงานไม่เป็นปกติ เริ่มจากอาการมองไม่เห็นจนมีอาการเกร็งของระบบกล้ามเนื้อซึ่งโรคนี้สำหรับในประเทศไทยพบได้ยากมาก ต่างประเทศพบมาแล้ว เช่น ญี่ปุ่น

           ส่วนแนวทางการรักษามีแนวทางเดียว โดยวิธีการผ่าตัดปลูกถ่ายไขสันหลังใหม่ ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องใช้ความละเอียดอ่อนและอาศัยความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน โอกาสรอดมีเพียง ร้อยละ 50 คงต้องรอให้มีผู้มาบริจาคร่างกาย แต่ไม่รู้ว่าจะได้เมื่อใด แล้วจะเป็นไขสันหลังชนิดที่เข้ากันได้หรือไม่ต้องอาศัยระยะเวลา และโอกาสที่จะเสี่ยงด้วยภาวะโรคแทรกซ้อนเป็นไปได้ค่อนข้างสูง ซึ่งทีแรกตนและภรรยาไม่ยอมเชื่อ หากจะเข้ารับการรักษา ก็อดที่จะสงสารบุตรไม่ได้ เพราะตอนนั้นยังพูดคุยและเดินได้เหมือคนปกติ แต่ดวงตามองไม่เห็นอย่างเดียวเท่านั้น จึงตัดสินใจพาบุตรชายกลับมารักษาตัวด้วยการแพทย์แผนไทยที่บ้าน

           ประกอบกับได้รับยารักษากับทางโรงพยาบาลดังกล่าวส่งมาให้เป็นประจำทุกเดือน จนอาการทรุดหนัก อาการที่ไม่เคยปรากฏก็ปรากฏให้เห็นเด่นชัดตรงตามคำวินิจฉัยของแพทย์ ล่าสุดอาการทรุดหนักถึงขั้นนอนโทรมขยับเขยื้อนร่างกายไม่ได้ มีอาการกระตุกของกล้ามเนื้อ ขบเขี้ยวตลอดเวลา ทางบ้านต้องคอยผลัดเปลี่ยนช่วยกันดูแลปรนนิบัติเป็นเช่นนี้มาได้ 1 ปีมาแล้ว

           นายบุญช่วย กล่าวอีกว่า ทุกวันนี้เงินทองที่หามาได้ก็ต้องใช้จ่ายเป็นค่าอาหาร และต้องคอยดูแลปรนนิบัติบุตรสับเปลี่ยนกันดูแล ส่วนจะเดินทางไปหางานทำไกลบ้านก็ไม่อดที่จะเป็นห่วงบุตรชายไม่ไหว จึงหางานรับจ้างตามไร่ นา และอาชีพกรรมกรก่อสร้างไปวันๆ หากจะมีชีวิตที่ต้องลำบากเพราะทนทุกข์กาย และใจ ไม่เคยบ่นท้อ ขอแต่เพียงบุตรชายได้หายเจ็บไข้ กลับมาเป็นปกติตนก็พอใจที่สุดในชีวิตแล้ว หากโอกาสเป็นไปได้จึงอยากจะขอฝากสื่อมวลชนช่วยเป็นสื่อกลางประสานขอผู้ใจบุญในสังคมหาทางช่วยเหลือด้วย

           ด้านนายสวงษ์ ใหม่ตัน ผอ.โรงเรียนบ้านป่าตาล เปิดเผยว่า ทุกวันนี้ ด.ช.กฤษกรณ์ ยังถือว่าเป็นนักเรียนของโรงเรียนบ้านป่าตาล แม้ว่าในปัจจุบันนี้ได้ล้มป่วยนอนพักฟื้นที่บ้านมานานแล้วก็ตาม ตลอดระยะเวลาที่เด็กคนนี้เป็นนักเรียนมีอุปนิสัย และพฤติกรรมดีเด่นในด้านการเรียน เป็นเด็กที่เรียนหนังสือเก่ง โดยเฉพาะคุณธรรมจริยธรรม นับว่าเป็นแบบอย่างที่ดีของเยาวชนคนรุ่นใหม่ และมีความฉลาดหลักแหลมเหมือนผู้ใหญ่ และจะได้รับทุนการศึกษามาโดยตลอด

           ภายหลังอาการทรุดหนักจนล้มหมอนนอนเสื่อที่บ้าน ทางโรงเรียนก็พยายามส่งคณะครูอาจารย์หมั่นไปเยี่ยมปรอบขวัญให้กำลังใจ และเชื่อว่าวงการแพทย์จะสามารถหาทางช่วยเหลือให้หายเป็นปกติ จึงอยากจะขอวิงวอนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงผู้ใจบุญทั้งหลายช่วยหาทางช่วยเหลือครอบครัวน้องจ๊าบ ที่ยังต้องการความช่วยเหลือจากสังคม หรืออยากจะสนับสนุนเงินช่วยเหลือ ก็สามารถติดต่อผ่านมาทางโรงเรียนจะช่วยเป็นผู้ประสานให้ ที่เบอร์โทรศัพท์หมายเลข 086-1859820 ซึ่งเป็นหมายเลขโทรศัพท์มือถือของ ผอ.โดยตรง หรือ บัญชีเงินฝากธนาคารออมสิน สาขาเถิน ชื่อบัญชี นางนิภาวรรณ์ คำชัยวงศ์ มารดาของเด็ก เลขที่บัญชี 05-3504-20-051756-6 ซึ่งยังยังรอคอยความหวังจากผู้ใจบุญในสังคม






ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก


เรื่องอื่นๆ
  1. จ๊าก! โรนัลโด้ ทัดดอกไม้ชมพูแหวว สื่อผู้ดีแซว หนุ่มเมโทร
  2. เจ้าฟีม เร่งไม่ขึ้น รั้งอันดับ 14 พลาซินี เข้าวิน
  3. ในหลวงโปรดเกล้าฯ เปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ
  4. 17 Again
  5. เหลือเชื่อ! หญิงอิสราเอล นอนให้รถไฟทับ หนังเหนียวไม่ตาย
  6. รักต่างวัยของอึ่ง ชายหนุ่มวัย 26 กับ ทองสุข ยายวัย 73
  7. ผู้ชายไม่กล้าคบผู้หญิงที่เหนือกว่าตัวเอง..จริงหรือ?
  8. กระหึ่ม Wonder Gay เต้น Nobody คนคลิกดูเป็นล้าน
  9. กปน. แจ้ง 3 - 6 มิ.ย. น้ำประปาไม่ไหลหลายพื้นที่
  10. ต้น - นิธิวัฒน์ ได้ไอเดีย Dear Galileo จากชีวิตเด็กนอก

เรื่องน่าสนใจ