HILIGHT NEWS

ในหลวง ทรงถ่ายรูปศิริราชจุดเทียนชัย











สรุปประเด็นข่าวโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก ไทยรัฐ, เดลินิวส์ , มติชนออนไลน์, คมชััดลึก

          เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม เวลา 19.19 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีถวายเครื่องราชสักการะจุดเทียนชัยถวายพระพรชัยมงคลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 82 พรรษา 5 ธันวามหาราช ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง พร้อมนำประชาชนกล่าวถวายราชสดุดี จากนั้นพสกนิกรชาวไทยและต่างชาติจำนวนมากที่รวมใจกันสวมใส่เสื้อสีชมพูเต็ม พื้นที่ท้องสนามหลวงและยาวไปจนถึงถนนราชดำเนิน ต่างพร้อมใจกันจุดเทียนชัยถวายพระพรชัยมงคล จนแสงเทียนสว่างไสวไปทั่วบริเวณ พร้อมร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี สดุดีมหาราชา และเปล่งเสียงถวายพระพร "ทรงพระเจริญ" ดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ จากนั้นมีการจุดพลุ ดอกไม้ไฟเฉลิมพระเกียรติ

 
พสกนิกร เฝ้า ในหลวง


          ส่วนที่โรงพยาบาลศิริราช พสกนิกรทุกหมู่เหล่า รวมทั้งคณะแพทย์ พยาบาล โรงพยาบาลศิริราชและเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวัง ได้รวมตัวกันที่บริเวณศาลาท่าน้ำ โรงพยาบาลศิริราช ซึ่งเป็นจุดที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทอดพระเนตรลงมาเห็นได้จากที่ประทับ ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ เพื่อร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีและเพลงสดุดีมหาราชา ก่อนจุดเทียนชัยถวายพระพรชัยมงคลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา พุทธศักราช 2552

          ในการนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีพระราชดำรัสผ่าน รศ.นพ.สุรินทร์ ธนะพิทัศสิริ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศิริราช ให้ประชาชนที่มารอเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตั้งแต่ตอนเช้าได้มีโอกาสแสดงความจงรักภักดีด้วยการจุดเทียนชัยถวายพระพรที่บริเวณดังกล่าว ซึ่งความทราบถึงเบื้องพระยุคลบาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทอดพระเนตรลงมาและทรงถ่ายภาพพสกนิกรด้วยกล้องส่วนพระองค์

          ส่วนการลงนามถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนั้น เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังได้จัดตั้งโต๊ะลงนามถวายพระพร ณ ศาลาศิริราช 100 ปี โรงพยาบาลศิริราช เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนร่วมลงนามถวายพระพรอีกครั้ง หลังจากที่มีการงดลงนามถวายพระพรในช่วงเช้าวันที่ 5 ธันวาคม โดยจะเปิดให้ประชาชร่วมลงนามได้ในวันที่ 6 ธันวาคม เวลา 08.00 น.





          ขณะเดียวกัน สังคมคนไทยออนไลน์ทั่วโลกแสดงพลังความรัก สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวผ่านทวิตเตอร์ โดยในเวลา 20.29 น. วันที่ 5 ธันวาคม 2552 ได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ สามารถทำให้คำว่า #WeLoveKing ขึ้นอันดับหนึ่งในโลกทวิตเตอร์ที่มีการพิมพ์และค้นหามากที่สุดในโลกเป็นครั้งแรก มากกว่าคำว่า "คริสต์มาส" หลายช่วงตัว 

          ทั้งนี้ เมื่อเวลา 19.29 น. วันที่ 5 ธันวาคม ช่วงเวลาจุดเทียนชัยถวายพระพรชัยมงคล คนไทยทั่วโลกที่ใช้ทวิตเตอร์นับแสนคนได้ร่วมใจกันถวายพระพรพร้อมกันด้วยคำว่า "#WeLoveKing" จนกระทั่งในเวลา 20.29 น. คำว่า #WeLoveKing ได้ขึ้นอันดับหนึ่งบนทวิตเตอร์ ปรากฏอยู่ใน Trending Topics ซึ่งเป็นหมวดที่คนเข้าไปค้นหาและให้ความสนใจมากที่สุด ผ่านสายตาคนทั่วโลกที่ใช้ทวิตเตอร์ และเฟซบุ๊กรวมกันนับร้อยล้านคน


ในหลวง


          สำหรับ #WeLoveKing หมายถึง การที่มีคนสนใจที่จะเข้ามาถวายพระพรและแสดงความจงรักภักดี จะใช้ #WeLoveKing อยู่ในการส่งข้อความทวิต และในช่วงเวลานั้นมีผู้ใช้ทั่วโลกร่วมใจกันทวิตพร้อม ๆ กันจำนวนนับแสนครั้ง ทั้งนี้ #nowplaying ซึ่งเป็นข้อความเกี่ยวกับเกมต่าง ๆ ซึ่งกลุ่มคนเล่นเกมทั่วโลกใช้สนทนาได้ตกเป็นอันดับสอง

          ด้านสื่อต่างชาติต่างพากันรายงานข่าวพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยสำนักข่าวเอเอฟพี รายงานข่าวพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออกมหาสมาคม ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย เนื่องในพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม โดยได้หยิบยกพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รายงานไปทั่วโลก โดยเฉพาะประเด็นที่มีพระราชกระแสรับสั่งว่า "ความสุข ความสวัสดี ของข้าพเจ้าเกิดขึ้นได้ก็ด้วยบ้านเมืองของเรามีความเจริญ มั่นคง เป็นปกติสุข ความเจริญ"

          สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานด้วยว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวคือพลังแห่งเสถียรภาพตลอดช่วง 6 ทศวรรษที่อยู่ในราชบัลลังก์





          ด้านสำนักข่าวเอพีก็รายงานข่าวในทำนองเดียวกันแต่เสริมว่า พสกนิกรจำนวนมากมาที่โรงพยาบาลศิริราชกันตั้งแต่วันที่ 4 ธันวาคม เพื่อรอโอกาสที่จะได้เข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในวันที่ 5 ธันวาคม โดยผู้คนมากมายสวมเสื้อสีชมพู ซึ่งเริ่มเป็นที่นิยมกันตั้งแต่เมื่อ 2 ปีก่อน หลังจากที่มีการทำนายว่า สีชมพู เป็นสีที่ดีต่อพระพลานามัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว บางคนแม้ว่าจะมีวัยกว่า 80 ปีแล้ว ก็ยังอุตส่าห์เดินทางมาจากภาคอีสานของไทย เพื่อร่วมถวายพระพรชัยมงคล และบางคนก็ปฏิบัติเช่นนี้ทุกปี นานถึงกว่า 40 ปีแล้ว

          สำนักข่าวเอพีรายงานด้วยว่า ในโอกาสเช่นนี้เป็นโอกาสให้คนไทยได้ปัดเอาความเห็นที่ขัดแย้งในทางการเมืองออกไป และกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง ซึ่งการแสดงถึงความสามัคคีแบบนี้เริ่มหาได้ยากตลอดช่วง 3 ปีที่ผ่านมา

          สำนักข่าวดีพีเอรายงานว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นเสาหลักสำคัญสำหรับเสถียรภาพทางการเมือง ระยะยาวของประเทศ และแม้พระองค์จะไม่มีอำนาจในการบริหาร แต่พระราชภารกิจด้านการพัฒนาที่ทรงปฏิบัติมาตลอด ทำให้พระองค์ทรงเป็นที่รักและเคารพของประชาชน และได้รับการยกย่องว่า ทรงเป็นผู้บุกเบิกปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ที่สหประชาชาติให้การยอมรับ ทั้งยังทรงมีบทบาทสำคัญในการไกล่เกลี่ย ในยามที่การเมืองของไทยมีปัญหา สามารถนำความสงบกลับมาสู่ประเทศหลายต่อหลายครั้ง

          ด้านสำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า แม้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะเสด็จฯ ออกจากโรงพยาบาลเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ แต่ก็เป็นความหวังให้แก่คนไทยหลายล้านว่าพระองค์จะทรงหายจากพระอาการประชวร โดยเร็ว


ขอขอบคุณข้อมูลจาก


เรื่องอื่นๆ
  1. ชิล เอฟเอ็ม 89 ชวนแฟน ๆ ไปนั่งชิลริมทะเล ส่งท้ายปี
  2. อ้างเป็น ข้าราชการ แอบถ่าย คลิป ด.ญ. 8 ขวบ เข้าห้องน้ำ
  3. เผยภาพถ่าย ดาวเคราะห์เย็นที่สุด นอกระบบสุริยะ
  4. รวบตัว 2 โจ๋ ข่มขืน เด็กหญิง มาราธอน 4 วัน จนท้อง
  5. นางฟ้า หาไวน์
  6. ครม.เนปาล ประชุมบน เอเวอเรสต์
  7. โจ๋มะกันโหด ฆ่าน้อง เพราะอยากเป็น ฆาตกรต่อเนื่อง
  8. ฟลุค เศร้าทะเลาะพ่อ เหตุคนใส่ไฟ
  9. ปิ่น แจงข่าว โบ TK มือที่ 3 ทำเลิก เจ สุดมั่ว
  10. เกียรติกร แจ้นสมัครสมาชิก เพื่อไทย

เรื่องน่าสนใจ