HILIGHT NEWS

อดีต ปธน.ปากีสถาน รับมีเอี่ยวในการโจมตีด้วยโดรนของสหรัฐฯ


เปอร์เวซ มูชาร์ราฟ


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก samaa.tv

            อดีตประธานาธิบดีของปากีสถานได้ออกมายอมรับต่อสาธารณะชนเป็นครั้งแรกว่า รัฐบาลของเขามีส่วนรู้เห็นในการโจมตีด้วยเครื่องบินไร้คนขับ (drone) ของสหรัฐฯ ที่สังหารผู้คนในปากีสถานไปไม่ต่ำกว่า 1,990 คน

            วันนี้ (12 เมษายน) สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น รายงานจากกรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถาน ว่า อดีตประธานาธิบดีเปอร์เวซ มูชาร์ราฟ ได้ออกมายอมรับแล้วว่ารัฐบาลของเขา ได้ทำการลงนามลับในแผนการโจมตีด้วยเครื่องบินไร้คนขับ (drone) ของสหรัฐฯ ซึ่งนี่เป็นครั้งแรกที่ปากีสถานได้ออกมายอมรับเรื่องนี้ต่อสาธารณะอย่างเป็นทางการ หลังจากที่ผู้นำปากีสถานได้ประณามการโจมตีโดยเครื่องบินไร้คนขับของสหรัฐฯ ที่ไม่ได้รับอนุมัติจากปากีสถานมาเป็นเวลานาน และยืนยันมาตลอดว่าพวกเขาเองไม่ได้มีส่วนร่วมกับแผนการโจมตีนั้น

            อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะออกมารับสารภาพว่ารัฐบาลมีเอี่ยวกับการโจมตีดังกล่าวแล้ว แต่มุซาร์ราฟก็ยังคงยืนยันว่า รัฐบาลปากีสถานไม่ได้ตรวจสอบการโจมตีหรืออนุมัติในทุก ๆ ปฏิบัติการ แต่ได้อนุมัติเพียงบางครั้งที่เป้าหมายแยกตัวออกมาและจะไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินต่าง ๆ โดยที่ในการอนุมัติโจมตีแต่ละครั้งนั้นต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขว่า เข้าโจมตีต่อเมื่อไม่มีเวลาพอที่กองกำลังของปากีสถานจะบุกเข้าโจมตีได้ทันเท่านั้น ทั้งนี้จะต้องมีการพูดคุยร่วมกับกองกำลังและหน่วยสืบราชการลับของปากีสถานก่อนด้วย

            โดยมูชาร์ราฟยังกล่าวว่า "แม้การโจมตีจะไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยครั้ง แต่บางครั้งเราก็ไม่สามารถยับยั้งการโจมตีนั้นได้ เพราะสถานการณ์มันขึ้นลงตลอดเวลาและเปลี่ยนแปลงได้ง่ายมาก มีทั้งศัตรูผู้ประสงค์ร้าย ภูเขา และพื้นที่ซึ่งเราไม่สามารถเข้าถึงได้ "

            นอกจากนี้มูชาร์ราฟยังเผยอีกว่า หนึ่งในผู้ที่ถูกสังหารโดยเครื่องบินไร้คนขับของสหรัฐฯ นั้นก็คือ เนก มูฮัมหมัด ผู้นำชนเผ่าและผู้ต้องหา ซึ่งซุกซ่อนกลุ่มผู้ก่อการร้ายอัลกออิดะห์ไว้ในเขตชายแดนตะวันตกของปากีสถาน ซึ่งเมื่อมิถุนายน ค.ศ. 2004 แหล่งข่าวกรองปากีสถานได้เคยเปิดเผยถึงการเสียชีวิตของมูฮัมหมัดว่าเกิดจากการที่กองกำลังปากีสถานได้ปล่อยขีปนาวุธเข้าไปในบ้านที่เขาพักอาศัยอยู่

            และจากคำสารภาพของอดีตประธานาธิบดีว่ามีส่วนรู้เห็นในการโจมตีโดยเครื่องบินไร้คนขับของสหรัฐฯ ที่สังหารผู้คนในปากีสถานไปไม่ต่ำกว่า 1,990 คน รวมทั้งพลเรือนอีกหลายร้อยคนนับตั้งแต่ปี ค.ศ. 2004 ขณะที่มูชาร์ราฟยังดำรงตำแหน่งเป็นประธานาธิบดีนั้น ทำให้ เรห์มาน มาลิก ประธานาธิบดีคนปัจจุบันของปากีสถาน ออกมาต่อว่ามูชาร์ราฟ ว่า "ในวันนี้มหาอำนาจของโลกจะมีวิถีทางของเขาเองแล้ว โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมใด ๆ จากปากีสถานอีกต่อไป"

            เมื่อย้อนกลับไปในปี ค.ศ. 2008 เอกอัครราชทูตปากีสถาน แอนน์ แพตเตอร์สัน ได้เคยกล่าวถึงการอภิปรายเกี่ยวกับการโจมตีจากเครื่องบินไร้คนขับ ในระหว่างการประชุมที่มาลิกและนายกรัฐมนตรีในขณะนั้นเข้าร่วมด้วย ว่า "มาลิกได้คาดว่าเราถูกกล่าวหาว่าถือหางหน่วยโจมตีจากสหรัฐฯ หลังจากการดำเนินการใน บาจาอูร แต่ประธานาธิบดีมูชาร์ราฟก็ได้ปัดคำพูดของเขาทิ้ง และกล่าวว่า เขาไม่สนใจถ้าพวกสหรัฐฯ จะทำเช่นนั้น ตราบใดก็ตามที่สหรัฐฯ ล่าเป้าหมายถูกคน ซึ่งปากีสถานจะต้องประท้วงเรื่องนี้ในสมัชชาแห่งชาติก่อน แล้วก็เมินมันไปซะ"





เรื่องอื่นๆ
  1. ปชป. แนะ ยิ่งลักษณ์ ทบทวนผลงาน ย้ำ อยู่ครบวาระ ต้องยุติแก้ รธน.
  2. อากาศร้อนเป็นเหตุ ไฟไหม้ห้องจ่ายไฟสำรองเชียงใหม่ ซู อควาเรียม
  3. Google Sky เปิดแผนที่จักรวาล พาท่องอวกาศ
  4. พ่อค้าลูกชิ้นชวนเพื่อนบ้านตัดถังน้ำมัน 200 ลิตร เกิดบึ้มสนั่น เจ็บ 2
  5. ปีแสง คืออะไร ระยะทางเท่าไหร่ มาดูกัน
  6. สุรพงษ์ ไม่กังวลแจงศาลโลก เชื่อยุติธรรม-ห่วงม็อบชายแดน
  7. คู่รักออสซี่เพี้ยน แกล้งมีเซ็กส์กลางถนนให้กูเกิลสตรีทวิวจับภาพ
  8. ภรรยา พล.อ.ร่มเกล้า โพสต์คลิป ครบรอบ 3 ปี การจากไปของสามี
  9. ทอร์นาโดลูกใหญ่ถล่มสหรัฐฯ ดับแล้วอย่างน้อย 1 ราย
  10. สุกำพล ย้ำแก้ใต้ถูกทาง-ไม่พบป่วนสงกรานต์

เรื่องน่าสนใจ