นาทีซึ้งใจ พ่อได้ลูกสาวคืนสู่อ้อมกอดอีกครั้ง หลังหายตัวไป พลัดพรากถึง 13 ปี

          สาวจีนหายตัวไปก่อนมีครอบครัวชาวอเมริกันรับไปเลี้ยง พลัดพรากจากครอบครัวที่แท้จริงไปนาน 13 ปี ได้หวนกลับคืนอ้อมกอดอีกครั้ง ทำน้ำตาล้นเอ่อไปตามกัน

พลัดหลงครอบครัว
ภาพจาก hk01.com

          เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2561 เว็บไซต์เซี่ยงไฮ้อิสต์ เผยเรื่องราวชวนซึ้งใจ ระบุว่า เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ไคลีย์ โบเวอร์ส หญิงสาวสัญชาติอเมริกัน เชื้อสายจีน วัย 18 ปี ได้หวนกลับคืนสู่อ้อมกอดของครอบครัวที่แท้จริงในประเทศจีน ภายหลังจากหายตัวไปเมื่อ 13 ปีก่อน จากนั้นชะตาชีวิตของเธอกลับพลิกผัน มีครอบครัวชาวอเมริกันรับไปเลี้ยงเป็นลูกบุญธรรม และเธอก็ไม่ทราบข้อมูลเกี่ยวกับครอบครัวผู้ให้กำเนิดเลย

          ย้อนกลับไปเมื่อเดือนพฤษภาคม 2548 เลี่ยง ฮัว ผู้เป็นพ่อของ ไคลีย์ หรือชื่อเดิมคือ เลี่ยง จิงหลาง อายุเพียง 5 ขวบ ได้ไปรับเธอมาจากบ้านเกิดในเมืองเหลยโจว ในมณฑลกวางตุ้ง เดินทางมายังเขตชุ่นเต๋อ ในเมืองฝอซาน ซึ่งเป็นสถานที่ที่เขาทำงานอยู่ เขาต้องการให้ลูกสาวมาอยู่ด้วย แต่ทางหอพักคนงานไม่อนุญาต เขาจึงนำลูกสาวไปฝากให้อาศัยที่บ้านของน้องชาย ซึ่งอยู่ที่เมืองใกล้ ๆ แทน

พลัดหลงครอบครัว
ภาพจาก hk01.com

          กระทั่งเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม ปีเดียวกันนั้น อยู่ ๆ เด็กหญิงเกิดอาการคิดถึงบ้านมาก จึงแอบหนีออกจากบ้านน้าชาย เพื่อเดินทางกลับไปยังเมืองเหลยโจ ก่อนจะหายตัวไปไม่มีใครติดต่อได้ หลังจากนั้นในวันเดียวกัน มีหญิงสูงวัยพบเห็นเด็กหญิงเดินเตร็ดเตร่อยู่แถวสะพานแห่งหนึ่ง จึงพาเธอไปส่งที่โรงพักท้องถิ่น แต่เธอไม่เข้าใจภาษาที่ตำรวจเขตนั้นพูดกัน เนื่องจากเธอเข้าใจเพียงภาษาถิ่นที่บ้านเกิดตัวเอง

          หลังจากนั้น เด็กหญิงเลี่ยงก็ถูกส่งตัวไปยังหน่วยงานดูแลสวัสดิการเกี่ยวกับเด็กของเด็กท้องถิ่นเมืองจงซาน และได้ชื่อใหม่ว่า จง เฟิงหมิน และอยู่ในความดูแลของหน่วยงานดังกล่าวเป็นเวลานาน 2 ปี ก่อนจะถูกส่งตัวไปยังศูนย์สงเคราะห์เด็ก และในที่สุดเมื่อปี 2555 ก็มีครอบครัวชาวอเมริกันใจดี มารับเธอไปเลี้ยงเป็นลูกบุญธรรม จากนั้นเธอได้ย้ายไปใช้ชีวิตใหม่กับครอบครัวที่เมืองชิคาโก สหรัฐฯ พร้อมชื่อใหม่ว่า ไคลีย์ โบเวอร์ส ซึ่งใช้มาจนถึงปัจจุบัน

พลัดหลงครอบครัว
ภาพจาก hk01.com

          ขณะที่ทาง เลี่ยง ฮัว ผู้เป็นพ่อ ภายหลังจากที่ทราบว่าลูกสาวหายตัวไป ก็พยายามตามหาลูกสาวไปทั่วในหลาย ๆ เมือง นานติดกันตลอด 7 ปี เพื่อหวังว่าจะพบตัวลูกสาวสุดที่รัก แต่ก็ไร้วี่แวว เขายอมแม้กระทั่งลาออกจากงาน เพื่อตามหาลูกสาวที่หายไปอย่างเต็มความสามารถ แต่สุดท้ายเขาก็ต้องกลับไปทำงานต่อ เนื่องจากต้องหาเงินเลี้ยงครอบครัว แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้นเขาและภรรยาก็ไม่ยอมแพ้ ยังมีความหวังว่าสักวันจะได้เจอหน้าลูกสาวอีกครั้ง

          จนกระทั่งเมื่อเดือนพฤษภาคม 2561 เลี่ยงได้เห็นโพสต์ที่เกี่ยวข้องกับลูกสาวของเขาในเว็บไซต์หนึ่ง โพสต์นั้นบอกเล่าเรื่องราวที่ผ่านมาของไคลีย์ที่กำลังตามหาพ่อแม่แท้ ๆ และแล้วเลี่ยงก็ได้ติดต่อไปหาไคลีย์ผ่านทางแอปพลิเคชันวีแชท เขาถามคำถามเกี่ยวกับตัวเธอมากมาย พร้อมทั้งเล่าความทรงจำวัยเด็กบางอย่างให้เธอฟัง เพื่อที่จะพิสูจน์ว่าเธอใช่ลูกสาวของเขาหรือไม่ จนในที่สุดเธอก็จำได้และกล่าวออกมาว่า "คุณคือพ่อของหนู" พร้อมกับหลั่งน้ำตาออกมาขณะที่กำลังนั่งอยู่ในชั้นเรียน

พลัดหลงครอบครัว
ภาพจาก hk01.com

          สัปดาห์หลังจากนั้น ผลการตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอโดยทางเจ้าหน้าที่ ยืนยันว่า ไคลีย์ และเลี่ยง มีความสัมพันธ์กันทางสายเลือด และไคลีย์คือลูกสาวที่พลัดพรากจากไปนานถึง 13 ปี

          ในที่สุดเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ไคลีย์ก็ได้เดินทางจากสหรัฐฯ กลับมายังบ้านเกิดที่ประเทศจีน โดยลงเครื่องที่ท่าอากาศยานนานาชาติกว่างโจว ไป๋ยหวิน และแล้วพ่อและลูกสาวก็ได้เจอกันในที่สุด ต่างโผเข้ากอดและหอมแก้มกันด้วยความคิดถึงสุดหัวใจ ท่ามกลางความปลื้มปีติยินดีของครอบครัว ที่ต่างกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ การรอคอยยาวนาน 13 ปี ได้จบสิ้นลงเสียที

พลัดหลงครอบครัว
ภาพจาก hk01.com

          ขณะที่ทางด้านแม่บุญธรรมของไคลีย์ เผยกับรายงานระบุว่า "ฉันรู้สึกแฮปปี้มาก ๆ เพราะไคลีย์มักจะคอยตามหาครอบครัวที่แท้จริงอยู่เสมอ ฉันบอกกับเธอว่ามันเป็นเรื่องที่ดี ที่จะมี 2 ครอบครัวที่รักเธอ จาก 2 ประเทศที่อยู่คนละซีกโลกเช่นนี้"

พลัดหลงครอบครัว
ภาพจาก hk01.com

เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
นาทีซึ้งใจ พ่อได้ลูกสาวคืนสู่อ้อมกอดอีกครั้ง หลังหายตัวไป พลัดพรากถึง 13 ปี โพสต์เมื่อ 5 กรกฎาคม 2561 เวลา 07:38:08 37,637 อ่าน
TOP