รุ่งโรจน์ ไทยนิยม นักสู้ผู้พิการ แชมป์เทเบิลเทนนิสพาราลิมปิกเกมส์







เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก รายการวีไอพี โพสต์โดยคุณ CutelyBearEntTV1 สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม

           หลายเดือนก่อน เรายังจะได้ยินชื่อของ รุ่งโรจน์ ไทยนิยม นักกีฬาดีกรีแชมป์เทเบิลเทนนิสพาราลิมปิกเกมส์ ที่สามารถสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยได้อย่างน่าภาคภูมิใจ จากการแข่งขันพาราลิมปิกเกมส์ 2012 ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ


           ซึ่งความสำเร็จที่เกิดขึ้นแน่นอนว่าต้องมาจากแรงบันดาลใจและกำลังใจที่สำคัญที่ช่วยผลักดันให้คนพิการคนหนึ่งสามารถฮึดสู้จนกลายเป็นคนที่มีชื่อเสียงระดับประเทศได้ และวันนี้เราก็จะไปพูดคุยกับ รุ่งโรจน์ ไทยนิยม กันค่ะ

           สำหรับ รุ่งโรจน์ ไทยนิยม วัย 25 ปี ขณะนี้เรียนอยู่ชั้นปี 3 สาขาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ มหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิต เขาเป็นลูกชายคนเล็ก มีความพิการแขน-ขาลีบ เนื่องจากแม่คลอดเขาก่อนกำหนดขณะที่อุ้มท้องได้ 6 เดือน ทำให้เกิดมามือเท้างอ ซึ่ง พ.ต.ท.ชยานันท์ ไทยนิยม คุณพ่อของเขา ให้กำลังใจและทุ่มเทดูแลเป็นอย่างดี และแน่นอนว่าด้วยความพิการทำให้เขากลายเป็นปมด้อยถูกล้อเลียนจากเพื่อน ๆ อยู่เสมอ แต่จากความกดดันครั้งนี้ก็ทำให้รุ่งโรจน์เกิดแรงฮึดสู้ขึ้นมาว่า "สักวันหนึ่งเพื่อน ๆ จะต้องไม่เรียกเขาแบบนี้"


           แต่ทั้งนี้ อาจจะเรียกได้ว่ารุ่งโรจน์เติบโตมาพร้อมกับปิงปองเลยก็ว่าได้ เนื่องจาก พ.ต.ท.ชยานันท์ ไทยนิยม คุณพ่อของเขาเป็นผู้จัดการทีมเทเบิลเทนนิสของตำรวจ ทำให้ลูกชายคนเล็กได้ติดสอยห้อยตามไปด้วยบ่อย ๆ และแอบดูรุ่นพี่ตีปิงปองเป็นประจำ เนื่องจากไม่กล้าตีด้วยความอายที่เป็นคนพิการ พ่อของเขาจึงจัดการพาไปเข้าโรงยิมให้ซ้อมร่วมกับคนอื่น ๆ จนกระทั่งวันที่คัดเลือกนักกีฬาพิการไปแข่งที่ญี่ปุ่น (ซึ่งทราบภายหลังว่าเป็นการแข่งขันชิงแชมป์เอเชีย เพื่อคัดเลือกไปแข่งพาราลิมปิกเกมส์ ที่กรุงเอเธนส์) เขาสามารถเอาชนะแชมป์เก่าได้ นั่นจึงกลายเป็นก้าวแรกที่ทำให้เขาได้ก้าวเข้าสู่วงการเทเบิลเทนนิสอย่างเต็มตัว

           อย่างไรก็ตาม แม้ว่าผลการแข่งขันชิงแชมป์เอเชียจะออกมาแพ้ แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้รุ่งโรจน์เสียใจเลยแม้แต่น้อย มันกลับทำให้เขารู้สึกดีใจที่ได้รับโอกาสดังกล่าวและมีแรงบันดาลใจที่จะพัฒนาตัวเองให้ดีมากขึ้นไปอีก

           หลังจากนั้น ร.ต.อ.สุริยะ พ่วงสมบัติ (โค้ชคนปัจจุบัน) ซึ่งเป็นลูกน้องของพ่อของรุ่งโรจน์ ได้เสนอตัวสอนปิงปองให้ ซึ่งโค้ชก็ฝึกรุ่งโรจน์เฉกเช่นเดียวกับคนปกติทั่วไป ไม่เคยคิดว่าเขาเป็นคนพิการ และไม่ว่าคนปกติจะฝึกหนักอย่างไร รุ่งโรจน์ก็ต้องฝึกหนักเช่นกัน โดยเฉพาะการวิ่งรอบสนามเพื่อทำให้ขาแข็งแรงสำหรับการเคลื่อนไหวในการเล่นเทเบิลเทนนิส แม้ว่าช่วงแรกเขาจะท้อและวิ่งไม่ได้แต่ในที่สุดเขาก็พยายามจนสำเร็จ โดยพ่อของรุ่งโรจน์ ได้กล่าวให้กำลังใจเขาเสมอว่า "ถ้ารักกีฬานี้แล้ว ถึงแม้ร่างกายจะพิการ แต่หากเล่นกีฬาได้เก่ง ก็สามารถสร้างชื่อเสียงให้วงศ์ตระกูลและประเทศชาติได้"

           รุ่งโรจน์ สามารถพัฒนาฝีมือได้อย่างก้าวกระโดด คว้าแชมป์ใหญ่-เล็ก ทั้งในระดับชาติและนานาชาติ จนปัจจุบันรั้งอันดับ 3 ของโลก และล่าสุดก็สามารถคว้าแชมป์พาราลิมปิกเกมส์ 2012 มาครอง แม้จะเคยพ่ายแพ้และท้อใจจากความล้มเหลวในการแข่งโอลิมปิกที่จีนมาแล้วเช่นกัน

           ทั้งนี้ รุ่งโรจน์ เปิดเผยด้วยว่า สิ่งที่ทำให้เขาประสบความสำเร็จในวันนี้ ก็คือ ครอบครัว ที่ให้กำลังใจมาโดยตลอด และไม่เคยทำให้เขารู้สึกว่าเขาเป็นคนพิการ และเขาก็ได้พิสูจน์ให้สังคมได้เห็นแล้วเช่นกันว่า คนพิการก็สามารถสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศได้ และที่สำคัญเขาสามารถทำให้เพลงชาติไทยกระหึ่มกึกก้องในลอนดอนได้เช่นกัน

           ขณะที่คุณพ่อของรุ่งโรงจน์ ก็ฝากแง่คิดให้กับคุณพ่อคนอื่น ๆ เช่นกันว่า "หากมีลูกพิการ อย่าเก็บลูกไว้ในบ้าน อย่าอายสังคม อย่าอายเพื่อนบ้าน พาลูกออกมาเรียนรู้สังคมภายนอก ยอมรับในสิ่งที่เขาเป็น"

           เห็นแบบนี้แล้วก็ต้องขอปรบมือดัง ๆ ให้กับ รุ่งโรจน์ แชมป์พาราลิมปิกเทเบิลเทนนิสคนล่าสุด ที่เขาไม่เพียงแต่ชนะใจตัวเอง สามารถเอาชนะคำดูถูกเหยียดหยามจากสังคมได้แล้ว แต่เขายังชนะใจคนทั้งประเทศในฐานะนักกีฬาผู้สร้างชื่อเสียงให้ประเทศอย่างน่าภาคภูมิใจอีกด้วยเช่นกันค่ะ


ติดตามข่าว พาราลิมปิกเกมส์ 2016 ทั้งหมด








เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
รุ่งโรจน์ ไทยนิยม นักสู้ผู้พิการ แชมป์เทเบิลเทนนิสพาราลิมปิกเกมส์ โพสต์เมื่อ 4 ธันวาคม 2555 เวลา 15:53:03 8,377 อ่าน
TOP