x close

I Am Plastic: โลกใบใหม่ของน้องพลาสติก

          จะเป็นอย่างไร...เมื่อ "พลาสติก" ที่หลายคนมองว่าเป็นเพียงขยะที่ไร้ค่า กำลังจะมีชีวิตใหม่ สร้างประโยชน์ได้อย่างไม่รู้จบด้วยระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน "Circular Economy"

          มาถึงวันนี้ทุกคนคงรู้จัก "พลาสติก" อย่างฉันมากขึ้นแล้ว (I Am Plastic : ความในใจของน้องพลาสติก) และรู้ว่าฉันสามารถนำกลับมาใช้ซ้ำ สร้างประโยชน์ให้โลกใบนี้ได้อีกไม่น้อย (I Am Plastic : คำขอร้องจากน้องพลาสติก) แต่ถ้าทุกคนยังเมินเฉย ทิ้งขว้างกัน ฉันก็ยังหนีไม่พ้นที่จะถูกคนเข้าใจผิดว่าเป็นตัวทำลายสิ่งแวดล้อม ทั้งที่จริงแล้วฉันไม่ใช่ต้นตอทำลายสิ่งแวดล้อม แต่มนุษย์ผู้ขาดความรับผิดชอบต่างหากที่ทิ้งขว้างจนฉันกลายเป็นขยะ

  • พลาสติกถูกผลิตเป็นจำนวนกว่า 311 ล้านตันต่อปี แต่ร้อยละ 70 ของพลาสติกเหล่านั้น มีจุดจบอยู่ตามที่ทิ้งขยะหรือแหล่งน้ำ (ที่มา)
  • มีพลาสติกเพียงร้อยละ 5 เท่านั้น ที่ถูกรีไซเคิลนำกลับมาใช้ใหม่ได้อย่างสมบูรณ์ (ที่มา)  
  • ในแต่ละปีมีขยะพลาสติกกว่า 8 ล้านตันถูกทิ้งลงทะเลทั่วโลก ซึ่งประเทศไทยติดอันดับ 6 ของประเทศที่มีขยะไหลลงสู่ทะเลมากที่สุดในโลก ด้วยปริมาณกว่า 150,000-410,000 ตันต่อปี (ที่มา)
  • องค์การยูเนสโกคาดว่าในแต่ละปีมีนกทะเลตายเพราะพลาสติกกว่า 1 ล้านตัว และยังมีสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่อาศัยอยู่ในทะเลอีกกว่า 100,000 ชีวิต ที่ต้องสังเวยไปกับการกินเศษพลาสติก (ที่มา)
  • มูลนิธิเฝ้าระวังด้านสิ่งแวดล้อมเอลเลน แมคอาร์เธอร์ คาดว่าในปี ค.ศ. 2050 ขยะพลาสติกในมหาสมุทรทั่วโลกจะมีมากกว่า 24 ล้านตัน ซึ่งมากกว่าจำนวนปลาที่มีอยู่ (ที่มา)
Circular Economy

          เพื่อไม่ให้ขยะพลาสติกเพิ่มจำนวนมากไปกว่านี้ หลายบริษัททั่วโลกจึงเริ่มปรับตัวนำระบบ Circular Economy หรือ เศรษฐกิจหมุนเวียน มาใช้ดำเนินธุรกิจตั้งแต่ต้นทางเลย ด้วยการสร้างผลิตภัณฑ์ให้กลับมาใช้ใหม่ได้อีกหลายครั้ง แล้วขยะก็จะน้อยลง

          มาติดตามไปด้วยกันว่า Circular Economy จะช่วยให้พลาสติกอย่างฉันมีชีวิตใหม่ที่สร้างคุณค่าต่อไปได้อย่างไรบ้าง
Circular Economy กำลังจะเปลี่ยนโลก
          ทุกวันนี้ ไม่ว่าเราจะดื่ม กิน ใช้ผลิตภัณฑ์อะไร ล้วนตักตวงมาจากธรรมชาติ เมื่อหมดประโยชน์ก็ถูกทิ้งขว้างเป็นขยะ จนทรัพยากรร่อยหรอ โมเดลการดำเนินธุรกิจแบบ Circular Economy หรือ ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน จึงเป็นเทรนด์ใหม่ที่ผุดขึ้นมาเพื่อลดการใช้ทรัพยากรลงและลดปริมาณขยะไปพร้อม ๆ กัน รวมถึงขยะพลาสติกด้วยนะ

Circular Economy เทรนด์นี้ดีกว่าเดิม

          ว่าแต่...Circular Economy คืออะไรล่ะ ? ลองนึกภาพตามง่าย ๆ คือ เมื่อก่อน ผู้ผลิตมักผลิตสินค้าจำนวนมาก ๆ เพื่อเพิ่มกำไร จึงต้องใช้ทรัพยากรมากตามไปด้วย ตามระบบเศรษฐกิจเส้นตรง ที่เรียกว่า "Linear Economy" คือการนำทรัพยากรมาใช้ (Take) →  ผลิตสินค้า (Make) → เมื่อใช้เสร็จก็ทำลายทิ้งเป็นขยะ (Dispose) แล้วก็ดึงทรัพยากรใหม่มาผลิตใหม่อีกเรื่อย ๆ จนสร้างความเสียหายต่อระบบนิเวศ 
Circular Economy

          แต่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่าง "Circular Economy" เกิดมาเพื่อปิดจุดบกพร่องของระบบเศรษฐกิจแบบเส้นตรง เพราะเป็นการผลิตสินค้าที่ยึดหลักว่าต้องคำนึงถึงการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด

          เริ่มจากการเลือกใช้ทรัพยากร (Resources) ที่ใช้แล้วทดแทนได้ เช่น การใช้พลังงานและวัสดุหมุนเวียน (Renewable Energy & Material) → การออกแบบและผลิตผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Make) → การนำผลิตภัณฑ์ไปใช้อย่างคุ้มค่า มีอายุการใช้งานที่นานขึ้น (Use) → เมื่อใช้เสร็จแล้วนำกลับมาหมุนเวียนใหม่ หรือสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อใช้ประโยชน์ได้อีกเป็นวงจรไม่รู้จบ (Return) ซึ่งในขั้นตอน Return นั้น สามารถทำได้หลายรูปแบบ เช่น การใช้ซ้ำ (Reuse), การซ่อมแซม (Repair), การแปรรูปผลิตภัณฑ์ (Recycle) หรือการนำเศษวัสดุมาใส่ไอเดียใหม่ ๆ สร้างผลิตภัณฑ์ให้มีความสวยงามพร้อมเพิ่มมูลค่าไปในตัว (Upcycle) ด้วยนะ

Circular Economy

แบบไหน ถึงใช่ Circular Economy

          เอาเป็นว่า ขอสรุปสั้น ๆ ให้เข้าใจง่ายขึ้นอีกหน่อยว่า แนวคิดสำคัญของระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน Circular Economy ที่ประกอบด้วย Resources → Make → Use →  Return นั่นก็คือ..

         การนำทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด มาใช้ให้คุ้มค่าและเกิดประสิทธิภาพมากที่สุด โดยผลิตสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีความทนทาน มีอายุการใช้งานนานขึ้น สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำ (Reuse) ซ่อมแซม (Repair) ผลิตใหม่ (Recycle) รวมทั้งใส่ไอเดียแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่เพิ่มมูลค่าให้สินค้า (Upcycle) ทั้งหมดก็เพื่อลดการบริโภคทรัพยากรลง และช่วยกันอนุรักษ์ธรรมชาติให้โลกใบนี้
Circular Economy ช่วยเปลี่ยนโลกนี้ได้อย่างไร
Circular Economy

          หากทุกองค์กร ทุกภาคส่วนร่วมมือกันผลักดันโมเดล Circular Economy ก็คงจะดี เพราะไม่ใช่แค่ช่วยให้พลาสติกอย่างฉันมีชีวิตใหม่อีกครั้ง แต่ยังสร้างสิ่งดี ๆ ให้โลกนี้อีกมากมาย ทั้งช่วยลดปริมาณขยะ ลดการใช้พลังงานและทรัพยากร เท่ากับช่วยแก้ไขปัญหามลพิษและสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ยังเพิ่มโอกาสแข่งขันทางธุรกิจด้วยการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ให้มีมูลค่าสูงขึ้น เป็นการสร้างงานและสร้างอาชีพให้กับคนจำนวนมาก
ตัวอย่างการดำเนินธุรกิจแบบ Circular Economy
          หลายบริษัทชั้นนำทั่วโลกได้นำเทรนด์ดำเนินธุรกิจแบบเศรษฐกิจหมุนเวียนมาใช้ เพื่อไม่ให้พลาสติกอย่างฉัน มีอายุสั้นจนเกินไปทั้งที่ยังทำประโยชน์ให้ทุกคนได้อีกมากมาย และเพื่อความเข้าใจโมเดล Circular Economy ให้มากกว่านี้ ฉันจะพาทุกคนไปสำรวจกลุ่มบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) บริษัทพลังงานรายใหญ่ที่สุดของประเทศไทย ซึ่งเป็นตัวอย่างบริษัทที่นำ Circular Economy มาประยุกต์ใช้ เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการอนุรักษ์ธรรมชาติ ตามมาดูกันว่า มีอะไรน่าสนใจบ้าง

การเลือกใช้ทรัพยากร (Resources) ที่ใช้แล้วทดแทนได้

         "ไฟฟ้า" และ "น้ำ" คือทรัพยากรสำคัญของโลก กลุ่ม ปตท. จึงนำแนวคิดการใช้พลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) มาปรับใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น
 
  • ติดตั้งระบบไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Cell System) บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC เพื่อผลิตไฟฟ้าใช้ภายในโรงงาน รวมทั้งใช้พลังงานแสงอาทิตย์กับระบบกังหันน้ำบำบัดน้ำเสีย ซึ่งเพียงเท่านี้ก็ช่วยลดปริมาณการใช้พลังงานไฟฟ้าได้มากถึง 2,708 กิกะจูลต่อปี และยังช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 262 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปีเลยทีเดียว
     
  • ใช้หลัก 3Rs Water (Reduce, Reuse, Recycle) มาบริหารจัดการน้ำ โดยนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมต่าง ๆ มาช่วยหมุนเวียนน้ำที่ใช้แล้วให้กลับมาใช้ได้อีกอย่างคุ้มค่า รวมทั้งการเปลี่ยนน้ำทะเลให้กลายเป็นน้ำจืด 

Make (การออกแบบและผลิตผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม)

         การนำทรัพยากรที่มีอยู่มาใช้ให้เกิดประสิทธิภาพเป็นหัวใจสำคัญของ Circular Economy บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) จึงนำพลังงานความเย็นเหลือทิ้งจากก๊าซธรรมชาติเหลวมาใช้ประโยชน์ตามแนวคิด "Cold Energy Utilization" โดยนำความเย็นส่วนที่ถูกทิ้งมาใช้เป็นระบบปรับอากาศในอาคารสำนักงาน รวมทั้งนำมาใช้ปลูกพืชเมืองหนาว อย่าง "ฮารุมิกิสตรอว์เบอร์รี" จากประเทศญี่ปุ่น โดยใช้ระบบควบคุมอุณหภูมิอัจฉริยะผ่านซอฟต์แวร์ "Smart G System" ทำให้ผลสตรอว์เบอร์รีมีสีแดงสด มีกลิ่นหอม รสชาติหวานละมุน สามารถปลูกรับประทานได้ตลอดทั้งปี เป็นการใช้นวัตกรรมเพิ่มมูลค่าให้สินค้า และสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ ได้อย่างน่าทึ่ง

USE (การนำผลิตภัณฑ์ไปใช้อย่างคุ้มค่า มีอายุการใช้งานที่นานขึ้น)

          กลุ่ม ปตท. ได้ออกแบบผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และยังสามารถนำวัสดุ ชิ้นส่วนที่ไม่ใช้งานแล้วกลับมาใช้ได้ใหม่ ดังเช่น

* แก้วรักษ์โลก

       เพราะแก้วพลาสติก 1 ใบ ต้องใช้เวลาย่อยสลายอย่างน้อย 450 ปี จึงเป็นที่มาของแก้วรักษ์โลก หรือ Bio Cup ที่ร้านคาเฟ่อเมซอนนำมาใช้ในหลาย ๆ สาขา  ซึ่งผลิตจากวัสดุธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นแก้วกระดาษเคลือบพลาสติกที่ย่อยสลายได้ (PBS) หรือแก้วพลาสติกใสชนิด PLA ที่ทำจากพืช ทุกใบสามารถย่อยสลายได้ 100% (โดยต้องผ่านกระบวนการที่เหมาะสม) เท่ากับช่วยลดขยะพลาสติกได้กว่า 200 ตันต่อปี และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการผลิตและย่อยสลายได้มากถึง 67%

Return (การนำกลับมาหมุนเวียนใหม่ หรือสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อใช้ประโยชน์ได้อีกเป็นวงจรไม่รู้จบ)

          ปลายทางสุดท้ายของ Circular Economy ก็คือ การใช้นวัตกรรมทำให้ขยะกลับมาหมุนเวียนใช้ได้ใหม่ เพื่อให้เหลือขยะน้อยที่สุด ซึ่งมี 2 โครงการของกลุ่ม ปตท. ที่ประยุกต์ใช้ Circular Economy ได้อย่างน่าสนใจ

* Upcycling Plastic Waste by GC

          Upcycling Plastic Waste ก็คือการสร้างมูลค่าให้ขยะพลาสติกด้วยการนำนวัตกรรมมาสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพ อย่างการนำขยะพลาสติกที่ทิ้งเกลื่อนกลาดตามแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลของไทย มาผลิตเป็นสินค้าแฟชั่น

          อาทิ นำขวดน้ำพลาสติกใส (ขวด PET) มาผ่านกระบวนการให้เป็นเส้นใยรีไซเคิล แล้วนำไปผลิตเป็นเสื้อผ้า หรือกระเป๋าสะพาย เปลี่ยนขยะให้เป็นทรัพยากรหมุนเวียนในระบบได้ยาวนานขึ้น และยังช่วยฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยว สิ่งแวดล้อม 

* ร้านกาแฟรักษ์โลก (Café Amazon Circular Living Concept)

          เปิดตัวเป็นครั้งแรกกับร้านกาแฟรักษ์โลก "คาเฟ่ อเมซอน เซอร์คูล่า ลิฟวิ่ง" สาขา พีทีที สเตชั่น สามย่าน ซึ่งมีความพิเศษตรงที่นำขยะจากร้านกาแฟอเมซอนมาแปลงร่างเป็นเฟอร์นิเจอร์และวัสดุตกแต่งภายในร้านกว่า 70% ได้แก่...
Circular Economy

ภาพจาก Café Amazon

บอร์ดเมนูบนผนังตกแต่งหลังเคาน์เตอร์ ทำมาจาก
ถุงบรรจุเมล็ดกาแฟกว่า 7,200 ถุง

Circular Economy

ภาพจาก Café Amazon

ผนังภาพนกแก้วมาคอว์ ทำมาจากแก้วกาแฟ
พลาสติกโพลีโพรพิลีน ของคาเฟ่อเมซอน กว่า 5,000 ใบ

          ทุกคนคงเห็นแล้วว่า ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน Circular Economy จะมาช่วยชุบชีวิตสิ่งไร้ค่าในสายตาใคร ๆ ให้สร้างประโยชน์ต่อไปได้อย่างไม่รู้จบ และช่วยให้โลกรอดพ้นจากวิกฤตปัญหาขยะล้นโลก แล้วพลาสติกอย่างฉันก็จะมีที่ยืนในสังคมกับเขาบ้างแล้วล่ะ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย
I Am Plastic: โลกใบใหม่ของน้องพลาสติก โพสต์เมื่อ 30 กันยายน 2562 เวลา 14:20:50 2,649 อ่าน
TOP