x close

มหานครแห่งการอ่าน กทม. ชู 5 ยุทธศาสตร์เสนอยูเนสโก

อ่านหนังสือ



มหานครแห่งการอ่านกทม.ชู5ยุทธศาสตร์เสนอยูเนสโก (ไทยโพสต์)

          กทม.เดินหน้าโครงการมหานครแห่งการอ่าน ชูยุทธศาสตร์ 5 ด้าน หวังคว้ารางวัลเมืองหนังสือโลกปี 2556 จากยูเนสโก 

          นายเจตน์ โศภิษฐ์พงศธร โฆษกกรุงเทพมหานคร เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้บริหาร กทม. เมื่อวันที่ 24 มกราคมนี้ เกี่ยวกับโครงการรณรงค์ให้ กทม.เป็นมหานครแห่งการอ่านในปี 2013 ว่า กทม.มีนโยบายที่จะทำให้กรุงเทพฯ เป็นมหานครแห่งการอ่าน ซึ่งสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาศักยภาพเมืองเพื่อก้าวทันการแข่งขันทางเศรษฐกิจ และเป็นมหานครแห่งการเรียนรู้ พร้อมสนองนโยบายของรัฐบาลที่ประกาศให้การอ่านเป็นวาระแห่งชาติ และเตรียมเสนอชื่อกรุงเทพมหานครเข้าแข่งขันเพื่อคัดเลือกเป็นเมืองหนังสือโลกในปี 2556 (World Book Capital 2013) พร้อมจัดตั้งคณะกรรมการภาคีขับเคลื่อนให้กรุงเทพมหานครเป็น "มหานครแห่งการอ่าน"
     
          สำหรับยุทธศาสตร์ 5 ด้านเพื่อขับเคลื่อนกรุงเทพมหานครสู่เมืองหนังสือโลก ประกอบด้วย ยุทธศาสตร์ที่ 1 สื่อสารสาธารณะเพื่อปรับกระบวนทัศน์สังคม โดยทำแผนรณรงค์ สร้าง Brand Ambassador และจัดทำโฆษณาเพื่อเผยแพร่กิจกรรมต่างๆ ยุทธศาสตร์ที่ 2 นโยบายชัดเจนต่อเนื่อง โดยกรุงเทพมหานครเป็นหลัก ทุกภาคส่วนร่วมผลักดัน ยุทธศาสตร์ที่ 3 ร่วมมือเครือข่ายภาคีตั้งศูนย์ประสานงานเพื่อวิจัยและสนับสนุน ยุทธศาสตร์ที่ 4 พัฒนาและขยายพื้นที่ส่งเสริมการอ่าน พัฒนาศักยภาพพื้นที่การอ่านเดิมและเพิ่มพื้นที่ใหม่ และยุทธศาสตร์ที่ 5 ส่งเสริมการอ่านที่หลากหลายผ่านหลากหลายกิจกรรม อาทิ โครงการ Bangkok Young Star Writer หรือ กิจกรรมพบนักเขียน โดยมีกิจกรรมที่ได้ดำเนินการไปแล้ว คือ การประชุมคณะกรรมการฯ การประชุมภาคี 93 องค์กร และการจัดกิจกรรมระดมความคิดเห็น ซึ่งในวันที่ 1 ก.พ.2554 กรุงเทพมหานครจะลงนาม MOU ร่วมกับภาคีเครือข่าย และเตรียมเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลเมืองหนังสือโลกของปี 2556 ในวันที่ 29 เม.ย.2554

          โครงการเมืองหนังสือโลก (World Book Capital) เริ่มขึ้นตั้งแต่ปี 2544 ยูเนสโกได้มอบรางวัลเกียรติยศในฐานะที่เป็นเมืองแห่งการเรียนรู้และส่งเสริมการอ่าน เพียงปีละ 1 เมือง เพื่อกระตุ้นให้เกิดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านและการเรียนรู้ด้วยหนังสือในระดับนานาชาติ ให้สอดคล้องกับการเฉลิมฉลอง "วันหนังสือและลิขสิทธิ์โลก" (World Book and Copyright Day) ซึ่งตรงกับวันที่ 23 เมษายนของทุกปี ด้วยเหตุผลที่ว่า หนังสือคือสิ่งที่มีพลังอำนาจสูงสุดและมีประสิทธิภาพมากที่สุดในการกระจายความรู้และรักษาไว้ซึ่งความรู้นั้นๆ เพื่อมนุษยชาติ รวมถึงต้องการให้ทั่วทั้งโลกส่งเสริมให้เกิดการอ่าน การจัดพิมพ์หนังสือ และการปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาผ่านความคุ้มครองด้านลิขสิทธิ์ด้วย

          กทม.ได้ตัดสินใจเข้าร่วมโครงการเมืองหนังสือโลกเมื่อปี 2553 และใช้งบประมาณ 280 ล้านบาท (ปีงบประมาณ 2254-2556) ในการดำเนินโครงการเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชาชนมีนิสัยรักการอ่าน เน้นการมีส่วนร่วมของเครือข่าย ภาคีต่างๆ อาทิ สมาคมนักเขียน ห้องสมุดต่างๆ รวมถึงการมีแหล่งเรียนรู้ที่เข้าถึงง่าย และพัฒนาห้องสมุดให้มีความทันสมัย เป็นห้องสมุดเพื่อการเรียนรู้ นอกจากนี้ยังมีบ้านหนังสือซึ่งเป็นห้องสมุดขนาดเล็กที่ตั้งอยู่ในชุมชนต่างๆ ทั่วกรุงเทพฯ เพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีคุณภาพ และปลูกฝังเยาวชนและประชาชนให้ตระหนักถึงความสำคัญของการแสวงหาความรู้ให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและสังคม



                                            คลิกอ่านความคิดเห็นของเพื่อน ๆ ได้ที่นี่ค่ะ



ขอขอบคุณข้อมูลจาก

เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
มหานครแห่งการอ่าน กทม. ชู 5 ยุทธศาสตร์เสนอยูเนสโก โพสต์เมื่อ 25 มกราคม 2554 เวลา 10:24:23 5,605 อ่าน
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย
TOP